ปธ.กกต. ระบุ ตั้งเป้าลดบัตรเสีย 1% แจงสีบัตรลต.ไม่ให้ซ้ำกับสีพรรคการเมือง
21 เม.ย. 2566 | tinakit_rat

ประธาน กกต. ระบุ ตั้งเป้าลดบัตรเสียเหลือ 1% แจงสีบัตรเลือกตั้งม่วง-เขียว เพื่อไม่ให้ซ้ำกับสีประจำพรรคการเมือง พร้อมติวเข้ม กปน. ไม่ให้เกิดบัตรเขย่ง
การเมือง
21 เม.ย. 2566 | tinakit_rat

ประธาน กกต. ระบุ ตั้งเป้าลดบัตรเสียเหลือ 1% แจงสีบัตรเลือกตั้งม่วง-เขียว เพื่อไม่ให้ซ้ำกับสีประจำพรรคการเมือง พร้อมติวเข้ม กปน. ไม่ให้เกิดบัตรเขย่ง
21 เมษายน 2566 นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) กล่าวถึงบัตรเลือกตั้งว่า มี 2 ประเภทแบบแบ่งเขตจะเป็นสีม่วง ส่วนแบบบัญชีรายชื่อเป็นสีเขียว ซึ่งเรื่องของสีบัตรนั้นมีหลายคนสงสัยว่า ทำไมต้องเป็น 2 สี เพราะเวลาพิจารณาสีบัตรเราได้คำนึงถึงสีที่จะไม่ไปซ้ำกับสีที่พรรคการเมืองใช้ ฉะนั้นสีบัตรที่เราเลือกมานั้นจะไม่มีความเกี่ยวพันกับพรรคการเมืองใดจึงได้เป็น 2 สีนี้
ส่วนกรณีบัตรเลือกตั้ง ที่ต้องอัดแน่นหมายเลขในกระดาษใบเดียวนั้น อาจจะเป็นอุปสรรคต่อผู้สูงอายุ นายอิทธิพร กล่าวว่า เท่าที่เห็นบัตรตัวอย่างตอนประชุมกกต.ดูแล้วก็ไม่ได้อัดแน่นมาก เพราะถ้ามันเกินจำนวนเราก็จะใช้กระดาษอีกขนาดหนึ่ง ฉะนั้นเราไม่ให้มันอัดแน่นจนตาลายแน่ ในหลักการถ้าเขตเลือกตั้งนั้นมีผู้สมัครน้อยคน ก็อาจจะเป็นกระดาษขนาดที่เหมาะสมหรือขนาด A4 แต่ถ้ามีจำนวนผู้สมัครมาก ก็อาจจะเป็นกระดาษขนาดที่ใหญ่ขึ้น
ส่วนที่มีหลายคนกังวลเรื่องคอลัมน์ในบัตรช่อง ที่ต้องกาลงคะแนนทั้งคอลัมน์แรกกับคอลัมน์หลัง จะทำคนสับสนหรือไม่นั้น บัตรเลือกตั้งที่ทำมาในครั้งนี้ เป็นทำนองเดียวกับการเลือกตั้งเมื่อปี 2554และ2557 ซึ่งช่วงนั้นก็จะมีบัตร 2 ใบแบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อเหมือนกัน คราวนี้ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. แก้ไขใหม่ระบุว่า ต้องทำ 2 อย่างแตกต่างกัน ดังนั้นสิ่งที่เราทำก็สอดคล้องกับแนวปฏิบัติ และข้อกฎหมายที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
สำหรับยอดบัตรเสียที่จะเกิดในการเลือกตั้งครั้งนี้ นายอิทธิพร กล่าวว่า เราตั้งเป้าให้เสียน้อยที่สุด ไม่เกิน 2 เปอร์เซ็นต์ ถ้าเป็น 1 เปอร์เซ็นต์ได้จะดีใจมาก ซึ่งการเลือกตั้งครั้งที่แล้วเสียถึง 4 เปอร์เซ็นต์ ครั้งนี้มีบัตร 2 ใบเราก็ตระหนักดีว่ามันต่างจากครั้งที่แล้วและก็เป็นความท้าทาย ฉะนั้นกระบวนการที่จะประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบอย่างต่อเนื่องนั้น ก็ต้องทำให้มากยิ่งขึ้น
หวังว่าถ้ามีการประชาสัมพันธ์อย่างหนักแน่น แล้วจะช่วยลดความสับสนและเรื่องบัตรเสียได้ และหน้าหน่วยเลือกตั้งเอง ก็จะมีบอร์ดประชาสัมพันธ์เป็นข้อมูลเบื้องต้น นอกเหนือจากประวัติของผู้สมัครแล้ว เช่น ข้อที่ควรต้องระวังไม่ไปถ่ายรูปบัตรเลือกตั้งที่กาแล้ว อย่านำบัตรเลือกตั้งออกนอกหน่วย อย่าทำให้บัตรชำรุด เป็นต้น
"เรื่องบัตรเขย่งก็เป็นเรื่องที่เราให้ความสำคัญ และทราบดีว่าประชาชนให้ความสนใจ บัตรเขย่งปี 62 ตามข้อมูลที่เรามีเขย่งไป 8 หน่วยเลือกตั้งจาก 92,320 หน่วย ถ้าคิดเป็นเปอร์เซ็นต์แล้วไม่ถึง 0.01 แต่นั่นไม่ใช่เป็นสิ่งที่เราจะไม่พยายามทำให้มันไม่เกิดขึ้น เรื่องนี้เรามีการอบรมกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง(กปน.) อย่างเข้มข้นว่าสิ่งที่พึงปฏิบัติไม่ให้เกิดบัตรเขย่งทำอย่างไร ซึ่งตัวอย่างที่ดีมีให้เห็นในครั้งเลือกตั้งกรุงเทพมหานครปี 65 ไม่มีบัตรเขย่งเลย ดังนั้นครั้งนี้เราก็หวังว่าจะไม่มีบัตรเขย่ง หรือถ้ามีก็ให้น้อยที่สุด" นายอิทธิพร กล่าว
อนึ่ง บัตรเขย่ง หมายถึง "ตัวเลขผู้มาใช้สิทธิ์กับตัวเลขบัตรที่ถูกใช้ไปไม่ตรงกัน" เช่น เขตเลือกตั้งนั้นๆ มีผู้ไปรายงานตัวใช้สิทธิ์เลือกตั้ง แต่จู่ๆ อาจรอคิวนาน หรือเกิดเหตุกะทันหันอื่นๆ จึงทำให้ต้องออกจากแถวที่ต่อคิวลงคะแนน เลยตัดสินใจ "สละสิทธิ์" จึงเป็นกรณี ตัวเลขผู้มาใช้สิทธิ์กับตัวเลขบัตรที่ถูกใช้ไปไม่ตรงกัน