ที่มาของอำนาจ ส.ว. ในการโหวตเลือกนายกฯ ประชาชนเห็นด้วยจริงหรือ ?
ที่ผ่านมาเมื่อถูกตั้งคำถามด้านความชอบธรรม ในการให้อภิสิทธิ์ “ส.ว. แต่งตั้ง” โหวตเลือกนายกฯ ผู้มีอำนาจก็มักอ้างว่า เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ที่ได้ผ่านการลงประชามติแล้ว
แต่อันที่จริง ประเด็นการให้ “ส.ว. แต่งตั้ง” มีสิทธิเลือกนายกฯ ไม่ได้ถูกบรรจุไว้ใน “ร่างรัฐธรรมนูญ ปี 2560” ที่ให้ประชาชนลงประชามติในปี 2559 แต่เป็นคำถามพ่วงในบัตรออกเสียงประชามติ ที่ระบุว่า
“ท่านเห็นชอบหรือไม่ว่า เพื่อให้การปฏิรูปประเทศเกิดความต่อเนื่องตามแผนยุทธศาสตร์แห่งชาติ สมควรกำหนดไว้ในบทเฉพาะกาลว่า ในระหว่าง 5 ปีแรก นับแต่วันที่มีรัฐสภาชุดแรกตามรัฐธรรมนูญนี้ให้ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาเป็นผู้พิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี”
และคำถามที่กำกวมข้างต้นนี่แหละ ได้กลายมาเป็นอำนาจของ “ส.ว. แต่งตั้ง 250 คน” ที่สามารถการโหวตเลือกนายกฯ ได้ใน “รัฐธรรมนูญปี 2560” หรือรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน
ส.ว. 250 คน มาจาก “กลุ่มอำนาจ” ที่ยังมีส่วนได้ส่วนเสียในการเลือกตั้งปี 2562 และปี 2566 ?
“ส.ว.” ชุดที่ 12 หรือชุดปัจจุบัน ได้เริ่มทำหน้าที่ เมื่อปี 2562 จะหมดวาระลงในปี 2567 แบ่งออกเป็น 3 ส่วนได้แก่
ส่วนที่ 1 เป็น ส.ว. โดยตำแหน่ง จำนวน 6 คน
ได้แก่ ปลัดกระทรวงกลาโหม , ผู้บัญชาการทหารสูงสุด , ผู้บัญชาการทหารบก , ผู้บัญชาการทหารอากาศ , ผู้บัญชาการทหารเรือ และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
ส่วนที่ 2 กลุ่มบุคคลที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ 50 คน
คัดเลือกในกลุ่มบุคคลที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ ซึ่งถูกกำหนดไว้ 10 กลุ่ม จนได้รายชื่อ 200 คน แล้วส่งให้ “คสช.” ซึ่งมี “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” เป็นหัวหน้าคณะ และมี “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” เป็นรองหัวหน้าคณะ ทำการคัดเลือกให้เหลือ 50 คน
ส่วนที่ 3 สรรหาโดย “ผู้ทรงคุณวุฒิ” ก่อนส่งให้ คสช. เคาะ 194 คน
คสช. ทำการแต่งตั้ง “ผู้ทรงคุณวุฒิ” ทำหน้าที่สรรหาบุคคล 400 คน ก่อนส่งรายชื่อให้ คสช. คัดเลือกให้เหลือ 194 คน
ซึ่งเมื่อพิจารณาจากที่มาของ ส.ว. 250 คน ก็จะเห็นถึงความเชื่อมโยงกับ คสช. อย่างชัดเจน โดยทั้ง “หัวหน้า คสช.” นั่นก็คือ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” กับ “รองหัวหน้า คสช.” นั่นก็คือ “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” ก็ยังคงมีส่วนได้ส่วนเสียในการเลือกตั้งปี 2566 ในฐานะแคนดิเดตนายกฯ ซึ่งผู้เขียนขอทิ้งท้ายบทความ ด้วยประวัติศาตร์ฉบับย่อของ ส.ว.ไทยทั้ง 12 ชุด ดังต่อไปนี้
ส.ว. ชุดที่ 1 พฤฒสภา (ปี 2489 – 2490) มาจากการเลือกตั้งทางอ้อม โหวตเลือกนายกฯ ไม่ได้
ส.ว. ชุดที่ 2 (ปี 2490 – 2494) มาจากการแต่งตั้ง โหวตเลือกนายกฯ ไม่ได้
ส.ว. ชุดที่ 3 (ปี 2511 – 2514) มาจากการแต่งตั้ง โหวตเลือกนายกฯ ไม่ได้
ส.ว. ชุดที่ 4 (ปี 2518 – 2519) มาจากการแต่งตั้ง โหวตเลือกนายกฯ ไม่ได้
ส.ว. ชุดที่ 5 (ปี 2522 – 2534) มาจากการแต่งตั้ง โหวตเลือกนายกฯ ได้ (บทเฉพาะกาล)
ส.ว. ชุดที่ 6 (ปี 2535 – 2539) มาจากการแต่งตั้ง โหวตเลือกนายกฯ ไม่ได้
ส.ว. ชุดที่ 7 (ปี 2539 – 2543) มาจากการแต่งตั้ง โหวตเลือกนายกฯ ไม่ได้
ส.ว. ชุดที่ 8 (ปี 2543 – 2549) มาจากการเลือกตั้ง โหวตเลือกนายกฯ ไม่ได้
ส.ว. ชุดที่ 9 (ปี 2549) มาจากเลือกตั้ง โหวตเลือกนายกฯ ไม่ได้
ส.ว. ชุดที่ 10 (ปี 2551 - 2557) มาจากการเลือกตั้งและสรรหา โหวตเลือกนายกฯ ไม่ได้
ส.ว. ชุดที่ 11 (ปี 2557) มาจากการเลือกตั้งและสรรหา โหวตเลือกนายกฯ ไม่ได้
ส.ว. ชุดที่ 12 (2562 - ปัจจุบัน) มาจากการแต่งตั้ง... แต่โหวตเลือกนายกฯ ได้ (บทเฉพาะกาล)
อ้างอิง : Wikipedia วุฒิสภาไทย ชุดที่ 1 – 12