เนชั่นทีวี

การเมือง

“พล.อ.เลิศรัตน์” แนะ ส.ว. วางตัวเป็นกลางโหวต “นายกฯ”

13 ก.พ. 2566 | wattana_kha

“พล.อ.เลิศรัตน์” แนะ ส.ว. วางตัวเป็นกลางโหวต “นายกฯ”

พล.อ.เลิศรัตน์ ระบุ “ส.ว.วันชัย” ไม่โหวต “อุ๊งอิ๊งค์” เป็นนายกฯ เป็นความเห็นส่วนบุคคล บอกไม่แฟร์ถูกเหมารวม ย้ำ พิจารณาที่คุณสมบัตินำประเทศสู่ประชาธิปไตย ยกตัวอย่าง เลือก “พลเอกประยุทธ์” ปี 62 ไร้คู่เปรียบได้ ฟันธง “บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม” ไม่เสนอชื่อชนกัน

13 กุมภาพันธ์ 2566 พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช สมาชิกวุฒิสภา (สว.) กล่าวถึงกรณีที่ นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา ได้โพสต์เฟสบุ๊ก ระบุ ส.ว. พร้อมแลนด์สไลด์ไม่โหวตเลือก น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย เป็นนายกรัฐมนตรี ให้ไปรวบรวมเสียงให้เกิน 376 เอง จนถูกกระแสตีกลับ ส.ว.  ไม่เคารพเสียงประชาชนว่า ไม่ใช่ความเห็นของคนทั้งหมด และจะไปห้าม ส.ส.หรือ ส.ว. ไม่ให้แสดงจุดยืนไม่ได้

ส่วนตัวนั้น มองว่า หากจะเลือก นายกรัฐมนตรีเป็นครั้งสุดท้าย จะต้องพิจารณาหลายอย่างประกอบกัน ซึ่งอันดับแรก ส.ว. จะต้องวางตัวเป็นกลาง ต้องไม่สนับสนุนหรืออิงพรรคการเมืองหนึ่งพรรคการเมืองใด โดย ส.ว. จะพิจารณา เลือกนายกรัฐมนตรี จาก เสียง ส.ส. ที่สนับสนุนผู้ที่จะได้รับ เลือกเป็นนายกรัฐมนตรี และตัวบุคคล ซึ่งจะคำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชนและประสิทธิภาพเสถียรภาพในการบริหารงาน ของรัฐบาลในอนาคต ซึ่งแน่นอนว่า หากมีเสียง ส.ส. สนับสนุนเกินครึ่งหนึ่ง

“ผมเองเชื่อว่า ส.ว. จะสนับสนุน แต่หากมีเสียงเกินครึ่ง แล้วเราคิดว่า เป็นบุคคลที่ไม่เหมาะสมจะเป็นนายกรัฐมนตรี สู้อีกคนไม่ได้ ก็ต้องถอยกลับไป เสนอชื่อใหม่ เพราะฉะนั้นการที่พรรคการเมืองรวมตัวกันก็เป็นสิทธิ์ แต่การที่จะเสนอใครมาเป็นนายกรัฐมนตรี ก็ต้องมองในภาพรวมด้วย ยกตัวอย่าง เช่น การเลือก พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีในครั้งแรก คู่เปรียบเทียบแทบจะสู้ไม่ได้ เสียงจึงเทไปที่พลเอกประยุทธ์เกือบทั้งหมด” พลเอก เลิศรัตน์ กล่าว

“พล.อ.เลิศรัตน์” แนะ ส.ว. วางตัวเป็นกลางโหวต “นายกฯ”

 

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญของ ส.ว.  คือ ต้องวางตัวเป็นกลาง ใช้ดุลยพินิจในการให้ความเห็น เลือกผู้ที่สมควรในการมาเป็นผู้นำรัฐบาลครั้งต่อไป ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในช่วงเปลี่ยนผ่านที่จะนำ ไปสู่การมีรัฐบาลที่เป็นประชาธิปไตยเต็มที่
“พล.อ.เลิศรัตน์” แนะ ส.ว. วางตัวเป็นกลางโหวต “นายกฯ”
ส่วนที่ ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า ส.ว.  จะเลือกแค่สองลุง คือ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี พลเอก เลิศรัตน์  ระบุว่า เรื่องการเลือกใครจะต้องอยู่ที่สถานการณ์ ตนขอฟันธงว่า ไม่มีวันที่ลุงตู่และลุงป้อม จะได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีทั้งสองคน อาจจะต้องมีคนใดคนหนึ่งหรือไม่มีเลยทั้งสองคน ก็ได้ และเสียงของประชาชนที่สนับสนุนพรรคการเมืองจะเป็นสิ่งสุดท้ายที่จะตอบโจทย์

เพราะฉะนั้น การจะพูดอะไรขณะนี้ก็เป็นสิทธิของแต่ละบุคคล การจะมาสะท้อนกลับต่อ ส.ว. ทั้งหมดก็ไม่แฟร์ เพราะแต่ละคนมีความคิดที่หลากหลาย ขออย่าไปคิดว่า สิ่งที่คนหนึ่งพูดไปจะนำไปสู่การดำเนินการทั้งหมด เพราะขนาดนี้ยัง ไม่รู้ว่า ใครจะได้รับเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีบ้าง อยู่ที่ประชาชนจะเลือกใครและอยู่ที่การรวมกลุ่มของพรรคการเมือง จะไปรู้กันวันนั้น แต่ส่วนตัว ขอรับรองว่า การตัดสินใจของตนถูกใจสื่อมวลชนแน่นอน

 

 

 

ข่าวล่าสุด