แต่นัยแท้จริงแห่งศึก"จปร.36" งวดนี้ จ.พะเยา คือ เป้าหมายที่ พปชร.หวังคว้า 3 ส.ส.ไว้ให้ได้ โดยอยู่ในเครือข่ายของ"ผู้กองคนดัง" ทั้งหมด แต่"เสธ.หิ" ไปแตะมือตระกูลตันบรรจงที่เคยมีบารมีในพื้นที่มายาวนานและตอนนี้มาร่วมงานกับ"รทสช." หวังทวงบัลลังก์กลับมา
บวกกับพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง เช่น ตาก,พิษณุโลก,นครสวรรค์ ซึ่ง"เสธ.หิ" รับดูแลแบบเบื้องหลังที่หวังปักธงให้ได้เพิ่ม ส่วน"ร้อยเอกธรรมนัส" ขันอาสาดูแลให้พปชร.เช่นกัน จึงเป็นปัจจัยเสริมอีกข้อหนึ่งที่ทำให้ "ผู้กองคนดัง" ออกมาโพสต์แจ้งสังคมด้วยข้อความรุนแรง
บทสรุปสนามเลือกตั้ง ของสองคนนี้ คือ แข่งขันกันเองแบบรู้ตื้นลึกหนาบางกันทุกตารางนิ้วและทุกย่างก้าว
เมื่อปี 2562 "เสธ.หิ" เดินเกมลับให้พปชร.ร่วมกับ"ผู้กองคนดัง"ในหลายพื้นที่เลือกตั้ง จนพปชร.ได้โอกาสเป็นแกนนำตั้งรัฐบาลทำให้"ลุงตู่"กับ"ลุงป้อม"แฮปปี้ แต่สำหรับครั้งนี้ "2ป."แยกทางกันเดินบนเส้นทางการเมือง เพราะ "พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ" หวังได้เป็นสร.1 ร่วมกับพปชร. โดยมีผู้กองคนดังเดินเคียงข้าง แต่"พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา" ย้ายไปตั้งรทสช.และมี"เสธ.หิ"ไปช่วยงาน
เมื่อบั๊ดดี้แห่งจปร.36 รู้จังหวะกันและกัน เคยร่วมรบกันมา แต่ต้องแยกย้ายและหวังผลเลิศด้วยจำนวนส.ส.ที่ประชันกัน
กล่าวตามประสาคอการเมือง ต้องจัดหนักอัดเต็มทุกศาสตร์วิชาบนดินและใต้ดิน สองคนนี้รู้เส้นทางกันและกัน อยู่เพียงแต่ว่าใครจะปล่อยวิชาใดออกมา และใครจะแก้เกมกันอย่างไร มิให้เสียเปรียบ
ยกแรก "ผู้กองคนดัง" ออกอาการเกินเหตุไปเล็กน้อย เพราะรู้อยู่ว่าเขต 3 จ.พะเยานั้นเป็นพื้นที่ของคนสนิท "ร้อยเอกธรรมนัส" มีโอกาสที่จะแข่งขันกันเดือดกับตระกูลตันบรรจงซึ่ง"เสธ.หิ"ช่วยเหลือให้เดินกลับมาสู่เส้นทางการเมืองอีกครั้ง
นับจากนี้"บั๊ดดี้แห่งจปร.36" บนสนามเดือดเลือกตั้ง ที่ต่างต้องแย่งสร้างผลงาน จะมีผลให้มิตรภาพต้องจางหายลงไปด้วยหรือไม่ เหมือนกับสัจธรรม"การเมืองไม่มีมิตรแท้ และศัตรูถาวร"ยังจะนำมาใช้ในสถานการณ์นี้ได้อีกหรือไม่ ก็คงต้องติดตาม