เนชั่นทีวี

การเมือง

เลือกตั้ง66:ส่องต่อมความคิด"นักการเมือง"ติดยึด"ประชานิยม"ฉุดรั้งพัฒนา

26 เม.ย. 2566 | thamsathit_pol

เลือกตั้ง66:ส่องต่อมความคิด"นักการเมือง"ติดยึด"ประชานิยม"ฉุดรั้งพัฒนา

เสียงจากอาจารย์อาวุโสฮาวาร์ด สื่อสารถึง การหาเสียง"เลือกตั้ง 66" หลายพรรคการเมืองและอาจเป็นส่วนใหญ่เสียด้วยซ้ำยังคงติดยึดกับการนำ"นโยบายประชานิยม"มาหาเสียง โดยไม่คำนึงถึงผลร้ายที่กำลังตามมา

"ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์" หรือ ที่รู้จักกัน "ดร.แดน" เคยโลดแล่นอยู่ในสนามการเมือง พรรคการเมืองเก่าแก่ ก่อนลาออกไปเป็นอาจารย์สอนมหาวิทยาลัยฮาวาร์ด มหาวิทยาลัยที่สร้างผู้นำระดับโลกมากมาย ขณะเดียวกัน ได้สร้างฝันให้เป็นจริงด้วยการตั้ง"สถาบันการสร้างชาติ" เพื่อหวังเปลี่ยน"นักการเมือง" 

วันนี้ประเทศไทย กำลังจะมีการ"เลือกตั้ง66"  ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์" ได้ร่วมกับเครือข่ายนักวิชาการ จัดทำ"เนชั่นโพล" ได้ออกมาฉายภาพ ผู้ที่เรียกได้ว่าเป็น"นักการเมือง" ไว้อย่างน่าสนใจ 

ผันตัวจากแวดวงการเมือง มาอยู่วิชาการ ห่างมานานเท่าไหร่แล้ว

-ความจริงแล้วผมเป็นนักวิชาการอยู่ก่อน ผมจบปริญญาเอกเมื่อ 43 ปีที่แล้ว กลับมาเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย เป็นนักเรียนทุน เป็นนักวิชาการเรื่อยมา ไม่เคยเลิกเป็น ตอนไปทำการเมืองก็ทำแบบคนคิดแบบนักวิชาการ ก็เลยไม่ได้เลิกเป็นนักวิชาการ ต่อเนื่องสอนมาเรื่อย ไม่เลิก ถูกเชิญไปครบทุกมหาวิทยาลัย วิทยาลัย ในประเทศไทยหมดแล้ว

"ดร.แดน" ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ อาจารย์อาวุโส มหาวิทยาลัยฮาวาร์ด และประธานสถาบันสร้างชาติ

ฉะนั้นชีวิตเป็นนักวิชาการที่เอาวิชาการไปทำการเมือง ตอนนี้เลิกทำการเมืองมาน่าจะ 16 ปี เพราะมีเหตุผลมองว่าการเมืองไม่ได้ตอบโจทย์ประเทศเหมือนอย่างที่ผมอยากเห็นตอนเข้าไป ผมเข้าไปมีวัตถุประสงค์ไม่ได้อยากได้ตำแหน่ง เพื่อตำแหน่ง

ผมอยากเปลี่ยนประเทศไทยให้เป็นแบบที่ฝันมาแต่เด็ก และคิดว่าถ้าได้มีโอกาสมีส่วนร่วมอย่างดีและมีกำลังเพียงพอของพรรคพวกที่จะช่วยกัน ประเทศจะเปลี่ยน แต่พอเข้าไปรู้สึกเหมือนว่าจะอยู่ในวังวนที่มีเรื่องของประโยชน์ส่วนตน จะได้ตำแหน่ง ได้ชื่อเสียง ได้อำนาจอะไรทั้งหลาย แต่ประเทศเปลี่ยนยากจึงถึงจุดหักเหตัดสินใจเลิกการเมือง เพราะคิดว่าการเมืองแย่งอำนาจจากบนลงล่าง เป็นสิ่งดีงามถ้ามีคนคุณภาพเข้ามาทำ

