นอกจากนั้น ในขณะที่"ผู้ช่วยศาสตราจารย์สืบพงษ์ ปราบใหญ่" สมัครเข้าทำงานที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ก็ยังไม่ได้จัดตั้งขึ้น มีแต่เพียงสำนักงาน ก.พ. เท่านั้นที่ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมายในการรับรองวิทยฐานะคุณวุฒิการศึกษาในระดับต่าง ๆ ทั้งจากภายในและภายนอกประเทศ
การที่วุฒิการศึกษาระดับปริญญาเอกของ "ผู้ช่วยศาสตราจารย์สืบพงษ์ ปราบใหญ่" ไม่ได้รับการรับรองจาก ก.พ. นับแต่วันที่ยื่นใบสมัครเข้าทำงาน จึงส่งผลให้เป็นผู้ขาดคุณสมบัติมาตั้งแต่ต้น ซึ่งในเรื่องนี้ "ผู้ช่วยศาสตราจารย์สืบพงษ์ ปราบใหญ่" ทราบดี อยู่แล้ว เพราะแม้ทุกวันนี้ การประกาศรับสมัครอาจารย์ ซึ่ง"ผู้ช่วยศาสตราจารย์สืบพงษ์ ปราบใหญ่" เป็นผู้ลงนามเองในขณะดำรงตำแหน่งอธิการบดี ก็ระบุไว้อย่างชัดเจน ว่า ผู้ที่จะสมัครเข้าทำงานในตำแหน่งอาจารย์จะต้องได้รับวุฒิการศึกษาที่ ก.พ. และ อว. รับรอง หากหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งไม่รับรอง ก็จะขาดคุณสมบัติของการสมัคร ตำแหน่งอาจารย์
ดังนั้น จึงเป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปว่า ผู้ที่จะสมัครในตำแหน่งอาจารย์จะต้องได้รับเอกสารการรับรองวิทยฐานะวุฒิการศึกษามาประกอบการสมัครด้วยทุกกรณี สำหรับ กรณีที่ผิดหลงเช่นนี้ มหาวิทยาลัยจะได้ดำเนินการสอบสวนเพื่อหาตัวบุคคลที่รับผิดชอบต่อไป
หนังสือบอกเลิกสัญญาจ้างฉบับดังกล่าวระบุด้วยว่า เมื่อคุณวุฒิการศึกษาของ "ผู้ช่วยศาสตราจารย์สืบพงษ์ ปราบใหญ่" ไม่ตรงตามความประสงค์ของมหาวิทยาลัย ซึ่งต้องการจ้างผู้ที่ได้รับวุฒิการศึกษาระดับปริญญาเอกที่ได้รับการรับรองวิทยฐานะตามกฎหมายจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเชื่อถือได้ เพื่อให้การปฏิบัติงานในหน้าที่เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด แต่เมื่อวุฒิการศึกษาไม่ได้รับการรับรองจึงเป็นเหตุให้การปฏิบัติงานไม่เป็นไปตามความประสงค์ของมหาวิทยาลัย อันเป็นการผิดเงื่อนไขสัญญาจ้าง และผิดข้อบังคับมหาวิทยาลัย
นอกจากนั้น เมื่อวุฒิการศึกษาที่นำมาสมัคร สำนักงาน ก.พ. ไม่ได้กำหนดอัตราค่าจ้างไว้"ผู้ช่วยศาสตราจารย์สืบพงษ์ ปราบใหญ่" จึงไม่มีสิทธิ์ได้รับค่าจ้างตามระเบียบและข้อบังคับของมหาวิทยาลัย
ผู้ที่ลงนามบอกเลิกสัญญาจ้างดังกล่าวข้างต้น คือ "ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. บุญชาล ทองประยูร" ผู้อำนวยการสถาบันนานาชาติ กรรมการสภามหาวิทยาลัย รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง