svasdssvasds
เนชั่นทีวี

การเมือง

"พปชร." ค้านหัวชนฝา "เงินดิจิทัล 10,000 บาท" ทำไม่ได้จริง

18 เมษายน 2566

"ธีระชัย" ที่ปรึกษาคณะนโยบายพรรคพลังประชารัฐ ชี้ "เงินดิจิทัล 10,000 บาท" เพื่อไทยทำไม่ได้จริง แนะแก้ไขปรับปรุง 3 ประเด็นใหญ่ ไม่เช่นนั้นนโยบายจะไม่เกิด เชื่อส่งผลเสียมากมาย ห่วงข้อมูลส่วนตัวประชาชนรั่วไหล

18 เมษายน 2566 ที่พรรคพลังประชารัฐ นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล ที่ปรึกษาคณะกรรมการนโยบายพรรคพลังประชารัฐ แถลงข่าวกรณีนโยบายแจก"เงินดิจิทัล 10,000 บาท" ของพรรคเพื่อไทย ว่า โครงการนี้ยังมีอุปสรรคอยู่หลายประการซึ่งไม่สามารถทำได้จริง โดยมีปัญหาที่ต้องพิจารณาและจะต้องมีการแก้ไขปรับปรุง 3 ประการ คือ

"พปชร." ค้านหัวชนฝา "เงินดิจิทัล 10,000 บาท" ทำไม่ได้จริง

1. โครงการนี้ออกแบบให้มีการส่งเหรียญเข้าไปในกระเป๋าดิจิทัล ซึ่งเหรียญพวกนี้ใช้ชื่อเหรียญดิจิทัลเพื่อไทยซึ่งเป็นแนวคิดเหมือนกันกับการใช้คูปอง ซึ่งถ้าหากมีการแจกคูปองให้กับประชาชนและประชาชนนำไปใช้เพื่อที่จะซื้อสินค้าหรือบริการ ซึ่งเป็นการใช้ในลักษณะรอบเดียว แต่เหรียญที่เพื่อไทยใช้สามารถใช้วนชำระหนี้ระหว่างประชาชนด้วยกันได้ เหรียญลักษณะนี้เป็นการออกเงินตราอย่างหนึ่ง แล้วเมื่อมีสภาพเป็นเงินตรา ตนเห็นว่าจะเข้าข้อบังคับของพระราชบัญญัติเงินตรา พ.ศ 2501

โดยประเด็นนี้อาจจะเป็นอุปสรรคและเป็นประเด็นที่ควรจะต้องมีการศึกษา เพื่อที่จะหาทางออก ให้เรียบร้อยก่อน ซึ่งในแง่ของกฎหมายกรณีที่มีการออกอะไรที่เป็นเงินตรานั้นผู้ออกสามารถขออนุญาตจากรัฐมนตรีคลังได้ แต่ในความเห็นของตน รัฐมนตรีคลังที่จะมาอนุญาตให้เอกชนรายใดรายหนึ่ง ออกในลักษณะที่เป็นเงินตราไม่สามารถทำได้ เพราะพระราชบัญญัติธนาคารแห่งประเทศไทย บัญญัติให้ธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นองค์กรเดียวที่มีอำนาจในการออกเงินตรา ซึ่งขอแนะนำให้ไปศึกษาและหาทางแก้ไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ

2. เหรียญดิจิทัลนั้นออกแบบให้เป็นบล็อกเชน มีการเก็บข้อมูลในการใช้จ่าย ซึ่งเป็นข้อมูลจำนวนของผู้ใช้ 54 ล้านคน โดยไม่จำเป็นจะต้องขออนุญาต เข้าดูข้อมูลดังกล่าว การที่เราอนุญาตให้เอกชนเข้าไปดูข้อมูลของจำนวนผู้ใช้ ซึ่งจะเป็นข้อมูลที่มีมูลค่าทางการตลาดมีความเสี่ยงในเรื่องของข้อมูลรั่วไหล และถ้าหากข้อมูลรั่วไหลก็เป็นอันตรายต่อประชาชน

"พปชร." ค้านหัวชนฝา "เงินดิจิทัล 10,000 บาท" ทำไม่ได้จริง

3. รัฐบาลหน้าถึงเวลาที่จะต้องมีการจัดทำแผนแม่บทเกี่ยวกับเศรษฐกิจดิจิทัลสำหรับประเทศไทย เพราะขณะนี้มีแนวโน้มในการดำเนินการในระดับสากลที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งรัฐบาลหน้าจำเป็นจะต้องเตรียมรับมือ หลายประการ เช่น เป็นครั้งแรกที่ IMF ประกาศจัดตั้งเหรียญดิจิทัลขึ้นมา ที่มีการซื้อขายแลกเปลี่ยนกันข้ามพรมแดน ,ลักษณะของการค้ามีการค้าขายที่สำคัญกับประเทศจีนมากขึ้นในอนาคต แล้วต้องคำนึงถึงการใช้ดิจิทัลหยวนของประเทศจีน เพื่ออำนวยความสะดวกในการค้าขายกับนักท่องเที่ยวจีน และขณะนี้โลกแบ่งเป็น 2 ค่าย คือ ค่ายตะวันตกและค่ายบริกส์ ซึ่งมีการเตรียมที่จะจัดทำเงินดิจิทัลเพื่อหลีกเลี่ยงเงินสกุลดอลลาร์

"พปชร." ค้านหัวชนฝา "เงินดิจิทัล 10,000 บาท" ทำไม่ได้จริง

"ประเทศไทยต้องมีการวางแผนในการทำเศรษฐกิจดิจิทัลเพื่อรับมือ และการวางแผนตรงนี้ไม่สามารถวางแผนโดยใช้เหรียญดิจิทัลที่ออกโดยบริษัทเอกชนได้ ซึ่งการวางแผนรับมือนี้จำเป็นต้องใช้เหรียญที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทยเท่านั้น ซึ่งเท่าที่ดูในเชิงวิชาการโครงการเงินดิจิทัล 10,000 บาท ของพรรคเพื่อไทยนั้น นับว่ายังมีปัญหาอุปสรรคมากพอสมควร จึงต้องมีการศึกษาและวางแผนแก้ปัญหาใน 3 ประเด็นดังกล่าว" นายธีระชัย กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง 

นายธีระชัย กล่าวด้วยว่า นโยบายนี้ถ้าไม่มีการปรับเปลี่ยนเลยจะต้องมีปัญหาในเชิงกฎหมายและการพัฒนานโยบายภาพรวม แต่ถ้าหากนำขึ้นมาใช้โดยมีการแก้ปัญหาจุดอ่อนที่ได้ตนได้เสนอไปแล้วนั้นก็จะเป็นเรื่องที่ดี แลพจะเป็นการเดินหน้าในการเอาเทคโนโลยีดิจิทัลมาขับเคลื่อนประเทศ ขอย้ำว่าประเด็นปัญหา 3 ข้อที่ได้พูดนั้นการแก้ไขไม่ใช่เรื่องง่าย เป็นประเด็นปัญหาในทางกฎหมายและธรรมาภิบาลหลายจุด แต่ถ้าหากไม่ดำเนินการป้องกันไว้ตั้งแต่แรก เวลาเดินไปแล้วก็จะสะดุดแล้วเดินไม่ได้ โครงการนี้อาจจะปฏิบัติไม่ได้จริง และวิธีการที่จะปฏิบัติได้จริง ก็ต้องแก้ข้ามอุปสรรคตามที่ตนได้แนะนำไปแล้ว

"พปชร." ค้านหัวชนฝา "เงินดิจิทัล 10,000 บาท" ทำไม่ได้จริง

อย่างไรก็ตาม นโยบายดัวกล่าวต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย การพัฒนาของประเทศถึงจุดหนึ่งก็ต้องเอาเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ ซึ่งตนเห็นด้วยและเห็นแนวทางในการคิดของโครงการนี้เป็นเรื่องที่ถูกต้อง แต่โครงการนี้ยังไม่ได้คิดทุกแง่ทุกมุม ถ้ามองในเรื่องซอฟต์แวร์อย่างเดียวจะแคบ แต่ถ้าหากมองภาพรวมความเหมาะสมของกฎหมาย ธรรมาภิบาลภาพรวมของประเทศ จะทำให้เห็นภาพที่กว้างขึ้น