 

แต่การเมืองแบบที่ผมอยากเห็นคือการเมืองภาคพลชาติ ทำจากล่างขึ้นบน เปลี่ยนมายด์เซ็ทประชาชน เพราะนักการเมืองจะเป็นกระจกเงาของประชาชน ถ้าเราได้ประชาชนแบบที่มีคุณภาพ-นักการเมืองจะมีคุณภาพ ,นักการเมืองมีคุณภาพ-ประชาชนจะมีคุณภาพ วนกันไปวนกันมา

"ดร.แดน" ศ.ดร.เกรียงศักดิ์  เจริญวงศ์ศักดิ์ นักวิชาการอาวุโส มหาวิทยาลัยฮาวาร์ด

ตั้งสถาบันการสร้างชาติ 

"ดร.เกรียงศักดิ์" กล่าวว่า  เมื่อเป็นเช่นนี้จึงตัดสินใจมาสร้างสถาบันการศึกษาอีกจำนวนหนึ่ง เช่นสถาบันการสร้างชาติ เพื่อเปลี่ยนประเทศไทย ซึ่งคอนเซปต์นี้เกิดขึ้นตอนไปเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยเบอร์หนึ่งของโลกที่อเมริกา มองว่าประธานาธิบดี นายกรัฐมนตรีจำนวนมากเป็นลูกศิษย์มหาวิทยาลัยเบอร์หนึ่งนี้ ทำไมออกไปแล้วบริหารประเทศไม่ได้เรื่อง ดูแล้วขาดวิชาเดียวคือสร้างชาติ ก็เลยมาตั้งสถาบันการสร้างชาติ เพื่อสร้างมายด์เซ็ท คนเอาคน 9 ประเภทที่เป็นผู้นำมาเรียน

วันนี้เราก็ทำมาหลายปีเพื่อเปลี่ยนประเทศไทย เกือบจะไปตั้งที่ฮาร์วาร์ดแล้วหลักสูตรนี้ เพื่อนๆอาจารย์ฝรั่งทั้งหลายอยากให้ตั้ง  แต่ผมคิดว่าตั้งเมืองไทยเป็นห้องแล็ปที่ดี เพราะผมเคยทำมาแล้วเป็นเรื่องการเมือง คงจะเปลี่ยนประเทศไทยแบบเดิมๆ ไม่ได้

"ไอน์สไตล์สอนเราดี ถ้าเราเคยทำวิธีไหนแล้วมันไม่สำเร็จ คนโง่เท่านั้นทำแบบเดิมต่อไป ผมเลยคิดว่าเลิกการเมืองไปทำสิ่งที่ปิดทองหลัง พระถ้าเปรียบเทียบก็คือไม่ได้แย่งตำแหน่งกับใคร ไม่อยากได้อำนาจแต่อยากเปลี่ยนประเทศจริงๆ แต่ไม่ได้รังเกียจการเมือง ไม่ได้ดูถูกนักการเมือง มองว่าวันใดถ้ามีการเมืองที่ดีงามแบบที่ผมฝัน ประเทศจะเปลี่ยนได้"

ผมรอจังหวะให้การเมืองจากล่างขึ้นบน สร้างใจประชาชน มายด์เซ็ท รอนักการเมืองดีๆโผล่ขึ้นมาเยอะๆ อยู่ๆ มาทีละคนไม่ได้ ต้องโผล่มาเยอะเยอะบ้านเมืองก็จะเจอกันระหว่างอำนาจจากบนลงล่าง กับอิทธิพลศรัทธาบารมีจากล่างขึ้นบน นั่นคือเหตุผลที่ผมมองการเมืองเปลี่ยนไป ผมเลยไม่อยากที่จะทำการเมืองต่อ"

