อนึ่ง เมื่อวันที่ 26 เมษายน ที่ผ่านมา "นายชาญชัย" เปิดเผยภายหลังการไต่สวนของศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งว่า ได้ยืนยันต่อศาลว่า ถือหุ้นบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จากัด (มหาชน) หรือ (AIS) จำนวน 200 หุ้น นั้น ไม่มีอำนาจในการจัดการบริษัทดังกล่าว เป็นเพียงผู้ซื้อหุ้นผ่านโบรกเกอร์ในตลาดหลักทรัพย์ และบริษัททั้ง 2 คือ บ.อินโฟเทเลมีเดีย จำกัด (มหาชน) และบริษัท เยลโล เพจเจส คอมเมอร์ส จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ทาง กกต. กล่าวหาว่าเป็นสื่ออื่นใดทางอ้อม จนทำให้ถูกตัดสิทธิเป็นผู้สมัครในการเลือกตั้งครั้งนี้ ก็ไม่ได้มีสถานะเป็นสื่อสารมวลชนแต่อย่างใด
โดยบริษัทอินโฟฯ นั้น เป็นผู้ให้บริการด้านคอลเซ็นเตอร์ และโฆษณาออนไลน์ ส่วนบริษัทเยลโล เพจเจส ให้บริการสืบค้นข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต และโฆษณาออนไลน์เป็นหลัก
นายชาญชัยยังแจ้งว่า AIS เป็นบริษัทที่ได้รับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคมเท่านั้น จะทำสื่ออื่น เช่น โทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ ก็ต้องมีการขอใบอนุญาตจากกฏหมายที่เกี่ยวข้องก่อน อีกทั้งยังปรากฏหลักฐานว่า บริษัท AIS ไม่ได้ขออนุญาตทำสื่ออื่นใด อีกทั้งบริษัทลูกทั้ง 2 บริษัทก็ไม่มีชื่ออยู่ในสารบบของการขออนุญาตทำสื่อจาก กสทช. แม้แต่บริษัทเดียว
ทั้งนี้ศาลฎีกาฯ ได้มีคำสั่งนัดฟังคำพิพากษา ในวันที่ 2 พฤษภาคม 2566 เวลา 13.30 น.