อย่างไรก็ตาม ในการประชุมใหญ่วิสามัญประจำปีครั้งที่ 1/2565 ของพรรคชาติพัฒนาวันที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2565 ที่ประชุมมีฉันทามติให้ "นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ" ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานที่ปรึกษาพรรคให้ดำรงตำแหน่งประธานพรรค ขณะเดียวกัน "พลเอกฐิติวัจน์ กำลังเอก" ก็ได้ขอลาออกจากตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคและสมาชิกพรรค เนื่องจากปัญหาสุขภาพ
ต่อมาในการประชุมใหญ่วิสามัญประจำปีครั้งที่ 2/2565 วันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2565 ที่จังหวัดนครราชสีมา ที่ประชุมมีมติเปลี่ยนแปลงข้อบังคับพรรค และชื่อพรรคเป็น พรรคชาติพัฒนากล้า พร้อมกันนี้ยังได้มีมติเลือก"นายกรณ์ จาติกวณิช" อดีตหัวหน้าพรรคกล้าให้ดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารพรรค
กระทั่งเมื่อวันที่ 16 ตุลาคมของปีเดียวกัน ในการประชุมใหญ่สามัญพรรคชาติพัฒนากล้า ที่โรงแรมแคนทารี่ จังหวัดนครราชสีมา โดย"นายเทวัญ ลิปตพัลลภ" หัวหน้าพรรคได้ประกาศลาออกจากตำแหน่งกลางที่ประชุมทำให้คณะกรรมการบริหารพรรคพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ
โดยที่ประชุมได้มีมติเลือก "นายกรณ์ จาติกวณิช" เป็นหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า "นายเทวัญ ลิปตพัลลภ" เป็นเลขาธิการพรรค "นายวัชรพล โตมรศักดิ์" เป็นรองหัวหน้าพรรคคนที่ 1 และ"นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี" เป็นรองหัวหน้าพรรคคนที่ 2 ทั้งนี้มี"นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ" เป็นประธานพรรคชาติพัฒนากล้า
ที่ผ่านมา "นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ" อดีต รมว.แรงงาน ดำรงตำแหน่ง 3 ต.ค. 45 – 2 พ.ย. 46 แจ้งมีทรัพย์สิน 172,004,038 บาท มีหนี้สิน 98,813,826 บาท มีทรัพย์สินมากกว่า 73,190,211 บาท
พล.ต.หญิงพูนภิรมย์ ภรรยา มีทรัพย์สิน 485,415,041 บาท มีหนี้สิน 47,643,701 บาท มีทรัพย์สินมากกว่า 437,771,339 บาท บุตรยังไม่บรรลุนิติภาวะ 2 คน มีทรัพย์สิน 16,249,241 บาท ไม่มีหนี้สิน
ต่อมา คณะกรรมการป้องกันและปราบ ปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินของคณะรัฐมนตรีชุด “พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร” เป็นนายกรัฐมนตรี กรณีพ้นจากตำแหน่งจากเหตุ “รัฐประหาร” เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 “นาย สุวัจน์ ลิปตพัลลภ” ยื่นบัญชีทรัพย์สินสมัยพ้นจากตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 มีทรัพย์สิน 11,484,325 บาท พล.ท.หญิงพูนภิรมย์ ลิปตพัลลภ ภริยา มีทรัพย์สิน 523,252,023 บาท นายพสุ และ น.ส.พราวพุธ ลิปตพัลลภ บุตร มีทรัพย์สิน 26,637,286 บาท