แล้วทุกวันนี้ออกจากการเมืองมา 16 ปี เจอนักการเมืองดีๆ ที่อยากได้หรือยัง

 -ทุกภาคต้องมีคนดีพอประมาณผสมอยู่ ทุกที่ในสังคมหนึ่งมีทั้งคนดี ดีมากดีน้อย ไม่ค่อยดี มันก็มีปนกันทุกที่ ผมจึงไม่ค่อยว่ากล่าว กล่าวหานักการเมืองว่ากร่าง ผมเพียงมองว่าเป็นงานที่น่าสงสาร เพราะถ้าเขาอยากชนะเลือกตั้ง ถ้าประชาชนไม่เข้าใจจริง ก็จะเรียกร้องจะออกนโยบายเพื่อสนองสิ่งที่คนอยากได้ เพื่อจะชนะเลือกตั้ง

มันเลยกลายเป็นวัฏจักรแปลกประหลาดมหัศจรรย์ ต้องทำทุกวิถีทางเพื่อชนะเลือกตั้ง เพื่อกลับมาบริหารประเทศ แต่การบริหารจึงไม่ได้เป็นแบบที่ฝัน บริหารแบบที่จะชนะใจประชาชนที่มาเลือกตั้งให้เลือกรอบต่อไป มันเลยเป็นชีวิตวงจรแบบวงจรอุบาทว์

"ดร.แดน"  ศ.ดร. เกรียงศักดิ์  เจริญวงศ์ศักดิ์  อจ.อาวุโส มหาวิทยาลัยฮาวาร์ด และประธานสถาบันการสร้างชาติ

"เช่นต้องใช้ทุกทาง ลดแลกแจกแถม เหตุหนึ่งที่ผมออกจากการเมืองเพราะผมเห็น ณ วันนั้น ทุกพรรคการเมืองใช้ประชานิยมหมดแล้ว ผมเองมองว่าประชานิยมเป็นอันตรายระยะยาวถ้าใช้แรงเกินไป"

 แต่ทุกวันนี้ประชานิยมก็มีทุกพรรค

-ถูกต้อง เห็นตั้งแต่วันที่ผมลาออก  ตอนแรกไม่ได้ไปทั่วถึงทุกที่ หลังจากนี้เต็มที่เลยตั้งแต่ผมลาออก และสุดท้ายที่ผมให้โอกาสการเมืองลองใจประชาชน คือไปลงผู้ว่าฯ กทม. ขอบคุณที่ประชาชนให้ผมหลายแสนคะแนน ยุคนั้นเมื่อ 16 ปีที่แล้วผมถือว่าให้มาก ขอบคุณมากๆ เลยคิดในใจว่าสงสัยต้องรีบมาพัฒนาประชาชนให้เกิดความเข้าใจในการแยกแยะ และช่วยกันจนกว่าจะสุกงอม แล้วกลายเป็นบันไดให้คนรุ่นหลัง โดยไม่ฝันอยากได้อะไร ไม่อยากได้ตำแหน่งหรือชื่อเสียง แต่อยากเห็นประเทศเปลี่ยนจริงๆ นั่นคือเหตุผลสุดท้าย …. 

 

ประชานิยมทุกพรรคมีหมด เพราะมันขายได้ ได้คะแนนนิยม และประชาชนได้ประโยชน์ แต่อาจารย์มองว่าไม่ดี

-ผมมองว่า เป็นการสนองความต้องการเฉพาะจุดเล็กๆ ในเวลาสั้นๆ ไม่ยั่งยืนและแก้ปัญหาภาพใหญ่ของประเทศไม่ได้ ผมจึงมีความรู้สึกกังวลว่าถ้าเราใช้แรงเกินไป ทำต่อเนื่องยาว ลดแลกแจกแถมกันหนักขึ้นเรื่อยๆ มันจะทำให้ประเทศพังได้ อันนี้คือเหตุเมื่อ 16 ปีที่แล้ว

ผมเป็นคนพูดแรกๆเรื่องนี้เลย ว่า ประชานิยมคือสิ่งที่อันตรายมาก และประท้วงด้วยพฤติกรรมแบบนุ่มนวล ไม่ได้ว่าใคร ผมเลิกการเมืองเพราะมีความรู้สึกว่าประชานิยมเป็นอันตรายไปพรรคไหนก็เป็นประชานิยมหมด

