ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ตนอยู่พรรคการเมืองมาหลายพรรค แต่พรรคที่มีหัวหน้าอย่าง พล.อ.ประวิตร ทำให้สามารถพูดได้เต็มปากว่า ท่านคือผู้นำเป็นผู้ใหญ่ใจดี วันนี้เป็นโอกาสดีของพี่น้องชาวพิจิตร ที่ท่านตั้งใจมาพบทุกคนที่นี่ทั้ง 3 เขต 12 อำเภอ เมื่อการเลือกตั้งปี 62 ผู้สมัครของพลังประชารัฐทั้ง 3 เขต ได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องที่นี่ วันนี้ ส.ส.ของพรรคพลังประชารัฐ ที่สร้างมากับมือได้ย้ายบ้านออกไป เราก็ไม่ว่ากัน แต่เรามั่นใจว่าในการเลือกตั้งปีนี้ เราได้ว่าที่ผู้สมัครที่มีคุณภาพมาเป็นตัวแทนชาวพิจิตรอีกครั้ง ซึ่งเราหวังว่า ทุกคนจะกาให้เราทั้งผู้สมัครและพรรคพลังประชารัฐ
"พรรคพลังประชารัฐประกาศชัดเจนว่า เราจะก้าวข้ามความขัดแย้ง บรรยากาศที่แตกแยก ไม่ใช่เรื่องสนุก หมดเวลาแล้วที่คนไทยจะทะเลาะกัน เพราะฉะนั้นถ้าใครอยากได้ประเทศที่สงบสุขขอให้เลือกพรรคพลังประชารัฐ"
ผู้ช่วยศ.พรชัย ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พิจิตรเขต 1 กล่าวว่า วันนี้ได้รับเกียรติจากพล.อ.ประวิตร และ ร.อ.ธรรมนัส เดินทางมาร่วมพูดคุยกับพวกเรา จากนโยบายของพรรคพลังประชารัฐ ที่จะทำให้คนไทยมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยเฉพาะปัญหาเรื่องภัยแล้ง น้ำท่วม จะไม่เกิดขึ้นอีก ถ้าเรามีนายกรัฐมนตรีชื่อ พล.อ.ประวิตร เราจะมีน้ำใช้ เพื่อการเกษตรกรรมตลอดทั้งปี ตนเชื่อเลยว่า จากนี้ไปคนพิจิตรจะมีน้ำเพื่อทำนา สร้างรายได้ตลอดทั้งปี
ด้านนางณริยา ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พิจิตร เขต 2 กล่าวว่า ชาวพิจิตรอาจจะเคยตนเปิดตัวกับอีกพรรคการเมืองหนึ่ง ซึ่งคงสงสัยว่า ทำไมถึงย้ายมาลงรับสมัครเลือกตั้งกับพรรคพลังประชารัฐ ก็เพราะพรรคพลังประชารัฐ จะก้าวข้ามความขัดแย้ง รวมถึงพรรคยังมีนโยบายดี ๆ เพื่อคนไทยทั้งประเทศ ไม่ว่าจะเป็นบัตรประชารัฐ 700 บาท รวมถึงนโยบายดูแลผู้สูงอายุ 345 678 ที่จะมีสวัสดิการดูแลผู้สูงอายุ ตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ตามลำดับขั้นบันได จึงขอโอกาสจากชาวพิจิตร ขอให้ ส.ส.พิจิตรทั้ง 3 เขตเป็นผู้สมัครของพรรคพลังประชารัฐ
ขณะที่นายเอกวิชญ์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พิจิตร เขต 3 กล่าวว่า ขอขอบคุณพี่น้องชาวพิจิตรที่มาต้อนรับผู้บริหารพรรคพลังประชารัฐ วันนี้ถ้าตนได้รับโอกาสจากชาวพิจิตรเขต 3 ตนสัญญาว่า จะทำหน้าที่อย่างเต็มความสามารถให้คุ้มค่ากับภาษีของประชาชนทุกคน และตอบแทนความไว้วางใจด้วยการทำงานเต็ม 100%