เมื่อถามว่าหากพรุ่งนี้(15 ก.พ.) เปิดประชุมไม่ได้ จะส่งผลต่อการเมืองในอนาคตอย่างไร นายชวน กล่าวว่า ต้องยอมรับว่าสถานการณ์การเมืองขณะนี้ไม่เหมือนสมัยก่อน ที่ก่อนจะสิ้นวาระสภา ก็ไม่มีปัญหา การย้ายพรรคไม่เป็นแบบปัจจุบัน ซึ่งปัจจุบันถือว่า ไม่ปกติ มีพรรคการเมืองใหม่เกิดขึ้นหลายพรรค ไม่เคยเกิดการย้ายพรรคแบบนี้มาก่อน บางคนอภิปรายในสภาก็ไม่กล้าประกาศชื่อพรรคเดิม เพราะอาจจะมีการย้ายพรรค แต่ที่สำคัญคือ ไม่มาประชุมและไม่กดบัตรแสดงตน ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้น ดังนั้น จึงเห็นความไม่พร้อมของการประชุม
“มีหลายคนอยากจะให้ประกาศชื่อสมาชิกที่ไม่เข้าร่วมประชุม ซึ่งก็ไม่ได้ปกปิด หากใครอยากจะมาขอดูตัวเลขก็ได้ รวมถึงคู่แข่งขันสมาชิกที่ประสงค์จะแข่งขันในจังหวัดนั้นๆ ก็มาขอดูได้ว่าคู่แข่งประชุมไปกี่ครั้ง เผื่อเอาไว้ใช้ประโยชน์ทางการเมืองได้เช่นกัน คนที่ประชาชนเลือกมา มีความรับผิดชอบหรือไม่ ผมก็เตือนสมาชิกหลายคนที่มีความมั่นใจว่า อย่าไปมั่นใจ ประชาชนติดตามข้อมูลอยู่ อย่าไปประมาท ขณะนี้ระบบข้อมูลสามารถเจาะไปได้ลึก และคู่แข่งขันก็ไม่อยู่นิ่ง ชื่อผู้ที่ไม่มาประชุมก็เปิดเผยได้ เอาตัวเลขไปบอกประชาชน ก็อาจมีผลกระทบต่อคะแนนนิยมได้” นายชวน กล่าว
นายชวน กล่าวอีกว่า ตนยังไม่ได้ยินเรื่องการล็อบบี้เพื่อล่มการประชุมในวันพรุ่งนี้ (15 ก.พ.) แต่ที่ผ่านมา ก็ได้แจ้งให้นายกรัฐมนตรีทราบว่า องค์ประชุมล่ม แต่ก็ทราบว่า ขณะนี้รัฐบาลไม่สามารถจัดการเรื่ององค์ประชุมได้ แม้จะมีเสียงข้างมาก ดังนั้น จึงต้องอาศัยความร่วมมือทุกฝ่าย เช่นเดียวกับการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ที่เกิดปัญหา ส.ว.ไม่ร่วมเป็นองค์ประชุม ซึ่งเพิ่งเคยเกิดขึ้น แต่ พ.ร.บ.การศึกษา ที่จะเข้าสู่การพิจารณาในวันที่ 17 กุมภาพันธ์นี้ หากต้องการให้ พ.ร.บ.การศึกษาผ่าน ต้องอยู่ร่วมกันเป็นองค์ประชุม แต่วุฒิสภามักอ้างว่า อยู่ได้แค่ 20.00-21.00 น.