อย่าว่าแต่เรื่องโจ๋งครึ่มเลย เอาเงินไปซื้อเสียงกันเดี๋ยวนี้ก็มีวิธีวิลิตสมาหรา มีการซื้อเสียงอย่างหนัก เลยไม่ค่อยสบายใจว่าการเมืองที่ใช้เงิน หรือ ธนานิยม จะเปลี่ยนประเทศได้อย่างไร ทุกครั้งที่จะอยู่ในบัญชีรายชื่อต้องมีอะไรบางอย่างมาแลก ไม่ว่าจะมีบารมี มีผู้ติดตามเยอะแยะ ทุกครั้งต้องวิ่งหาเงิน แล้วก็ต้องลดแลกแจกแถมประชาชน ไปลดแลกแจกแถมหัวกับผู้ให้เงิน ซึ่งเจ้าใหญ่ๆมีไม่เยอะ

 

ถ้าพรรคเขาไม่ขายประชานิยม เพื่อให้ได้คะแนน แล้วจะให้ทำอย่างไร
-ต้องขายความเข้าใจ โดยให้รู้สึกว่าถ้าทำแบบนี้จะแก้ปัญหายั่งยืน ตัวคุณจะได้มากกว่า อย่าคิดสั้น จึงต้องใช้ความสามารถในการอธิบายและลงลึกกับชาวบ้าน ต้องลงไปคลุกคลี ตอนนี้ ส.ส.ส่วนใหญ่คลุกคลีโดยไปงาน โผล่หน้าบ่อยๆ เรียกง่ายใช้คล่อง ให้เกียรติชาวบ้าน ไปงานศพงานแต่ง ใส่ซองส่งหรีด ทำตัวให้เป็นที่ใกล้ชิดกับชาวบ้านแบบสไตล์นักการเมือง ซึ่งก็จำเป็นต้องทำบ้าง

แต่เราไม่ได้ใช้เวลาให้ความเข้าใจประชาชนว่าพรรคต้องการจะพาประเทศไปทางไหน อุดมการณ์จริงคืออะไร และแนวปฏิบัติตรงกับอุดมการณ์อย่างไร เราจะทำอะไรบ้าง ถ้ามีอำนาจจะเปลี่ยนประเทศโดยวิธีไหน ค่อยๆ ทำการอธิบายจนชาวบ้านเข้าใจถึงจุดสุกงอม

ผมเชื่อว่าแบบนี้ประเทศเปลี่ยน ผมมีกำลังใจเมื่อผมสังเกตพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ในยุคที่ผมเป็นเด็ก ผมไม่ได้เป็นคอมมิวนิสต์ แต่ผมนั่งดูเขาลงไปแทรกซึมตามหมู่บ้านในที่ต่างๆ และสามารถเอาชาวบ้านที่การศึกษาไม่เยอะ จนเข้าใจลิทธิได้ดีพอประมาณ แสดงว่าประชาชนอธิบายได้ ถ้าเขาทำยืดเยื้อยาวนานเพียงพอ ก็พอทำให้อธิบายได้

จึงเชื่อว่าอย่าเลย อย่าใช้วิธีลวกๆ พยายามยิงให้โดนเป้าวิธีง่ายๆ พรรคการเมืองหานโยบายให้โดนใจคนทุกกลุ่ม เพราะสันดานมนุษย์ต้องการผลประโยชน์ส่วนตัว และแบบนี้รู้สึกว่าดูถูกประชาชนมากไปไหม ให้ประชาชนรู้สึกเป็นเหมือนผู้ที่ต้องล่อหลอก ให้เขารู้สึกว่าจำเป็นต้องพึ่งพา

เลือกตั้ง66:ส่องต่อมความคิด"นักการเมือง"ติดยึด"ประชานิยม"ฉุดรั้งพัฒนา
 

ข่าวล่าสุด