ผลของการบอกเลิกสัญญาจ้าง ย่อมถือเป็นเหตุให้ผู้ช่วยศาสตราจารย์ สืบพงษ์ ปราบใหญ่ พ้นจากการเป็นพนักงานของมหาวิทยาลัย รามคําแหงและตกเป็นผู้ที่ขาดคุณสมบัติในการดํารงตําแหน่งอธิการบดีของมหาวิทยาลัยรามคําแหง 23 แห่ง พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยรามคําแหง พ.ศ. 2541
ประกอบกับพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการ พลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ. 2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2551 มาตรา 4,18และ 65/2 กําหนดให้อธิการบดีเป็นตําแหน่งประเภทผู้บริหารและผู้ที่จะดํารงตําแหน่งอธิการบดีได้จะต้องเป็น ข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาหรือต้องเป็นพนักงานของมหาวิทยาลัยเท่านั้น
เมื่อผู้ช่วยศาสตราจารย์ สืบพงษ์ ปราบใหญ่ พ้นจากการเป็นพนักงานของมหาวิทยาลัยรามคําแหงแล้ว จึงไม่มีสถานะใด ๆ รองรับให้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์สืบพงษ์ ปราบใหญ่ สามารถกลับเข้ามาดํารงตําแหน่งอธิการบดีได้อีกต่อไป
นอกจากนี้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์สืบพงษ์ ปราบใหญ่ ยังเข้าข่ายเป็นผู้บกพร่องในศีลธรรม อันดี เนื่องจากขาดจริยธรรมและไม่ซื่อสัตย์สุจริต ซึ่งเป็นลักษณะต้องห้ามตามข้อ 7(4) ของข้อบังคับ ของมหาวิทยาลัยรามคําแหง ว่าด้วยคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้บริหาร พ.ศ. 2562ผู้ช่วยศาสตราจารย์ สืบพงษ์ ปราบใหญ่ จึงไม่สามารถที่จะทําหน้าที่อธิการบดีได้อีกต่อไปเช่นเดียวกัน
3. เนื่องจากคําสั่งทุเลาการบังคับของศาลปกครองกลางมิได้ระบุว่าให้มีผลย้อนหลังไปนับตั้งแต่วันที่ 4 พฤศจิกายน 2555 ซึ่งเป็นวันที่สภามหาวิทยาลัยรามคําแหงมีมติให้ถอดถอน ผู้ช่วยศาสตราจารย์สืบพงษ์ ปราบใหญ่ ออกจากตําแหน่งอธิการบดี จึงต้องถือว่าคําสั่งทุเลาการบังคับ ของศาลปกครองกลางมีผลนับตั้งแต่วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2566
ซึ่งเป็นวันที่ศาลปกครองกลางแจ้งคําสั่ง ให้ผู้ถูกร้องทราบ ตามข้อ 72 วรรคท้าย ของระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2543 และการทุเลาการบังคับมีผลเฉพาะตัวผู้ช่วยศาสตราจารย์สืบพงษ์ ปราบใหญ่ เพียงคนเดียวเท่านั้น ผู้ที่ดํารงตําแหน่งรองอธิการบดี
ขณะที่ผู้ช่วยศาสตราจารย์ สืบพงษ์ ปราบใหญ่ ดํารงตําแหน่งอธิการบดีนั้น ย่อมไม่ได้รับการคุ้มครองการทุเลาตามคําสั่งของศาลปกครองกลางด้วยรองอธิการบดีทั้งหมดดังกล่าว ต้องพ้นจากตําแหน่ง นับแต่วันที่ผู้ช่วยศาสตราจารย์สืบพงษ์ ปราบใหญ่ ถูกถอดถอนออกจากตําแหน่งอธิการบดี คือตั้งแต่วันที่ 8 พฤศจิกายน 2565 เป็นต้นไป ตามมาตรา 23 วรรคท้าย แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยรามคําแหง พ.ศ. 2541
4. ที่ประชุมเห็นชอบให้แจ้งยืนยันมติที่ประชุม ต่อ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ สืบพงษ์ ปราบใหญ่ ว่า ผู้ช่วยศาสตราจารย์ สืบพงษ์ ปราบใหญ่ ไม่อาจดํารงตําแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคําแหง ในขณะนี้ได้
5. ที่ประชุมเห็นชอบให้รักษาราชการแทนอธิการบดี มหาวิทยาลัยรามคําแหง ทําประกาศ มติสภามหาวิทยาลัยแจ้งเวียนให้บุคลากรในหน่วยงานต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัยรามคําแหงทราบและถือปฏิบัติ โดยทั่วกันและหากผู้ใดกระทําการฝ่าฝืนมติดังกล่าว ให้มหาวิทยาลัยดําเนินการทางกฎหมายต่อไป
จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกันและขอให้ถือปฏิบัติต่อไป ประกาศ ณ วันที่ 17กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566
(ผู้ช่วยศาสตราจารย์บุญชาล ทองประยูร) ผู้อํานวยการสถาบันการศึกษานานาชาติ กรรมการสภามหาวิทยาลัยรามคําแหง รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคําแหง