"นริศโรจน์" โพสต์ไม่จริง "พิธา" ถูกกักตัวจนไปงานศพพ่อไม่ทัน
27 เม.ย. 2566 | tinakit_rat

"นริศโรจน์" โพสต์ไม่จริง "พิธา" ถูกทหารกักตัวจนไปงานศพพ่อไม่ทัน แฉยับ พร้อมลงภาพถ่ายหลักฐานวันเดินทางกลับเที่ยวเดียวกับ "พล.อ.เปรม"
การเมือง
27 เม.ย. 2566 | tinakit_rat

"นริศโรจน์" โพสต์ไม่จริง "พิธา" ถูกทหารกักตัวจนไปงานศพพ่อไม่ทัน แฉยับ พร้อมลงภาพถ่ายหลักฐานวันเดินทางกลับเที่ยวเดียวกับ "พล.อ.เปรม"
27 เมษายน 2566 ผู้สื่อข่าวรายงาน นายนริศโรจน์ เฟื่องระบิล อดีตเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา ได้โพสต์เฟซบุ๊ก Fuangrabil Narisroj กล่าวถึง นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล กรณีให้สัมภาษณ์ นายสรยุทธ์ สุทัศนะจินดา ว่าถูกทหารกักตัวจนไปงานศพพ่อไม่ทันว่า
ถูกต้องครับ ! ผมเข้าทำงาน กต.(กระทรวงต่างประเทศ) ปี 24 ซึ่งพิธาเพิ่งเกิด พอปี 2527 (พิธาอายุ 3 ขวบ) ผมเป็นเลขาอธิบดีกรมพิธีการทูต ได้รับมอบหมายให้ดูแลประสานงานเรื่องเที่ยวบินพิเศษของคณะ พลเอกเปรม (ติณสูลานนท์) เดินทางไปร่วมฉลอง UN ครบรอบ 40 ปี ที่นิวยอร์ก ผมเลยรู้ถึงความสำคัญของ Passenger Manifes ว่าเป็นเรื่องสำคัญมาก
ผมถึงทนไม่ได้และตัดสินใจเขียนถามเขา เพราะถ้าจะพูดถึงเรื่อง มนุษยธรรม ที่มนุษย์พึงมีต่อกัน การที่เขาได้รับการอนุมัติให้เป็นผู้โดยสารที่ถูกเพิ่มขึ้นมาในช่วงสถานการณ์ที่วิกฤตตอนนั้น จริงๆแล้วในอีกมุมนึง เป็นเรื่องดีต่อตัวเขาด้วยซ้ำ ที่สามารถกลับมาร่วมงานศพพ่อได้เร็วขึ้น !
พร้อม Cr: Vachara Riddhagni
เรื่อง Passenger Manifes ( บัญชีรายชื่อผู้โดยสาร ) นั้นเป็นเรื่องสำคัญครับ บัญชีรายชื่อผู้โดยสารจะถูกส่งไปให้ An Air service’s reporting services unit
แต่รายชื่อเปลี่ยนไปสำหรับเที่ยวขากลับ กัปตันต้องเป็นผู้อนุญาตการเดินทางของผู้โดยสารใหม่ จึงถือว่าเขาได้รับ “ความเมตตา” จากกัปตันเพราะกัปตันปัดเรื่องการเมืองออกไปเหลือแค่ “ลูก” ต้องการกลับไปงานศพพ่อ
แต่รายการนี้ใช่ว่าจะตัดสินใจใจง่ายๆ ในวิกฤตการรัฐประหาร กัปตันต้องสอบถามมายัง “คมช.” อย่างแน่นอนเพื่อขอคำแนะนำเพราะในเหตุการณ์นั้นเกินอำนาจกัปตัน
คมช.ก็อนุญาตและการได้รับอนุญาตให้ขึ้นเครื่องบินเที่ยวพิเศษนั้น “คมช.ไม่มีจิตใจแคบจนไม่อนุญาตและรู้ว่า “นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นใคร ควรจะปฏิบัติอย่างไรให้เหมาะสมกับเหตุการณ์และสถานภาพของเขาในฐานะนักศึกษา”
พิธาให้สัมภาษณ์กับหนูแหวนว่าถูกกักตัวที่ดอนเมือง 4-5 ชั่วโมง แต่ให้สัมภาษณ์กับสรยุทธ์ (สุทัศนะจินดา) ว่าเป็นข้าราชการการเมือง (เป็นตอนไหนเพราะไปเรียนที่บอสตันแต่นายผดุง ลิ้มเจริญรัตน์ ขณะนั้นเป็นที่ปรึกษา รมว.พาณิชย์ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์
และให้สัมภาษณ์ให้ร้ายทหารว่ากักตัวเขาจนไปงานศพพ่อไม่ทัน แต่ให้สัมภาษณ์กับหนูแหวนว่า “ไปทันงาน”
