ภายหลังสถานการณ์โควิด เศรษฐกิจภาพรวมของจังหวัดลำพูนในไตรมาส ๒ ปี ๒๕๖๔ ฟื้นตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ด้านอุปทานขยายตัวร้อยละ ๗.๖ โดยขยายตัวจากผลผลิตภาคเกษตรกรรมร้อยละ ๑๖.๐ (ผลผลิตมะม่วง ข้าวเหนียว และลำไย)
ภาคอุตสาหกรรมขยายตัวร้อยละ ๕.๔ (ภาษีมูลค่าเพิ่ม โรงงานอุตสาหกรรม และปริมาณการใช้ไฟฟ้า) และภาคบริการขยายตัวร้อยละ ๖.๖ (ยอดขายสินค้าทั้งปลีกและส่ง ภาษีมูลค่าเพิ่มโรงแรมและภัตตาคาร)
ด้านอุปสงค์ ขยายตัวร้อยละ ๕.๕ การใช้จ่ายภาครัฐขยายตัวร้อยละ ๑๑.๒ รายจ่ายในการลงทุนขยายตัว ๑ เท่า การบริโภคภาคเอกชนขยายตัวร้อยละ ๔.๔
ด้านเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปยังคงติดลบ อยู่ที่ร้อยละ -๒.๖ ขณะที่สภาพคล่องในระบบสถาบันการเงินมีการขยายตัวของปริมาณเงินฝากรวมสูงกว่าปริมาณสินเชื่อ โดยปริมาณเงินฝากรวมขยายตัว ร้อยละ ๖.๖ และปริมาณสินเชื่อขยายตัว ร้อยละ ๑.๐ การจ้างงานขยายตัวร้อยละ ๑.๗ จากภาคอุตสาหกรรม เกษตรกรรมและภาคบริการที่เพิ่มขึ้น
คณะกรรมาธิการติดตาม เสนอแนะและเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ ด้านยุทธศาสตร์ความสามารถในการแข่งขัน มีข้อสังเกตบางประการ ดังนี้
• ระเบียงเศรษฐกิจ ลำพูนเป็นจังหวัดหนึ่งในระเบียงเศรษฐกิจภาคเหนือ (NEC – Creative LANNA) ร่วมกับเชียงใหม่ เชียงราย และลำปาง มีองค์ประกอบของการพัฒนาให้เป็นฐานเศรษฐกิจสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน โดยการพัฒนาต่อยอดอุตสาหกรรมและบริการดั้งเดิมที่มีศักยภาพ สร้างฐานอุตสาหกรรมและบริการใหม่ รวมไปถึงการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์
• ปัจจัยเสี่ยง ปัจจัยเสี่ยงทางเศรษฐกิจของจังหวัดลำพูน ได้แก่ ความไม่แน่นอนของสถานการณ์โควิด ๑๙ การกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัสกระทบประสิทธิภาพของวัคซีน ภาระหนี้สินครัวเรือนและธุรกิจที่ยังอยู่ในระดับสูง ผู้ประกอบการยังกังวลต่อสถานการณ์เศรษฐกิจในประเทศและเศรษฐกิจโลกที่หดตัวรุนแรง การว่างงานเป็นข้อจำกัดต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ รวมทั้งแรงกดดันด้านเงินเฟ้อตามการเพิ่มขึ้นของราคาพลังงานและราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดโลก
• เศรษฐกิจ ลำพูนเป็นจังหวัดที่มีขนาดเล็กที่สุดของภาคเหนือ ปี ๒๕๖๓ มีประชากร ๓๙๓,๘๙๗ คน ผลิตภัณฑ์มวลรวม ๘๒,๕๘๘ ล้านบาท คิดเป็นรายได้ประชาชาติต่อหัว(GPP) ๒๐๙,๖๖๘ บาท/คน/ปี สูงเป็นอันดับ ๑ ของภาคเหนือ และอันดับ ๑๖ ของประเทศ
แต่ความเป็นจริงกลับพบว่า ปี ๒๕๖๕ มีประชาชนขึ้นทะเบียนรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งหมายถึงผู้มีรายได้น้อย หรือคนจนคนยากลำบากตามนิยามของTPMAP จำนวนมากถึง ๑๐๔,๗๖๑ ราย หรือประมาณ ๑ ใน ๔ นั่นแสดงว่าความมั่งคั่งร่ำรวยของจังหวัด ยังมิได้กระจายสู่ประชาชน
ประเด็นคือ "ระหว่างเศรษฐกิจแข่งขันกับเศรษฐกิจชุมชนท้องถิ่น อย่างไรจึงสมดุล"
• อุตสาหกรรม จังหวัดลำพูนมีจำนวนโรงงานที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการ ณ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๕ รวม ๔๔๓ โรงงาน มูลค่าการลงทุน ๘๓,๖๘๐ ล้านบาท จำนวนแรงงานรวม ๕๗,๖๕๙ คน อยู่ในเขตนิคมอุตสาหกรรม ๗๙ โรงงาน ๕๕,๒๒๐ ล้านบาท นอกเขตอุตสาหกรรม ๓๖๗ โรงงาน ๒๘,๔๖๐ ล้านบาท มูลค่าการลงทุนและการขอขยายกิจการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
• สิ่งแวดล้อม จังหวัดลำพูนมีชื่อเสียงด้านการจัดการขยะ ในด้านการจัดการกากอุตสาหกรรม สิ่งปฏิกูลและมูลฝอยจากโรงงาน เคยมีเรื่องร้องเรียนมาก่อนในปี ๒๕๔๓ จึงเริ่มพัฒนาระบบ ISO ๑๔๐๐๑ ในปีต่อมา จนปัจจุบันมีระบบการติดตามเคลื่อนย้ายและจัดการขยะอุตสาหกรรมอันตรายแบบเรียลไทม์ เป็นต้นแบบที่ขยายออกไปทั้ง ๑๔ นิคมอุตสาหกรรมทั่วประเทศ
ส่วนในด้านขยะชุมชน ปี ๒๕๖๕ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใช้จ่ายงบประมาณกำจัดขยะมูลฝอยรวม ๘๐.๘ ล้านบาท มีชุมชนตัวอย่างที่บ้านป่าบุกและเทศบาลตำบลแม่แรง อำเภอป่าซาง เป็นต้นแบบจัดการขยะแบบZero Waste เป็นที่ศึกษาดูงานที่มีชื่อเสียงมาก