"เราหวังสู้ทั้ง 9 เขต ทุ่มทุกขุมกำลัง ทั้งนี้หลังการเลือกตั้งปี 62 เราส่งคนไปลงนายกฯ อบจ. เราส่งคนไปลงสมาชิก อบจ. ที่มี 36 คน เราได้ทั้งหมด 27- 28 คน แล้วคนเหล่านั้นก็อยู่ในปชป.ขณะนี้ ทุกคนเป็นแขนขาเป็นกำลังให้ ปชป. เมื่อเราดูจากอปท. การที่มีกลไกท้องถิ่นร่วมอยู่ด้วย เรายิ่งมีความมั่นใจมากขึ้น เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ ปชป. ไม่ใช่วิเคราะห์แบบเพ้อฝัน เรามีการทำโพลสำรวจข้อมูลมาตลอด" เจ้าของพื้นที่สงขลา กล่าวอย่างมั่นใจ
"นิพนธ์" ยังได้กล่าวถึงความเปลี่ยนแปลงในพรรค ท่ามกลางสถานการณ์เลือดไหลออก จะส่งผลกระทบต่อความมั่นใจ"เลือกตั้ง66" นี้อย่างไร ว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ แตกต่างจากครั้งที่ผ่านมาเป็นการเลือกตั้งบัตรใบเดียว แล้วรอบนี้เป็นบัตรสองใบ ไม่กดดันเหมือนก่อน คนที่ชอบคนเขาก็กาคน ชอบพรรคก็กาพรรค ทำให้ ปชป. มั่นใจขึ้นมาก เราเอาคนรุ่นใหม่เข้ามาเยอะ
เปรียบเรือออกทะเลหรือมหาสมุทร ถ้าไม่กระโดดหนีกันกลางทะเล ไม่ทิ้งกัน ประกอบกับช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ผลงานของ ปชป. ร่วมรัฐบาลทำได้ดีมาก โดยเฉพาะนโยบายประกันรายได้ให้เกษตรกร เรื่องของยางพารา ข้าวโพด ข้าว เหล่านี้ประชาชนได้ประโยชน์
"ผมอยู่ปชป.มานานตั้งแต่อายุ 17 เป็นยุวประชาธิปัตย์ ปชป.อยู่มาได้ 77 ปี คนรุ่นเก่าออกไป นำคนรุ่นใหม่มาแทน ที่นี่เป็นสถาบันทางการเมืองผลิตคน ผมเคารพคนที่ออกไป ต้องบอกว่า คนที่ออกไปนำคะแนนออกไปบ้าง แต่ผมมั่นใจดูจากอารมณ์คนที่มาฟังทุกเวทีปราศรัย นี่คือที่มาของความมั่นใจในการเลือกตั้งที่กำลังเกิดขึ้น"
รองหัวหน้าพรรคปชป. ยังได้กล่าวถึงแต้มต่อประชาธิปัตย์มาจากการออกนโยบายหลายอย่างทำให้ประชาชนได้ประโยชน์ และนำมาสู่การยอมรับประชาธิปัตย์ในพื้นที่มากขึ้น
"นโยบายประกันรายได้ของ ปชป. ไปทั่วทั้งประเทศ ตรงนี้เป็นเงื่อนไขการเข้าร่วมรัฐบาลของ ปชป. ที่ต้องไปสร้างความเข้าใจประชาชน แล้วนโยบายดังกล่าวเงินไม่มีรั่วไหล ไม่เหมือนนโยบายจำนำข้าว และเชื่อว่า นโยบายประกันรายได้ทำให้ประชาชนได้ประโยชน์ทั่วประเทศ"
หรือแม้แต่นโยบายที่พรรคการเมืองต่างๆ พยายามใช้เงินนำหน้ามีการเกทับกันด้วยตัวเงิน หรือแม้แต่การกำหนดค่าแรงขั้นต่ำให้สูงเกินความเป็นจริง ก็เป็นอีกประเด็นที่ "นิพนธ์" เปิดเผยวิธีคิดของประชาธิปัตย์ไม่ทำอย่างนั้น แต่เราพิจารณาด้วยความรอบคอบ โดยคณะทำงานยุทธศาสตร์
"จึงมีนโยบายเรียนฟรีถึงปริญญาตรี ในสาขาที่ตอบสนองตลาดแรงงาน เรามองไปปลายทางข้างหน้า เรื่องการขึ้นค่าแรงหรือไม่ อย่าลืมว่าอยู่ที่ไตรภาคีระบบที่แข็งแรง ต้องดูแลให้แข็งแรง โดยเฉพาะค่าจ้างของลูกจ้าง"
ทั้งนี้ในการกำหนดนโยบาย "หัวหน้าปชป." กำชับเสมอ อะไรที่ทำไม่ได้ เราไม่นำมาประกาศ ต้องระมัดระวัง เพราะ ปชป. อยู่มา 77 ปี อะไรที่จะเป็นปัญหากับคนรุ่นหลัง สร้างภาระให้ประเทศ พรรคประชาธิปัตย์ จะไม่ทำ"
ส่วนกุญแจสำคัญในการฟื้นคะแนนปชป. อย่าง"นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" อดีตหัวหน้าพรรคปชป. จะกลับมาช่วยพรรคหรือไม่ นี่เป็นอีกประเด็นที่ "นิพนธิ์" บอกว่า ปชป.เราทำงานกันเป็นทีม ทุกคนช่วยกันเป็นทีม อดีตหัวหน้าพรรคทุกคนต้องมาช่วยพรรคเป็นสถาบันการเมือง
"ผมเชื่อท่านอภิสิทธิ์ช่วยแน่ แต่การลงบัญชีหรือไม่ ไม่กล้าพูดแทนท่าน เรื่องนี้ แคนดิเดตนายกฯผ่านขั้นตอนมาแล้ว คุณจุรินทร์ เป็นแคนดิเดตคนเดียว ปชป. มีประเพณีวันที่เลือกมาเป็นหัวหน้าพรรค ปชป. คนนั้นต้องพร้อมเป็นนายกรัฐมนตรี คุณจุรินทร์ มีเสน่ห์ไม่เก่งจริง ปชป. ไม่เลือกเป็นหัวหน้าพรรค ปชป." รองหัวหน้าพรรคปชป. กล่าวทิ้งท้าย