สาเหตุที่ต้องทิ้งเก้าอี้นายก อบจ.มาลง ส.ส.เอง เพราะเขต 1 ต้องพบกับคู่ชิงจากพรรคเพื่อไทยซึ่งมีฐานเสียงใกล้เคียงกัน เนื่องจากรอบนี้ "ป๋าเหนาะ" ขอแก้มือ ด้วยการวางตัว "กฤษณ สุนทรกิจพาณิชย์" อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนเขาฉกรรจ์วิทยาคม และอดีตผู้สมัครนายก อบจ.สระแก้ว อดีตประธานสหกรณ์ออมทรัพย์ครูสระแก้ว ชนกับ "กำนันกี ขวัญเรือน"
โดยในการเลือกตั้งปี 62 "ป๋าเหนาะ" ส่ง "สนธิเดช เทียนทอง" หลานชายลงสมัคร แต่พ่ายให้กับ "ฐานิสร์ เทียนทอง" ลูกชาย "กำนันขวัญเรือน" เลือกตั้งปีนี้จึงขอทวงเก้าอี้คืน
ขณะที่ "กำนันกี ขวัญเรือน" ยังเจอศึกหนักที่เขต 1 เพราะต้องประมือกับ "บ้านใหม่ กลุ่มเขาฉกรรจ์" ที่ส่ง "สจ.เปิ้ล" ดรุณี พูนประสิทธิ์ อดีตประธานสภา อบจ. สระแก้ว ลงสู้ศึกในสีเสื้อภูมิใจไทย
"สจ.เปิ้ล" เป็นลูกสาวของ "กำนันตัน" วิชัย งามสุคนธ์รัตนา อดีตกำนันตำบลเขาฉกรรจ์ ซึ่งเป็นเสาหลักของนักการเมืองท้องถิ่นในพื้นที่มาอย่างยาวนาน อีกทั้ง ยังเป็นหลานสาวของ "วิโรจน์ งามสุคนธ์รัตนา" อดีตรองนายก อบจ.สระแก้ว และเป็นหลานอาของ "กรณิศ งามสุคนธ์รัตนา" อดีต ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งปัจจุบันย้ายเข้าค่ายภูมิใจไทย และเป็นผู้ทาบทาม "สจ.เปิ้ล" ให้กระโดดมาลงสนามการเมืองระดับชาติที่สระแก้วเขต 1 ในสีเสื้อเดียวกัน
"สจ.เปิ้ล" ไม่ธรรมดา นอกจากมีฐานเสียงแน่นจาก "กลุ่มเขาฉกรรจ์" แล้ว ยังได้พลังเสริมจากสามี คือ "เสธ.หิน" พล.อ.ศรีศักดิ์ พูนประสิทธิ์ อดีตผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก, อดีต ผบ.พล.ร.2 รอ. และอดีตผู้บัญชาการกองกำลังบูรพา อยู่ในสายสีเขียวพื้นที่สระแก้วมาตลอด และมีคนให้ความเคารพนับถือมากเช่นกัo ทำให้เลือกตั้งหนนี้ไม่อาจมองข้าม "กลุ่มบ้านใหม่เขาฉกรรจ์" ได้
"สระแก้ว" เขต 1 จึงกลายเป็นพื้นที่ "ช้างชนช้าง" ไม่ใช่แค่ 2 เชือก แต่เป็น 3 เชือก เพราะนอกจากจะเป็นการวัดพลังกันระหว่าง "บ้านใหญ่เทียนทอง" 2 ขั้วแล้ว ยังมี "กลุ่มบ้านใหม่เขาฉกรรจ์" รอสอดแทรกอีกด้วย