เนชั่นทีวี

การเมือง

ส่อง "เศรษฐกิจลำพูน" จังหวัดรายได้สูง แต่ ประชาชนรายได้ต่ำ

22 เม.ย. 2566

ส่อง "เศรษฐกิจลำพูน" จังหวัดรายได้สูง แต่ ประชาชนรายได้ต่ำ

"ลำพูน" เป็นจังหวัดที่มีขนาดเล็กที่สุดของภาคเหนือ มีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจสูง แต่ความเป็นจริงกลับพบว่า ปี 65 มีประชาชนขึ้นทะเบียนรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งหมายถึงผู้มีรายได้น้อย ตามนิยามของTPMAP  จำนวนมากถึง 104,761 ราย

"จังหวัดลำพูน" เป็นที่ตั้งของอดีตเมืองโบราณนามว่า"หริภุญไชย" มีอายุประมาณ ๑,๓๐๐ ปี  โดยฤาษีวาสุเทพ เกณฑ์คนมอญมาสร้างเมืองนี้ขึ้น ตั้งอยู่ในพื้นที่ระหว่างแม่น้ำกวงและแม่น้ำปิง  เมื่อสร้างเสร็จได้อัญเชิญพระนางจามเทวี ราชธิดากษัตริย์เมืองละโว้ มาเป็นปฐมกษัตริย์ มีสตรีปกครองสืบต่อกันมาอีกหลายพระองค์ จนกระทั่งเสียการปกครองให้แก่พ่อขุนเม็งรายมหาราช ผู้รวบรวมแว่นแคว้นทางเหนือเข้าเป็นอาณาจักรล้านนา  

ส่อง "เศรษฐกิจลำพูน" จังหวัดรายได้สูง แต่ ประชาชนรายได้ต่ำ

แม้จะผ่านยุคสมัยของการปกครองของราชอาณาจักรต่างๆ มาตุภูมิแห่งนี้ยังมีประวัติศาสตร์ เรื่องราว และโบราณสถานมากมาย อีกทั้งชุมชนท้องถิ่นยังคงรักษาขนบธรรมเนียม ประเพณี ศิลปะ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตที่เป็นอัตลักษณ์โดดเด่น

ในช่วงแผนพัฒนาประเทศ ฉบับที่ ๔ จังหวัดลำพูนถูกกำหนดให้เป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของประเทศ โดยนโยบายการตั้งนิคมอุตสาหกรรมแห่งแรกของภาคเหนือขึ้นในปี ๒๕๒๖ บริหารงานขึ้นตรงต่อการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หน่วยงานรัฐวิสาหกิจสำคัญที่มีบทบาทขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติด้านความสามารถในการแข่งขัน

สวนสุขภาพสหพัฒน์ รื่นรมย์ จ.ลำพูน

นอกจากนั้น เครือสหพัฒน์ยังมาตั้งสวนอุตสาหกรรมของภาคเอกชน เสริมเข้ามาในพื้นที่อีกแรงหนึ่ง  ทั้งหมดล้วนมีบทบาทต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ(GDP/GPP)ของประเทศ ภูมิภาคและจังหวัดตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา 

ภายหลังสถานการณ์โควิด เศรษฐกิจภาพรวมของจังหวัดลำพูนในไตรมาส ๒ ปี ๒๕๖๔ ฟื้นตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ด้านอุปทานขยายตัวร้อยละ ๗.๖ โดยขยายตัวจากผลผลิตภาคเกษตรกรรมร้อยละ ๑๖.๐ (ผลผลิตมะม่วง ข้าวเหนียว และลำไย)  
ภาคอุตสาหกรรมขยายตัวร้อยละ ๕.๔ (ภาษีมูลค่าเพิ่ม โรงงานอุตสาหกรรม และปริมาณการใช้ไฟฟ้า) และภาคบริการขยายตัวร้อยละ ๖.๖ (ยอดขายสินค้าทั้งปลีกและส่ง ภาษีมูลค่าเพิ่มโรงแรมและภัตตาคาร) 

ด้านอุปสงค์ ขยายตัวร้อยละ ๕.๕ การใช้จ่ายภาครัฐขยายตัวร้อยละ ๑๑.๒ รายจ่ายในการลงทุนขยายตัว ๑ เท่า การบริโภคภาคเอกชนขยายตัวร้อยละ ๔.๔ 

ด้านเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปยังคงติดลบ อยู่ที่ร้อยละ -๒.๖ ขณะที่สภาพคล่องในระบบสถาบันการเงินมีการขยายตัวของปริมาณเงินฝากรวมสูงกว่าปริมาณสินเชื่อ โดยปริมาณเงินฝากรวมขยายตัว ร้อยละ ๖.๖ และปริมาณสินเชื่อขยายตัว ร้อยละ ๑.๐ การจ้างงานขยายตัวร้อยละ ๑.๗ จากภาคอุตสาหกรรม เกษตรกรรมและภาคบริการที่เพิ่มขึ้น