ลองวาดภาพเหตุการณ์ในวันนั้น สถานการณ์ในวันนั้นที่มีการประกาศกฎอัยการศึก จนท.ตม.และ จนท.ศุลกากร จนท.รปภ.อื่นๆ ต้องมีการสอบถามผู้บังคับบัญชาของแต่ละหน่วยถึง “วิธีการปฏิบัติกับผู้โดยสารทั้งหมดในเที่ยวบินนั้น” คำตอบอาจจะมาล่าช้าจากแต่ละหน่วยเพราะในยามนั้นไม่มีใครกล้าตัดสินใจอะไรได้เอง”
4-5 ชั่วโมงถือว่าเป็นปกติและเป็นปกติที่ จนท.ทหารจะบริการเครื่องดื่มอาหารตามสมควร ขอให้สาธารณชนพิจารณาอย่าง “มีธรรม”
ล่าสุด นายนริศโรจน์ ได้โพสต์ข้อความพร้อมภาพบนเครื่องบินที่อยู่กับ พล.อ.เปรม โดยระบุว่า ถ่ายบนเที่ยวบินพิเศษเส้นทาง นิวยอร์ค - กทม. (บนเครื่องบิน DC 8-62 ของ ทอ.ที่ซื้อต่อมาจาก TG )
ผมปฏิบัติหน้าที่ในฐานะเลขานุการอธิบดีกรมพิธีการทูต ได้รับมอบหมายให้ดูแลประสานงานในเรื่องกำหนดการ รวมทั้งประสานงานกับ ทอ.ในการจัดการเรื่องเที่ยวบินพิเศษสำหรับคณะนายกรัฐมนตรี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ในการเยือนสหรัฐฯ และไปร่วมประชุมสมัชชาที่ UN เพื่อเฉลิมฉลองเนื่องในวาระที่ UN ครบรอบ 40 ปี เมื่อปี พ.ศ. 2527
เรื่องการจัดเที่ยวบินพิเศษนี้ผมคิดว่าผมรู้เรื่องดีไม่น้อยหน้าใคร ยิ่งในช่วงปี 2556-2558 ผมในฐานะรองอธิบดีกรมพิธีการทูต ก็ได้ร่วมเดินทางไปราชการในเที่ยวบินพิเศษของคณะ VVIP ในหลายโอกาส
ดังนั้น เรื่อง Passenger Manifest หรือรายชื่อผู้โดยสารที่ร่วมคณะเที่ยวบินพิเศษนั้นมีความสำคัญยิ่งที่ต้องได้รับการอนุมัติอย่างเป็นทางการจากต้นสังกัด หรือจากผู้มีอำนาจที่เกี่ยวข้องถึงจะขึ้นเครื่องได้ครับ !
ขณะที่ Vachara Riddhagni หรือ พลอากาศโทวัชระ ฤทธาคนี หรือ เสธ.นิด อดีตนายทหารนักบินกองทัพอากาศ ซึ่งเป็นเพื่อนรุ่นพี่ที่สนิทกับนายพงษ์ศักดิ์ ลิ้มเจริญรัตน์ บิดาของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ที่นายนริศโรจน์ Cr ถึง คอมเมนท์อธิบายว่า
คงต้องแยกส่วนนะครับ
กัปตันเครื่องบิน คือผู้อำนาจสูงสุดครับ ส่วน ผู้โดยสารใครจะเป็นหัวหน้าหรืออะไรๆ ไม่มีอำนาจบนเครื่องบินครับ ถ้าเป็นข้าราชการอาวุโสสูงสุดก็ดูแลข้าราชการที่เป็นผู้โดยสารด้วยกันครับ ไม่มีอำนาจสั่งการกัปตันได้ครับเป็นกฎหมายเดินอากาศครับ
สำเนาบัญชีรายชื่อผู้โดยสารทั้งหมดถูกส่งผ่าน Flight Data Management Center ถึงศูนย์ควบคุมการบิน ของบริษัทวิทยุการบิน ที่ทุ่งมหาเมฆ ATC ก็รายงานให้ คมช.ทราบทุกขั้นตอนครับ
ดังนั้น คมช.รู้รายละเอียดผู้โดยสารทุกคน สถานภาพบุคคลและตำแหน่งหน้าที่ทางราชการของแต่ละคนหมดสิ้นแล้ว
ทางการรู้สถานภาพแล้วเพราะเดินทางในเที่ยวขาไป สัมภาระถูกตรวจจากนิวยอร์คมาแล้ว
หลายคนมี หนังสือเดินทางทูต ก็ผ่านสะดวกอยู่แล้ว ใครไม่มีเอกสิทธิ์ก็ต้องถูกตรวจตราเป็นเรื่องปกติครับ
คณะข้าราชการที่ไปกับทักษิณได้หนังสือเดินทางประเภท Official Passport ปกน้ำเงินเข้มและใช้ได้ในงานราชการเท่านั้น มีอายุ ๕ ปี จึงได้รับเกียรติและ คมช.ไม่ยุ่งอยู่แล้ว
ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก เพจ Fuangrabil Narisroj