เนชั่นทีวี

การเมือง

เลือกตั้ง 66 : จับตา “พรรคเล็ก” อาจเป็นจุดพลิก “เกมจัดตั้งรัฐบาล”

25 เม.ย. 2566 | [email protected]

เลือกตั้ง 66 : จับตา “พรรคเล็ก” อาจเป็นจุดพลิก “เกมจัดตั้งรัฐบาล”

หลังเลือกตั้ง อาจมี ส.ส. จำนวนหนึ่ง ถูก กกต. สอย ส.ส. พรรคใหญ่อาจลดฮวบ จับตา “คะแนนพรรคเล็ก” ที่คาดว่าน่าจะได้รวมกัน 5 ล้านคะแนน อาจเป็นจุดพลิก “เกมจัดตั้งรัฐบาล”

ช่วงโค้งสุดท้ายก่อน “การเลือกตั้ง” เหลืออีกเพียง 20 วัน ทำให้พรรคการเมืองต่างๆ ขยับตัวกันแรงยิ่งขึ้น

“ศึกเลือกตั้ง” และเกมช่วงชิงการจัดตั้งรัฐบาลหนนี้ ดูเหมือน “พรรคเล็ก” ถูกกันออกนอกสมการการเมือง ทำให้ทุกฝ่ายสนใจแต่พรรคใหญ่ พรรคมีลุ้น

แต่พรรคเล็กก็มีหัวใจ และมีความมุ่งมั่นพยายาม ที่สำคัญหากการเมือง 2 ขั้วยังช่วงชิงกันดุเดือดแบบนี้ เสียง ส.ส.แม้เพียง 1-2 เสียง มีความสำคัญ เพราะอาจพลิกเกมให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งตั้งรัฐบาลได้ทันที

อย่าลืมสัญญาณจาก “ชาญชัย อิสระเสนารักษ์” ผู้สมัคร ส.ส.นครนายก พรรคประชาธิปัตย์ และอดีต ส.ส.หลายสมัย ที่ออกมาปูดว่าได้เห็นรายชื่อในมือ กกต. มีผู้สมัคร ส.ส. “บิ๊กเนม” ถึง 130 คนที่อาจมีปัญหาคุณสมบัติ และถูก กกต. ตามสอย

สัญญาณล่าสุด ดังมาจาก กกต. เมื่อ “แสวง บุญมี”  เลขาธิการ กกต.ออกมายอมรับ “ลิสต์รายชื่อ 130  บิ๊กเนม” ตามที่ “ชาญชัย” กล่าวถึง “มีอยู่จริง” โดย กกต.ได้ส่งให้ “ตลาดหลักทรัพย์ฯ” ช่วยตรวจสอบ การถือหุ้น ของผู้สมัครรับเลือกตั้งเหลานี้ 

เลือกตั้ง 66 : จับตา “คะแนนพรรคเล็ก” อาจเป็นจุดพลิก “เกมจัดตั้งรัฐบาล”

เพราะกรณีการถือหุ้นสื่อ ถือว่าขัดคุณสมบัติ “การเลือกตั้ง” ส่วนจะเป็นการถือครองหุ้นอื่นอะไรหรือไม่  ตลาดหลักทรัพย์ก็จะแจ้งกลับ อย่างไรตอนนี้  กกต.ยังไม่ได้มีการเคาะรายชื่อคนใด มีความผิดขัดคุณสมบัติ 

นี่อาจจะเป็นเกมเปลี่ยนผลเลือกตั้ง หลังการเลือกตั้ง หากฝ่ายที่มีแนวโน้มได้ ส.ส.มากกว่า ถูกตามสอยเยอะกว่า

ยิ่งไปกว่านั้น หน่วยงานที่ “จ้องสอย” ก็ไม่ได้มีแต่ กกต. แต่ยังมี ป.ป.ช. ที่พิจารณาคำร้องเรื่องมาตรฐานจริยธรรม เรื่องการแสดงบัญชีทรัพย์สินอยู่ด้วย / โดยเฉพาะกลุ่ม ส.ส.สมัยที่แล้ว ที่เคยยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สิน ครอบครองที่ดินรัฐแล้วระบุว่า เป็นที่ดินของตัวเอง ทั้งๆ ที่มีเอกสารยืนยันแค่ ภบท.5 ซึ่งไม่ใช่เอกสารสิทธิ์