คณะกรรมาธิการติดตาม เสนอแนะและเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ ด้านยุทธศาสตร์ความสามารถในการแข่งขัน มีข้อสังเกตบางประการ ดังนี้

• ระเบียงเศรษฐกิจ ลำพูนเป็นจังหวัดหนึ่งในระเบียงเศรษฐกิจภาคเหนือ (NEC – Creative LANNA) ร่วมกับเชียงใหม่ เชียงราย และลำปาง มีองค์ประกอบของการพัฒนาให้เป็นฐานเศรษฐกิจสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน โดยการพัฒนาต่อยอดอุตสาหกรรมและบริการดั้งเดิมที่มีศักยภาพ สร้างฐานอุตสาหกรรมและบริการใหม่ รวมไปถึงการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ 

• ปัจจัยเสี่ยง  ปัจจัยเสี่ยงทางเศรษฐกิจของจังหวัดลำพูน ได้แก่ ความไม่แน่นอนของสถานการณ์โควิด ๑๙  การกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัสกระทบประสิทธิภาพของวัคซีน ภาระหนี้สินครัวเรือนและธุรกิจที่ยังอยู่ในระดับสูง ผู้ประกอบการยังกังวลต่อสถานการณ์เศรษฐกิจในประเทศและเศรษฐกิจโลกที่หดตัวรุนแรง การว่างงานเป็นข้อจำกัดต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ รวมทั้งแรงกดดันด้านเงินเฟ้อตามการเพิ่มขึ้นของราคาพลังงานและราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดโลก

• เศรษฐกิจ  ลำพูนเป็นจังหวัดที่มีขนาดเล็กที่สุดของภาคเหนือ ปี ๒๕๖๓ มีประชากร ๓๙๓,๘๙๗ คน ผลิตภัณฑ์มวลรวม ๘๒,๕๘๘ ล้านบาท คิดเป็นรายได้ประชาชาติต่อหัว(GPP) ๒๐๙,๖๖๘ บาท/คน/ปี สูงเป็นอันดับ ๑ ของภาคเหนือ และอันดับ ๑๖ ของประเทศ  

แต่ความเป็นจริงกลับพบว่า ปี ๒๕๖๕ มีประชาชนขึ้นทะเบียนรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งหมายถึงผู้มีรายได้น้อย หรือคนจนคนยากลำบากตามนิยามของTPMAP  จำนวนมากถึง ๑๐๔,๗๖๑ ราย หรือประมาณ ๑ ใน ๔  นั่นแสดงว่าความมั่งคั่งร่ำรวยของจังหวัด ยังมิได้กระจายสู่ประชาชน 

ประเด็นคือ "ระหว่างเศรษฐกิจแข่งขันกับเศรษฐกิจชุมชนท้องถิ่น อย่างไรจึงสมดุล"

• อุตสาหกรรม  จังหวัดลำพูนมีจำนวนโรงงานที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการ ณ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๕ รวม ๔๔๓ โรงงาน มูลค่าการลงทุน ๘๓,๖๘๐ ล้านบาท จำนวนแรงงานรวม ๕๗,๖๕๙ คน อยู่ในเขตนิคมอุตสาหกรรม ๗๙ โรงงาน ๕๕,๒๒๐ ล้านบาท นอกเขตอุตสาหกรรม ๓๖๗ โรงงาน ๒๘,๔๖๐ ล้านบาท มูลค่าการลงทุนและการขอขยายกิจการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

• สิ่งแวดล้อม  จังหวัดลำพูนมีชื่อเสียงด้านการจัดการขยะ ในด้านการจัดการกากอุตสาหกรรม สิ่งปฏิกูลและมูลฝอยจากโรงงาน เคยมีเรื่องร้องเรียนมาก่อนในปี ๒๕๔๓ จึงเริ่มพัฒนาระบบ ISO ๑๔๐๐๑ ในปีต่อมา จนปัจจุบันมีระบบการติดตามเคลื่อนย้ายและจัดการขยะอุตสาหกรรมอันตรายแบบเรียลไทม์ เป็นต้นแบบที่ขยายออกไปทั้ง ๑๔ นิคมอุตสาหกรรมทั่วประเทศ  

ส่วนในด้านขยะชุมชน ปี ๒๕๖๕ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใช้จ่ายงบประมาณกำจัดขยะมูลฝอยรวม ๘๐.๘ ล้านบาท มีชุมชนตัวอย่างที่บ้านป่าบุกและเทศบาลตำบลแม่แรง อำเภอป่าซาง เป็นต้นแบบจัดการขยะแบบZero Waste เป็นที่ศึกษาดูงานที่มีชื่อเสียงมาก