ด้าน นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เห็นตรงว่า ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจตรวจสอบ โดยยกตัวอย่างกรณีอดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ที่ถูกศาลวินิจฉัยกรณีถือหุ้นสื่อ ซึ่งใกล้เคียงกับกรณีของนายศักดิ์สยาม ที่ยังมีหุ้นส่วนของบริษัทเอกชนดังกล่าวนี้ ถือเป็นการขัดผลประโยชน์
ขณะที่ นายพัฒนา สัพโส ส.ส.สกลนคร พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า นายศักดิ์สยาม จนถูกรองประธานสภา นายศุภชัย โพธิ์สุ ปราศรัยพาดพิงว่า “คนโง่” ก็ย้ำว่า ขอให้สื่อมวลชนติดตามการอภิปรายที่ตนเองมีหลักฐานเด็ดเป็นคลิปวิดีโอเกี่ยวกับนายศักดิ์สยาม มาประกอบการอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 152
ทั้งนี้นพ.ชลน่าน ยืนยัน ทำในฐานะเป็นฝ่ายตรวจสอบ ไม่ได้อาฆาตมาดร้าย หรือเล่นเกมการเมือง หวังผลประโยชน์ในพื้นที่ในช่วงก่อนการเลือกตั้ง เพราะฝ่ายค้าน เห็นว่าการกระทำของนายศักดิ์สยามเข้าข่ายมีความผิดตามรัฐธรรมนูญ จึงยื่นให้ศาลตรวจสอบวินิจฉัย ส่วนจะต้องยุติการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของ โดยกรอบเวลาศาลรัฐธรรมนูญจะต้องวินิจฉัยภายใน 15 วัน