สำหรับภาพรวมของพรรคจากการลงพื้นที่นั้น นายองอาจ กล่าวว่า ประชาชนให้การตอบรับดี และมีประชาชนหลายคนเข้ามาพูดว่าขอโทษที่ครั้งที่แล้วไม่ได้เลือกพรรคประชาธิปัตย์และจะกลับมาเลือกซึ่งเป็นสัญญาณที่ดี ว่าประชาชนที่คอยสนุบสนุนพรรคประชาธิปัตย์ โดยเฉพาะใน กทม. ที่พรรคประชาธิปัตย์มีมากกว่า 1,000,000 เสียงมาโดยตลอดแต่การเลือกตั้งเมื่อปี 2562 ที่ผ่านมาพรรคประชาธิปัตย์เหลือคะแนนเพียง 390,000 เสียง เพราะฉะนั้นคราวนี้ขอร้องวิงวอนพี่น้องประชาชน ที่เคยสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ขอให้กลับมาเลือกผู้สมัครของพรรคประชาธิปัตย์เพราะเชื่อว่าเสียงที่เคยสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ในพื้นที่ กทม. แล้วไปเลือกพรรคอื่นในการเลือกตั้งปี 62 กลับมาสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์จะได้ ส.ส. ใน กทม. อย่างแน่นอน
สำหรับผลสำรวจคะแนนนิยม จากโพลหลายสำนักที่คะแนนพรรคประชาธิปัตย์และปาร์ตี้ลิสต์ ยังตามหลังพรรคอื่นๆอยู่หลายลำดับ จะมีวิธีการอย่างไรที่จะทำให้คะแนนนิยมเพิ่มขึ้น น.ส.วทันยา กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์จะเดินหน้าลงพื้นที่เข้าไปขอคะแนนกับประชาชน พบปะพูดคุย ถึงนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ให้ประชาชนได้มีโอกาสตัดสินใจมากที่สุด รวมถึงการจัดเวทีปราศรัยใหญ่ ทั้งใน กทม. และ จังหวัด ต่างๆ ในช่วง 26 วันที่เหลือ
ส่วนกลยุทธ์และหมัดเด็ดที่จะเอาชนะใจประชาชนเพื่อทำคะแนนนิยมให้ทันพรรคอื่นๆนั้น ตนเชื่อว่า จุดยืนในการทำงานของพรรคประชาธิปัตย์ที่ พิสูจน์ว่าตลอด 77 ปีที่ผ่านมาพรรคประชาธิปัตย์ เป็นที่พึ่งพาให้กับประชาชนมาได้เสมอ ทั้งใน กทม. และทุกภูมิภาค รวมถึงการทำงานหนัก โดยเฉพาะใน กทม. ถึงแม้ว่าตลอด 4 ที่ผ่านมาพรรคประชาธิปัตย์จะไม่มี ส.ส. แต่เราไม่เคยทิ้งคนกรุงเทพ ในทางกลับกันยังคงทำงานหนัก มุ่งมั่น ทุ่มเท เพื่อพี่น้องกรุงเทพ และเชื่อว่าประชาชนดูที่ความตั้งใจของผู้สมัคร ไม่ได้ตัดสินใจประเดี๋ยวประด๋าว แต่ดูการทำงานในพื้นที่อย่างต่อเตื่อง และที่สำคัญพรรคประชาธิปัตย์ทำงานโดยการรับฟังพี่น้องประชาชนเพื่อนำมาสู้การแก้ไขมาโดยตลอด