เนชั่นทีวี

การเมือง

โรงสีใหญ่กำแพงเพชร งงข้อโต้แย้ง อคส. เป็นเจ้าของข้าวเน่า 2 พันตัน

15 มี.ค. 2566 | titayu_pur

โรงสีใหญ่กำแพงเพชร งงข้อโต้แย้ง อคส. เป็นเจ้าของข้าวเน่า 2 พันตัน

เจ้าของโรงสีใหญ่กำแพงเพชร โต้ อคส. แจงปมข้าวเน่าจากไฟไหม้เป็นของโรงสี ชี้หากเป็นของเอกชนทำไมเบิกเงินประกันภัยไปกว่า 10 ล้านบาท ย้ำเป็นผู้เสียหายค้างค่าเช่าเก็บ อคส. เพียงฟ้องแย้ง งงหยิบยกตัวเลข 6 พันล้านมาจากไหน

15 มีนาคม 2566 ความคืบหน้ากรณีผู้ประกอบการโรงสีใหญ่ ของจังหวัดกำแพงเพชร ออกมาเปิดเผยว่า องค์การคลังสินค้า หรือ อคส. ทิ้งข้าวเน่า และขอให้ขนย้ายออกจากพื้นที่บริษัทฯ โดยด่วนพร้อมทวงค่าเช่าคลังสินค้า ที่ อคส.ใช้เก็บรักษาข้าวสารในสต๊อกของรัฐ จากโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี ปี 54/55, ปรัง 55 ,ปี 56 เป็นเงิน 336 ล้านบาทเศษนั้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : 

ซึ่งกรณีดังกล่าว นายเกรียงศักดิ์ ประทีปวิศรุต ผู้อำนวยการองค์การคลังสินค้า ได้ออกมาชี้แจงว่า อคส. ยังคงสงวนสิทธิ์การเรียกค่าเสียหาย อันเนื่องมาจากการยึดหน่วง หรือการที่โรงสีรายนี้ไม่ยอมส่งข้าวมอบ ให้แก่ผู้ชนะการประมูลข้าวในสต๊อก ในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ผู้ชนะการประมูล ไม่สามารถขนข้าวออกจากโกดังได้

ขณะนี้อยู่ในช่วงของการพิจารณาของศาล พร้อมได้มีการฟ้องร้องค่าเสียหายกับโรงสีใหญ่รายนี้ 3 คดีคือ กรณียึดหน่วงข้าว ที่เหลือจากโครงการปรับปรุงข้าว บรรจุถุงผิดชนิด และข้าวดังกล่าวเกิดไฟไหม้ พร้อมยังอยู่ระหว่างการเรียกค่าเสียหายจากโรงสีอีก 3,640.18 ล้านบาท และกรณีผิดสัญญาจ้างปรับปรุงข้าวถุงรวม 5 สัญญา ค่าเสียหายทั้งสิ้น 6248.55 ล้านบาท
โรงสีใหญ่กำแพงเพชร งงข้อโต้แย้ง อคส. เป็นเจ้าของข้าวเน่า 2 พันตัน

ขณะที่ นายมนต์ชัย รุ่งชาญชัย ประธานกรรมการ บริษัท สิงห์โตทองไรซ์คอร์ปอเรชั่น จำกัด ได้ชี้แจงผ่านสื่อมวลชนว่า องค์การคลังสินค้า ได้ชี้แจงมาว่า ข้าวเน่าเสียที่อยู่หน้าคลังบริษัทสิงห์โตทอง นั้นไม่ใช่ข้าวขององค์การคลังสินค้าแต่อย่างใด แต่เป็นข้าวของโรงสี ตนจึงขอชี้แจงในข้อเท็จจริงว่า เรื่องดังกล่าวไม่ถูกต้อง โดยข้าวที่กองอยู่ด้านหน้าคลังของบริษัท เป็นข้าวขององค์การคลังสินค้า ที่ย้ายออกมาจากคลังหลัง A1 ซึ่งเมื่อ พ.ค. 58 ได้เกิดเพลิงไหม้ขึ้น องค์การคลังสินค้าได้ส่งเจ้าหน้าที่ มาคัดแยกข้าวถูกน้ำฉีดเพื่อดับเพลิง ข้าวเปียกน้ำ ได้ขนย้ายออกมามากองไว้อย่างบริเวณหน้าคลังดังกล่าว

