พร้อมกันนั้น ธนาธร ยังได้ยกรูปธรรมของการบริหารจัดการเมืองของญี่ปุ่นกับไทย ชี้ให้เห็นถึงความแตกต่าง โดยกล่าวถึงโอซาก้า ซึ่งเป็นเมืองอันดับสองของญี่ปุ่น มีรถไฟฟ้าในเมืองที่ดูแลโดยบริษัทโอซาก้าเมโทร ถือหุ้นโดยเทศบาลเมืองโอซาก้าโดยสมบูรณ์ จัดการบริการขนส่งสาธารณะในเมืองของตัวเองได้อย่างเสรี โดยไม่ต้องขออนุญาตจากโตเกียว
แต่ในกรณีเช่นนี้ประเทศไทยทำไม่ได้ เพราะนอกจากต้องขอใบอนุญาตทำบริการขนส่งสาธารณะ ที่กรมการขนส่งทางบกแล้ว ยังต้องขออนุญาตในเรื่องต่างๆ สารพัดจากหลายหน่วยงานของรัฐ
แม้ปัจจุบันหลายเมืองในประเทศไทย จะมีความคิดริเริ่มทำระบบขนส่งสาธารณะของตัวเองขึ้นมาแล้ว เช่น เชียงใหม่ ขอนแก่น แต่ด้วยอุปสรรคจากรัฐราชการส่วนกลางเช่นนี้ จึงทำให้โครงการไม่ได้เริ่มต้นเสียที และฟันธงได้เลยว่า ในอีกห้าปีข้างหน้าก็จะยังไม่ได้ทำ
ธนาธร ยังได้ยกให้เห็นอีกตัวอย่าง นั่นคือ เรื่องของอิสระทางการเงิน เช่น การออกพันธบัตรโดยรัฐบาลระดับท้องถิ่น ที่ในญี่ปุ่นมีขนาดใหญ่มาก ท้องถิ่นแต่ละแห่งสามารถริเริ่มระดมทุนจากประชาชนได้ ในวันที่ท้องถิ่นต้องการพัฒนาเมืองในด้านใดด้านหนึ่ง นี่คือ ความสวยงามเมื่อเมืองมีอิสระ แต่ที่ประเทศไทยกลับไม่สามารถทำได้
หรือแม้แต่การพัฒนาการท่องเที่ยว ที่เมืองหนึ่งที่ชื่อว่า โยโกเสะ ในจังหวัดไซตามะ ที่ประสบปัญหาเหมือนกับหลายเมืองในญี่ปุ่น ที่เป็นประเทศสูงอายุ อัตราประชากรเกิดใหม่น้อย ก่อนหน้านึ้กำลังจะมีการปิดสถานีรถไฟประจำเมือง เพราะผู้โดยสารน้อย นายกเทศมนตรีกับประชาชนจึงมาหารือกัน ได้ออกมาเป็นข้อเสนอให้เมืองพัฒนาด้านหลังของสถานี
ซึ่งเป็นภูเขา ให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว มีการทำเป็นสวนน้ำแข็ง ซึ่งในที่สุดก็ช่วยให้รักษาสถานีรถไฟเอาไว้ได้ ทำให้เมืองมีรายได้เพิ่มขึ้นโดยไม่ต้องลงทุนมาก และสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวได้ด้วย
ธนาธร กล่าวต่อไปว่า นี่คือสิ่งที่เกิดได้ เพราะความเป็นอิสระของเมือง ไม่มีเพดานคือ รัฐราชการส่วนกลางที่มากดเอาไว้ไม่ให้อิสระแก่ท้องถิ่นในการคิดสร้างสรรค์ เป็นการบริหารโดยเมืองใครเมืองมัน อีกทั้งยังมีอิสระทางการเงินจากการจัดสรรงบประมาณอย่างเป็นธรรม เช่น ภาษีรายได้บุคคลที่ญี่ปุ่น จะมีการแบ่งการจัดเก็บตั้งแต่ต้นทาง โดยแบ่งเป็นเข้ารัฐบาลกลาง 2.16% เข้าท้องถิ่นระดับจังหวัด 2.63% และเข้าท้องถิ่นระดับเมือง 3.95%
ซึ่งต่างจากประเทศไทย ที่ภาษีส่วนใหญ่ ล้วนแต่จ่ายตรงเข้ารัฐบาลส่วนกลางทั้งหมด กองไว้แล้วค่อยให้ท้องถิ่นวิ่งเต้นมาขอภายหลัง
“การที่เมืองท้องถิ่นในประเทศไทยถูกแช่แข็ง ไม่สามารถพัฒนาได้มาเป็นสิบๆ ปี นี่ไม่ใช่เรื่องของปัจเจก ไม่ใช่เพราะประเทศไทยไม่มีคนเก่ง แต่เป็นเรื่องของระบบที่เป็นอยู่ ปัญหาที่มันขึ้นทุกที่ทั้วประเทศ แล้วยังเป็นมาอย่างยาวนาน มันจะไม่ใช่เรื่องของระบบได้อย่างไร ถ้าประเทศไทยไม่แก้ไขโครงสร้างเรื่องนี้ เราจะแก้ไขเรื่องความไม่พัฒนาของเมืองไม่ได้เลย” ธนาธร กล่าว