เนชั่นทีวี

การเมือง

ส.ว.ค้านทำประชามติพร้อมเลือกตั้งเหตุเปลืองงบ-ปลดล็อกปราบโกง

21 ก.พ. 2566 | chairat_pat

ส.ว.ค้านทำประชามติพร้อมเลือกตั้งเหตุเปลืองงบ-ปลดล็อกปราบโกง

"วุฒิสภา"เสียงแตกปมจัดทำประชามติแก้รัฐธรรมนูญพร้อมเลือกตั้งตามสภาผู้แทนราษฎรเสนอ ด้าน"สมชาย-กิตติศักดิ์"ผสานเสียงค้าน ชี้ เปลืองงบ-ทำลายหลักการปกครอง-ปลดล็อกจุดแข็งปราบโกง ขณะที่ "คำนูณ" หนุนรับไว้พิจารณา เพราะมีอีกหลายขั้นตอน สุดท้าย ครม. ตัดสินใจ

21 กุมภาพันธ์ 2566 การประชุมวุฒิสภา ที่มี "พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร" รองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม โดยได้เข้าสู่วาระญัตติด่วนการพิจารณาให้ความเห็นชอบหรือไม่ให้ความเห็นชอบผลการลงมติของสภาผู้แทนราษฎรในญัตติ ขอให้สภามีมติส่งเรื่องที่มีเหตุสมควร จะให้มีการออกเสียงประชามติให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ดำเนินการ พร้อมกับรายงานของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) สามัญพิจารณาญัตติขอให้สภามีมติส่งเรื่องที่มีเหตุสมควรจะให้มีการออกเสียงประชามติ ให้ครม.ดำเนินการ ที่เสนอโดย "นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ" ส.ส.กรุงเทพ พรรคก้าวไกล และ "นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์" ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย 

พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนที่ 1

โดย "นายสมชาย แสวงการ" สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะประธาน กมธ. รายงานผลการศึกษาที่พบว่า เหตุผลที่เสนอให้จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพราะมีที่มาจากการทำรัฐประหาร ยังไม่เป็นเหตุผลอันสมควร เนื่องจากรัฐธรรมนูญแต่ละฉบับของประเทศไทย มีที่มาต่างกัน แต่สุดท้ายก็มีผลบังคับใช้เหมือนกัน และสามารถแก้ไขเพิ่มเติมเนื้อหาในฉบับเดิมให้มีความเหมาะสมได้

ขณะเดียวกัน ในรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 ก็ไม่มีบทบัญญัติเกี่ยวกับสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) อีกทั้งญัตติที่เสนอไม่ได้ระบุกรอบ ขอบเขต ที่ชัดเจน มีลักษณะมุ่งเพียงการตั้งคำถามแต่ไม่ได้มีสาระสำคัญที่แสดงถึงข้อบกพร่องเกี่ยวกับเนื้อหาของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน จึงอาจกระทบหลักการปกครอง และโครงสร้างของประเทศไทย

ส.ว.ค้านทำประชามติพร้อมเลือกตั้งเหตุเปลืองงบ-ปลดล็อกปราบโกง

ทั้งนี้ การจัดทำประชามติ ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ มีกรอบ คือ ไม่เร็วกว่า 90 วัน และไม่ช้ากว่า 120 วัน ดังนั้น จึงมีโอกาสน้อยที่การทำประชามติจะสามารถดำเนินการไปพร้อมกับการเลือกตั้งได้ แม้ว่ากฎหมายไม่ได้ห้าม และหากต้องดำเนินการทำประชามติ ต้องทำถึง 3 ครั้ง ครั้ง 3,500 ล้านบาท รวมแล้วต้องใช้งบประมาณมากกว่าหมื่นล้านบาท  

นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา

"ผมย้ำว่า กมธ.ไม่ได้มีความขัดข้อง หากสังคมต้องการที่จะทำประชามติ และหากต้องการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ก็สามารถทำได้ แต่ต้องพิจารณาถึงความถูกต้องมิให้ขัดหรือแย้งกับข้อกฎหมาย" นายสมชาย กล่าว 

 

ขณะที่การอภิปราย โดยสมาชิกมีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับผลการศึกษาของ กมธ. อย่าง "นายคำนูณ สิทธิสมาน" สมาชิกวุฒิสภา อภิปรายยืนยันว่า จะรับญัตติทั้ง 2 ที่เสนอมาจากสภาผู้แทนราษฎร พร้อมระบุเหตุผลว่า ญัตติดังกล่าวเป็นเพียงการสอบถาม ไม่ใช่การระบุถึงรายละเอียดและขั้นตอนตามที่กมธ.ได้สรุปรายงานมา ซึ่งสภามีหน้าที่ในการแจ้งเรี่อง และสุดท้าย ครม. เป็นผู้มีอำนาจในการตัดสินใจ ดังนั้น ขั้นตอนยังมีอีกมาก โดยบทสรุปยังไม่ได้ชัดเจนว่าจะต้องมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มาแทน 

นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สมาชิกวุฒิสภา

ด้าน "นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ" สมาชิกวุฒิสภา เห็นด้วยกับรายงานของกมธ. เนื่องจากมองว่า การขอแก้ไข ทำไปเพื่อประโยชน์ของนักการเมืองที่ต้องการปลดล็อกจุดแข็งของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน คือ การปราบโกง และอาจเป็นจุดเริ่มต้นของความขัดแย้งของประชาชนรอบใหม่ หากส่งญัตติดังกล่าวไปให้ครม.

ข่าวล่าสุด