แล้วทุกวันนี้ออกจากการเมืองมา 16 ปี เจอนักการเมืองดีๆ ที่อยากได้หรือยัง
-ทุกภาคต้องมีคนดีพอประมาณผสมอยู่ ทุกที่ในสังคมหนึ่งมีทั้งคนดี ดีมากดีน้อย ไม่ค่อยดี มันก็มีปนกันทุกที่ ผมจึงไม่ค่อยว่ากล่าว กล่าวหานักการเมืองว่ากร่าง ผมเพียงมองว่าเป็นงานที่น่าสงสาร เพราะถ้าเขาอยากชนะเลือกตั้ง ถ้าประชาชนไม่เข้าใจจริง ก็จะเรียกร้องจะออกนโยบายเพื่อสนองสิ่งที่คนอยากได้ เพื่อจะชนะเลือกตั้ง
มันเลยกลายเป็นวัฏจักรแปลกประหลาดมหัศจรรย์ ต้องทำทุกวิถีทางเพื่อชนะเลือกตั้ง เพื่อกลับมาบริหารประเทศ แต่การบริหารจึงไม่ได้เป็นแบบที่ฝัน บริหารแบบที่จะชนะใจประชาชนที่มาเลือกตั้งให้เลือกรอบต่อไป มันเลยเป็นชีวิตวงจรแบบวงจรอุบาทว์
"เช่นต้องใช้ทุกทาง ลดแลกแจกแถม เหตุหนึ่งที่ผมออกจากการเมืองเพราะผมเห็น ณ วันนั้น ทุกพรรคการเมืองใช้ประชานิยมหมดแล้ว ผมเองมองว่าประชานิยมเป็นอันตรายระยะยาวถ้าใช้แรงเกินไป"
แต่ทุกวันนี้ประชานิยมก็มีทุกพรรค
-ถูกต้อง เห็นตั้งแต่วันที่ผมลาออก ตอนแรกไม่ได้ไปทั่วถึงทุกที่ หลังจากนี้เต็มที่เลยตั้งแต่ผมลาออก และสุดท้ายที่ผมให้โอกาสการเมืองลองใจประชาชน คือไปลงผู้ว่าฯ กทม. ขอบคุณที่ประชาชนให้ผมหลายแสนคะแนน ยุคนั้นเมื่อ 16 ปีที่แล้วผมถือว่าให้มาก ขอบคุณมากๆ เลยคิดในใจว่าสงสัยต้องรีบมาพัฒนาประชาชนให้เกิดความเข้าใจในการแยกแยะ และช่วยกันจนกว่าจะสุกงอม แล้วกลายเป็นบันไดให้คนรุ่นหลัง โดยไม่ฝันอยากได้อะไร ไม่อยากได้ตำแหน่งหรือชื่อเสียง แต่อยากเห็นประเทศเปลี่ยนจริงๆ นั่นคือเหตุผลสุดท้าย ….
ประชานิยมทุกพรรคมีหมด เพราะมันขายได้ ได้คะแนนนิยม และประชาชนได้ประโยชน์ แต่อาจารย์มองว่าไม่ดี
-ผมมองว่า เป็นการสนองความต้องการเฉพาะจุดเล็กๆ ในเวลาสั้นๆ ไม่ยั่งยืนและแก้ปัญหาภาพใหญ่ของประเทศไม่ได้ ผมจึงมีความรู้สึกกังวลว่าถ้าเราใช้แรงเกินไป ทำต่อเนื่องยาว ลดแลกแจกแถมกันหนักขึ้นเรื่อยๆ มันจะทำให้ประเทศพังได้ อันนี้คือเหตุเมื่อ 16 ปีที่แล้ว
ผมเป็นคนพูดแรกๆเรื่องนี้เลย ว่า ประชานิยมคือสิ่งที่อันตรายมาก และประท้วงด้วยพฤติกรรมแบบนุ่มนวล ไม่ได้ว่าใคร ผมเลิกการเมืองเพราะมีความรู้สึกว่าประชานิยมเป็นอันตรายไปพรรคไหนก็เป็นประชานิยมหมด
อย่าว่าแต่เรื่องโจ๋งครึ่มเลย เอาเงินไปซื้อเสียงกันเดี๋ยวนี้ก็มีวิธีวิลิตสมาหรา มีการซื้อเสียงอย่างหนัก เลยไม่ค่อยสบายใจว่าการเมืองที่ใช้เงิน หรือ ธนานิยม จะเปลี่ยนประเทศได้อย่างไร ทุกครั้งที่จะอยู่ในบัญชีรายชื่อต้องมีอะไรบางอย่างมาแลก ไม่ว่าจะมีบารมี มีผู้ติดตามเยอะแยะ ทุกครั้งต้องวิ่งหาเงิน แล้วก็ต้องลดแลกแจกแถมประชาชน ไปลดแลกแจกแถมหัวกับผู้ให้เงิน ซึ่งเจ้าใหญ่ๆมีไม่เยอะ
ถ้าพรรคเขาไม่ขายประชานิยม เพื่อให้ได้คะแนน แล้วจะให้ทำอย่างไร
-ต้องขายความเข้าใจ โดยให้รู้สึกว่าถ้าทำแบบนี้จะแก้ปัญหายั่งยืน ตัวคุณจะได้มากกว่า อย่าคิดสั้น จึงต้องใช้ความสามารถในการอธิบายและลงลึกกับชาวบ้าน ต้องลงไปคลุกคลี ตอนนี้ ส.ส.ส่วนใหญ่คลุกคลีโดยไปงาน โผล่หน้าบ่อยๆ เรียกง่ายใช้คล่อง ให้เกียรติชาวบ้าน ไปงานศพงานแต่ง ใส่ซองส่งหรีด ทำตัวให้เป็นที่ใกล้ชิดกับชาวบ้านแบบสไตล์นักการเมือง ซึ่งก็จำเป็นต้องทำบ้าง
แต่เราไม่ได้ใช้เวลาให้ความเข้าใจประชาชนว่าพรรคต้องการจะพาประเทศไปทางไหน อุดมการณ์จริงคืออะไร และแนวปฏิบัติตรงกับอุดมการณ์อย่างไร เราจะทำอะไรบ้าง ถ้ามีอำนาจจะเปลี่ยนประเทศโดยวิธีไหน ค่อยๆ ทำการอธิบายจนชาวบ้านเข้าใจถึงจุดสุกงอม
ผมเชื่อว่าแบบนี้ประเทศเปลี่ยน ผมมีกำลังใจเมื่อผมสังเกตพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ในยุคที่ผมเป็นเด็ก ผมไม่ได้เป็นคอมมิวนิสต์ แต่ผมนั่งดูเขาลงไปแทรกซึมตามหมู่บ้านในที่ต่างๆ และสามารถเอาชาวบ้านที่การศึกษาไม่เยอะ จนเข้าใจลิทธิได้ดีพอประมาณ แสดงว่าประชาชนอธิบายได้ ถ้าเขาทำยืดเยื้อยาวนานเพียงพอ ก็พอทำให้อธิบายได้
จึงเชื่อว่าอย่าเลย อย่าใช้วิธีลวกๆ พยายามยิงให้โดนเป้าวิธีง่ายๆ พรรคการเมืองหานโยบายให้โดนใจคนทุกกลุ่ม เพราะสันดานมนุษย์ต้องการผลประโยชน์ส่วนตัว และแบบนี้รู้สึกว่าดูถูกประชาชนมากไปไหม ให้ประชาชนรู้สึกเป็นเหมือนผู้ที่ต้องล่อหลอก ให้เขารู้สึกว่าจำเป็นต้องพึ่งพา