น.ส.เยาวภา ซึ่งเป็นอดีตนักกีฬาเทควันโดโอลิมปิก กล่าวว่า การนำกีฬาและกิจกรรมสร้างสรรค์ เข้ามาสร้างสุขภาพและสร้างการตระหนักรู้ถึงการมีคุณค่าของตนเองให้กับเด็ก เยาวชน และคนทุกเพศทุกวัย ตลอดจนการพัฒนาเด็กเล็กโดยการเพิ่มทักษะครูพี่เลี้ยง และการทำนโยบายที่เน้นให้เด็กได้อยู่ใกล้ชิดครอบครัว เพื่อสร้างความอบอุ่นและครอบครัวที่เข้มแข็ง รวมถึงการส่งเสริมการศึกษาแบบยืดหยุ่นที่เป็นหลักสูตรเฉพาะเพื่อสร้างความสามารถที่เป็นเอกลักษณ์ให้กับเด็กที่จะเป็นอนาคตของประเทศ
ขณะที่ น.ส.ยศยา นำเสนอนโยบายสิทธิของเด็ก สตรี ผู้พิการและคนชรา ผ่าน ทั้ง 12 นโยบาย จากพรรคชาติพัฒนากล้า อาทิ อารยสถาปัตย์ โดยสนับสนุนงบประมาณ 50,000 บาทเพื่อปรับปรุงซ่อมบ้านในกับผู้พิการและผู้สูงอายุ, การจ้างงานผู้สูงอายุหลังเกษียณ 500,000 ตำแหน่ง , เด็กไทยต้องรู้ 3 ภาษา ได้แก่
ภาษาไทย ภาษาต่างประเทศ และภาษาโค้ดดิ้ง, กองทุนสร้างสรรค์ สูงสุด 1,000,000 บาท สนับสนุนกลุ่มคนที่มีไอเดียวสร้างสรรค์ในการทำธุรกิจ ไม่จำกัดวุฒิ, เพศ, และวัย และ นโยบายสนับสนุนกลุ่ม LGBTQ+ ให้เป็นที่ยอมรับ และ เสมอภาคเพื่อสร้างความงดงามทางสังคม และ นำรายได้เข้าสู่ประเทศ