ต้องไม่ลืมว่า เคส “ปารีณา ไกรคุปต์” อดีต ส.ส.ราชบุรี ที่โดนมาตรฐานจริยธรรมเล่นงานเป็นคนแรกตามรัฐธรรมนูญปี 60 จนต้องหลุดจาก ส.ส. เป็นการครอบครองที่ดิน ส.ป.ก.4-01 ซึ่งยังมีสถานะเป็นเอกสารสิทธิ์  แต่ ภบท.5 ไม่มีสถานะที่ผู้ใดสามารถครอบครองที่ดินได้เลย

จุดนี้อาจเป็นจุดเปลี่ยนของการตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้งก็เป็นได้ เพราะ กกต. มีห้วงเวลาพิจารณารับรองผลเลือกตั้งถึง 60 วัน นับตั้งแต่วันที่ 14 พ.ค.เป็นต้นไป

เลือกตั้ง 66 : จับตา “คะแนนพรรคเล็ก” อาจเป็นจุดพลิก “เกมจัดตั้งรัฐบาล”

ต้องไม่ลืมว่า การสอบว่าที่ ส.ส.ของฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด จะทำให้อีกฝ่ายได้ประโยชน์ไป-กลับ สมมติฝ่ายชนะเลือกตั้งได้ 270 เสียง ฝ่ายแพ้ได้ 230 เสียง ถ้าฝ่ายชนะโดนสอย 20 เสียง ไม่ใช่เหลือ 250 เสียงเท่านั้น แต่เสียงเกินกึ่งหนึ่งเพื่อตั้งรัฐบาลมันจะลดลงไปด้วย เหลือแค่ 240 เสียง จะทำให้ฝ่าย 230 เสียง มีลุ้นง่ายขึ้น หางูเห่าแค่ 6-7 เสียง อาจจะชิงตั้งรัฐบาลได้แล้ว

ด้วยเหตุนี้ พรรคเล็กจึงอาจจะกลับมามีบทบาทอีกครั้ง หากฝ่ากระแสแลนด์สไลด์ กระแสพรรคใหญ่ และกติกาบัตร 2 ใบเข้าสภาไปได้ ซึ่งก็ต้องบอกว่าบางพรรคมีสิทธิอยู่เหมือนกัน

ย้อนกลับไปเลือกตั้งปี 62 “ดร.สติธร ธนานิธิโชติ” ผู้อำนวยการสำนักนวัตกรรมเพื่อประชาธิปไตย สถาบันพระปกเกล้า ให้ข้อมูลกับ “เนชั่นทีวี” ว่า พรรคใหญ่ 5 พรรค ได้คะแนนพรรค หรือคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ (แต่ตอนนั้นไม่มีบัตรเลือกตั้งแยก) ไปทั้งหมด 31 ล้านเสียง บวกกับบัตรเสียราวๆ 2 ล้าน ทำให้เหลือคะแนนที่ไม่ได้เลือกพรรคใหญ่ ราวๆ 5.4 ล้านเสียง (จากผู้ออกไปใช้สิทธิทั้งหมด 38 ล้านเสียงเศษๆ)

5.4 ล้านเสียง คิดเป็นราวๆ 14% ของผู้ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง (38 ล้านคน) เป็นกลุ่มที่ไม่ได้เลือกพรรคใหญ่ แต่เลือกพรรคเล็ก พรรคท้องถิ่น พรรคที่ชูตัวบุคคล (เช่น พรรคเสรีรวมไทย ชู พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ , พรรคประชาชาติ เป็นพรรคชายแดนใต้) และเลือกพรรคเล็กๆ ที่คนทั่วไปอาจจะไม่รู้จัก แต่คนกลุ่มนี้นิยมเลือก

ก้อนคะแนน 5.4 ล้านเสียง อ.สติธร บอกว่าน่าจะทับซ้อนกับกลุ่ม 32% ที่ “เนชั่นโพล” สำรวจรอบแรกแล้วพบว่า ยังไม่ตัดสินใจเลือกพรรคใด นอกเหนือจากกลุ่มที่ลังเลว่าจะเลือก “ก้าวไกล” หรือ “เพื่อไทย” (ฝ่ายเสรีนิยม) และลังเลว่าจะเลือก “รวมไทยสร้างชาติ” , “ประชาธิปัตย์” หรือ “พลังประชารัฐ” (ฝ่ายอนุรักษ์นิยม) ฉะนั้นก้อนคะแนนนี้จึงมองข้ามไม่ได้ และอาจเปลี่ยนผลเลือกตั้งได้เหมือนกัน

ข่าวล่าสุด