ยื่น 3 ข้อเสนอแก้ปัญหาความไม่สงบชายแดนใต้ ในโอกาสครบรอบ10 ปีพูดคุยสันติภาพ
28 ก.พ. 2566 | thamsathit_pol

"เครือข่ายประชาสังคมใต้"เยาวชน นักวิชาการ (สสมส.) และคนทำงานสันติภาพใต้ ร่วมยื่น 3 ข้อเสนอ ในโอกาสครบรอบ 10 ปีพูดคุยสันติภาพ
การเมือง
28 ก.พ. 2566 | thamsathit_pol

"เครือข่ายประชาสังคมใต้"เยาวชน นักวิชาการ (สสมส.) และคนทำงานสันติภาพใต้ ร่วมยื่น 3 ข้อเสนอ ในโอกาสครบรอบ 10 ปีพูดคุยสันติภาพ
เนื่องในโอกาสครบรอบ 10 ปี การพูดคุยเพื่อสันติภาพจังหวัดชายแดนภาคใต้ วันนี้ (28 กุมภาพันธ์ 2566) สภาประชาสังคมชายแดนใต้ ร่วมกับ สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา(สสมส.) มหาวิทยาลัยมหิดล เครือข่ายภาคประชาสังคม CSCD เครือข่ายชาวพุทธจังหวัดชายแดนใต้ เยาวชน และภาคีเครือข่ายอื่นๆ อีกจำนวนมาก ร่วมกันจัดงาน "สมัชชาสันติภาพชายแดนใต้ปาตานี" ณ วิทยาลัยอิสลาม มอ.ปัตตานี เพื่อร่วมกันยื่นข้อเสนอ 3 ข้อ
1) ให้มีการพูดคุยและจัดทำข้อตกลงบนโต๊ะพูดคุย ระหว่าง BRN และ ไทย เรื่อง ยุติการก่อเหตุรุนแรงและปฏิบัติการทางทหารของทุกฝ่ายในพื้นที่ตลอดเวลา 3 เดือนในห้วงเข้าพรรษาถึงประเพณีชักพระของชาวพุทธ เพื่อให้เกิด "วาระเข้าพรรษาสันติ – ปลอดภัยสำหรับทุกคนในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้"
2) ให้ทั้ง 2 ฝ่าย ที่เป็นคู่พูดคุยฯ ในขณะนี้ รวมทั้งผู้อำนวยความสะดวก ประเทศมาเลเซีย ร่วมกันแสวงหาทางออกจากความขัดแย้งด้วยวิธีการทางการเมือง และขอให้คู่พูดคุยฯ เดินหน้ากระบวนการพูดคุย และแก้ไขความขัดแย้งด้วยวิธีการและกระบวนการทางการเมือง
โดยเอื้อให้มีการเปิดพื้นที่ การปรึกษาหารือกับประชาชนในพื้นที่ทุกกลุ่ม เพื่อเป็นการสร้างสภาวะแวดล้อมที่เอื้อ และความร่วมมือในการสร้างสันติสุข
3) ประชาชน กลุ่ม องค์กร และตัวแทนกลุ่มชาวไทยที่นับถือศาสนาพุทธในพื้นที่ จชต. มีโอกาสแสดงพลัง แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และข้อเสนอแนะ ต่อรัฐบาลไทย และขบวนการบีอาร์เอ็น ภายใต้การ ดำเนินงานของคณะพูดคุยฝ่ายไทย และคณะผู้อำนวยความสะดวกการพูดคุยประเทศมาเลเซีย
อนึ่ง การพูดคุยสันติภาพจังหวัดชายแดนใต้ เริ่มต้นครั้งแรกเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2556 จวบจนถึงวันนี้ 28 กุมภาพันธ์ 2566 นับว่าครบรอบ 10 ปีเต็มสำหรับการพูดคุยเพื่อสันติภาพจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผ่านมาหลายรัฐบาล เปลี่ยนหัวหน้าคณะพูดคุย เปลี่ยนคู่เจรจา รวมทั้งเปลี่ยนคนกลาง ที่เป็นผู้อำนวยความสะดวกมาหลายครั้ง
การพูดคุยก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะได้ข้อยุติ ประชาชนในพื้นที่ทั้งไทยพุทธ-มลายูมุสลิม จีน คริสต์และคนอื่น ๆ ก็ยังคงดำเนินชีวิตอยู่อย่างหวาดระแวง โดยเฉพาะคนไทยพุทธที่เป็นคนกลุ่มน้อยในพื้นที่ที่อยู่กับสถานการณ์ความรุนแรงนี้มายาวนาน การพูดคุยกลายเป็นความหวังของคนบางกลุ่ม สามสารัตถะที่นำมาใช้เป็นข้อกำหนดของการพูดคุยหลักในปัจจุบัน คือ การลดความรุนแรง การปรึกษาหารือ และการแสวงหาทางออกทางการเมือง
จึงเป็นกรอบคิดที่รัฐไทยนำมาใช้เพื่อตอบเสียงเรียกร้องทางการเมืองของภาคประชาชนในพื้นที่ที่เริ่มส่งเสียงดังมากขึ้น โดยเฉพาะเสียงของมุสลิมซึ่งเป็นคนคนกลุ่มใหญ่ของพื้นที่ที่มีการพูดถึงอนาคตของชายแดนใต้อย่างมีอิสระ กล้าที่จะทวงถามหาอำนาจในการบริหารจัดการตนเองตามสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชนคนไทย
ตลอดจนเสียงแทรกที่ได้ยินเป็นระยะๆ เรียกร้องถึงเอกราช ในขณะที่เสียงของคนพุทธที่มีอยู่น้อยนิดแผ่วเบาและแทบจะเลือนหายไป สวนทางกับอัตลักษณ์ความเป็นชาวมลายูถูกขับเน้นชูขึ้นให้โดดเด่น อย่างไรก็ตาม การสร้างสันติภาพชายแดนใต้จะเกิดขึ้นและดำรงอยู่ได้จำเป็นต้องฟังทุกเสียง รวมทั้งเสียงของคนพุทธในพื้นที่ด้วย จากการลงพื้นที่พูดคุยกับคนพุทธพบว่าคนพุทธต้องการความปลอดภัย ต้องการมีอาชีพ มีรายได้ ที่จะดำรงชีวิตอยู่ในพื้นที่ที่เป็นบ้านของตนอย่างเป็นสุข มีความมั่นคงในอาชีพ มีพื้นที่สำหรับแสดงออกซึ่งอัตลักษณ์วัฒนธรรมอย่างมีศักดิ์ศรีเสมอกัน