และองค์การคลังสินค้าได้มีการเปิดประมูลขายข้าวหลัง A1 เป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อ ปี 63 ผู้ชนะการประมูลได้ขนย้ายข้าวออกจากไปจำนวนหนึ่งแล้ว คงยังเหลืออยู่ประมาณ 2 พันตัน ที่ผู้ซื้อยังไม่มาขนย้ายออกไป ซึ่งข้าวจำนวนนี้ยังอยู่ในความดูแลขององค์การคลังสินค้า การที่ผู้อำนวยการองค์การสินค้า โต้แย้งว่า ข้าวเน่าจำนวน 2,000 ตัน ที่กองไว้ด้านหน้าคลัง A1 ไม่ใช่ข้าวขององค์การคลังสินค้านั้นจึงไม่ใช่
นายมนต์ชัย รุ่งชาญชัย ประธานกรรมการ บริษัท สิงห์โตทองไรซ์คอร์ปอเรชั่น จำกัด
 

นายมนต์ชัย กล่าวว่า ข้าวสารจำนวน  2,000 ตัน ที่กองไว้หน้าคลัง A1 ที่องค์การคลังสินค้าอ้างว่า เป็นข้าวผิดชนิดและข้าวเสียหายดังกล่าว เกิดจากไฟไหม้ เป็นของโรงสีนั้น เมื่อปี 60 องค์การคลังสินค้าก็ได้ทำการเบิกค่าสินไหมทดแทน จากบริษัททิพยประกันภัย ในความเสียหายของข้าวสาร ที่เกิดไฟไหม้ ในสต๊อกสินค้าหลังที่ A1 ตามกรมธรรม์ประกันอัคคีภัยเลขที่ 1200-108-144385231 ซึ่งบริษัทประกันภัย ได้สรุปความเสียหายภายใต้ความคุ้มครอง โดยจ่ายค่าสินใหม่ทดแทน ให้แก่องค์การคลังสินค้าเป็นเงินจำนวน 10,894,574 บาท 

เป็นความเสียหายของสินค้าสต๊อกข้าวเหนียว จำนวน 4,187 กระสอบ จากเหตุเกิดไฟไหม้เมื่อวันที่ 17 พ.ค. 58 และเมื่อ วันที่ 25 พ.ย. 58 องค์การคลังสินค้าได้แต่งตั้งคณะทำงาน การควบคุมดูแลการขนย้าย  และการคัดแยกข้าวสาร คลังสินค้าหลัง A1 ดังกล่าว คณะกรรมการดูแลคัดแยกข้าว ยังมีข้อเสนอแนะให้ขนย้ายข้าว ที่กองอยู่ด้านนอกคลัง ให้นำไปเก็บไว้ในคลัง A1 ที่ยังมีพื้นที่ว่างอยู่ประมาณ 15,000 กระสอบ
โรงสีใหญ่กำแพงเพชร งงข้อโต้แย้ง อคส. เป็นเจ้าของข้าวเน่า 2 พันตัน

หากเป็นข้าวสารของทางโรงสีจริง ทางองค์การคลังสินค้า จะรับค่าสินไหมทดแทนความเสียหายไปได้อย่างไร เรื่องนี้ตนได้ทำหนังสือร้องทุกข์กล่าวโทษ เจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบด้วยกฏหมาย ถึงผู้อำนวยการ ป.ป.ช. กำแพงเพชร กรณีองค์การคลังสินค้า ได้ย้ายข้าวออกมากองไว้ข้างนอกคลัง ปริมาณ 3,000 - 4,000 ตัน ตั้งแต่ปี 58

องค์การคลังสินค้าและเจ้าหน้าที่ ที่มีหน้าที่ต้องดูแลรักษาคุณภาพข้าวสาร ให้คงมีสภาพดี เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ แต่กลับละเว้นไม่ปฎิบัติหน้าที่ ไม่ได้มีการดูแลรักษาคุณภาพข้าวแต่อย่างใด เป็นระยะเวลากว่าห้าปี ทำให้ข้าวดังกล่าวเน่าเสีย ถือว่าเป็นความเสียหายของรัฐในครั้งนี้ เป็นการละเว้นในการปฎิบัติหน้าที่ ขององค์การคลังสินค้า และเจ้าหน้าที่องค์การคลังสินค้า ที่มีหน้าที่ ที่ต้องดูแลรักษาคุณภาพข้าวสารดังกล่าวอีกด้วย

นอกจากนี้ การตรวจสอบสต๊อกคงเหลือ องค์การคลังสินค้าจะมีการตรวจสอบ ปีละ 2 ครั้งด้วยกัน ถ้าข้าวกองนี้ไม่ใช่ทรัพย์สินขององค์การคลังสินค้า ไฉนจึงมีการตรวจสอบสต๊อกปีละ 2 ครั้ง ตามเอกสารการตรวจสอบสต๊อกสินค้า เมื่อวันที่ 31 มี.ค. 65 คงเหลือตามบัญชี 16,909 กระสอบ หรือประมาน 2,000 ตัน และมีการตรวจสอบสต๊อก ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 30 ก.ย. 65 จำนวนเหลือยังคงเดิม และในเดือน เม.ย. 66 องค์การคลังสินค้า จะต้องมาตรวจนับสต๊อกคงเหลือสินค้า ของ อคส.ประจำปี ซึ่งจะตรวจปีละ 2 ครั้ง จึงยืนยันเอกสารได้ว่า ข้าวจำนวนนี้เป็นข้าวขององค์การคลังสินค้า

การที่ผู้อำนวยการองค์การคลังสินค้า ออกมาให้ข่าวดังกล่าว กับจำนวนเงินที่ อคส. เรียกร้อง 6 พันกว่าล้านบาทนั้น ไม่รู้ว่าเอาตัวเลข ค่าเสียหายมาจากไหน มีอะไรบ้าง เบื้องต้นเรื่องนี้ทางบริษัทสิงห์โตทอง ได้ทำหนังสือปฏิเสธค่าเสียหายไปแล้ว เมื่อปี 62 ว่าไม่ได้เป็นผู้ผิดสัญญาจ้างปรับปรุงข้าวสารบรรจุถุงจำนวน 5 ฉบับ ที่ได้ทำไว้กับ อคส. แต่อย่างใด

ทั้งนี้บริษัททำการส่งมอบข้าวสารที่เหลือ จากการปรับปรุงบรรจุถุงคืนให้แก่ อคส.ครบถ้วนตามบัญชี เมื่อวันที่ 30 ก.ค. 57 รายละเอียดตามหนังสือบริษัท ที่STTขถ.12/2557 ลว.3 ก.ย.57 และองค์การคลังสินค้าก็ได้รับทราบ ยืนยันตัวเลข มียอดที่ตรงกัน และตนต่างหากที่เป็นฝ่ายฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย จากสัญญาฝากเก็บรักษาข้าวสาร ปี 56/57 เป็นจำนวนเงินกว่า 100 ล้านบาท และองค์การคลังสินค้า ก็ได้ฟ้องแย้ง  ปัจจุบันเรื่องอยู่ระหว่างการพิจารณา ของศาลปกครองกลาง
โรงสีใหญ่กำแพงเพชร งงข้อโต้แย้ง อคส. เป็นเจ้าของข้าวเน่า 2 พันตัน

ข่าวล่าสุด