ข้ออ้างบริษัทผู้รับจ้างสร้างสภารัฐสภาที่ไม่จ่ายค่าปรับ คือได้มีหนังสือขอรับสิทธิตามมาตรการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการ ในช่วงการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ตามหนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) 0405.2/ว 693 ลงวันที่ 6 สิงหาคม 2564 และที่ กค (กวจ) 0405.2/ว 654 ลงวันที่ 21 มิถุนายน 2565 และ ที่ กค (กวจ) 044.2/ว 1459 ลงวันที่ 24 พฤศจิกายน 2565 ตามลำดับ
ซึ่งสามารถสรุปสาระสำคัญได้ว่า คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2564 ให้กำหนดมาตรการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการในช่วงการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด 19) ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ โดยมีแนวทางให้กำหนดอัตราค่าปรับเป็นอัตราร้อยละ 0 เพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ จากผลกระทบของโควิด 19
ซึ่งคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐได้อาศัยอำนาจตามมาตรา 29 วรรคหนึ่ง (4) อนุมัติยกเว้นการไม่ปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ข้อ 162 กำหนดอัตราค่าปรับเป็นอัตราร้อยละ 0 ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการให้ความช่วยเหลือ โดยเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎรได้เห็นดีเห็นงามไปด้วยนั้น และได้ดำเนินการแก้ไขสัญญาจ้างที่ได้ลงนามเสร็จสิ้นแล้ว
ซึ่งจากเดิมสัญญามีการกำหนดค่าปรับตามสัญญาค่าปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.10 นั้นได้แก้ไขเป็นสัญญาไม่มีค่าปรับเลย โดยใช้ถ้อยคำว่า “กำหนดค่าปรับเป็นร้อยละ 0” (ศูนย์บาท)
ผมไม่เห็นด้วยกับการดำเนินการของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ที่แก้ไขเป็น สัญญา “กำหนดค่าปรับเป็นร้อยละ 0 ไม่น่าจะถูกต้องเนื่องจากความในข้อ 162 ของระเบียบกระทรวงการคลังฯ เป็นบทบัญญัติที่อยู่ในหมวด “การทำสัญญาและหลักประกัน” กล่าวคือ เป็นข้อกำหนดในขั้นตอนการทำสัญญาที่หน่วยงานของรัฐจะต้องกำหนดค่าปรับอันถือเป็นหลักประกันไว้ในสัญญาตามอัตราที่ระเบียบกำหนด ไม่ใช่ในขั้นตอนการ “แก้ไขสัญญา”
ส่วนการแก้ไขสัญญา เป็นไปตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 มาตรา 97 ซึ่งเป็นกฎหมายลำดับศักดิ์พระราชบัญญัติ และเป็นกฎหมายที่ให้อำนาจ คณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐในการยกเว้นหรือผ่อนผันการไม่ปฏิบัติตามกฎกระทรวงหรือระเบียบที่ออกตามความในพระราชบัญญัตินี้ เท่านั้น(พระราชบัญญัติจัดซื้อจัดจ้างฯ มาตรา 29(4) ) ดังนั้น คณะกรรมการวินิจฉัยฯ จึงไม่อาจยกเว้นหรือผ่อนผันการไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ ซึ่งเป็นกฎหมายแม่ที่ให้อำนาจแก่ตนเองได้ การที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรไปแก้ไขสัญญาฯ
จึงเห็นว่าเป็นการกระทำที่นอกเหนือจากขอบอำนาจที่กฎหมายกำหนดและฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติมาตรา 97 และมาตรา 102 แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560
เรื่องตลกร้ายเกิดขึ้น บริษัท ซิโน-ไทยฯ ผู้รับจ้าง ได้ยื่นฟ้องสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรต่อศาลปกครองกลาง กรณีส่งมอบพื้นที่ก่อสร้างล่าช้าและการขนย้ายดินในระยะต้นๆ ของการก่อสร้างในคดีหมายเลขดำที่ 961/2563 เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2563 เพื่อเรียกร้องค่าเสียหายจำนวน 1,596,592,305.46 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีของต้นเงินดังกล่าว นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระหนี้ให้แก่ผู้ฟ้องคดีเสร็จสิ้นปัจจุบันคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครอง
แต่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ช่างใจดีกับผู้รับเหมาก่อสร้างด้วยการงด หรือยกเว้นค่าปรับให้ ถึงปัจจุบันมากกว่า 9.8 พันล้านบาท กลายเป็นว่ารัฐเสียสิทธิในการเรียกเงินค่าปรับส่งมอบงานล่าช้า ถือว่าเป็นเงินภาษีของประชาชน เป็นการรักษาผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติแล้วหรือ มิหนำซ้ำรัฐสภายังถูกบริษัท ซิโน-ไทยฯ ผู้รับจ้าง เรียกร้องค่าเสียหายอีกมากกว่า 1.5 พันล้านบาท ถ้าแพ้คดีต้องหนีไม่พ้นเอาเงินภาษีของประชาชนจ่ายให้บริษัทผู้รับเหมาก่อสร้างสร้างรัฐสภาทำไมประชนคนไทยจึงช่างโชคร้ายเหลือเกิน
ทั้งที่บริษัทผู้รับเหมาก่อสร้างอาคารรัฐสภาล่าช้ามีผลกระทบให้เกิดความเสียหายแก่รัฐโดยตรงเกือบหมื่นล้านบาท การไม่ปกป้องสิทธิประโยชน์ของรัฐดังกล่าวเกรงว่าจะเกิดการประวัติศาสตร์ซ้ำรอยค่าโง่ ที่รัฐต้องสูญเสียประโยชน์อีกครั้ง
อย่างไรก็ตามสำหรับอาคารรัฐสภาแห่งใหม่นี้ กำลังถูกตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพเชิงโครงสร้าง กรณีมีเหตุการณ์น้ำฝนรั่วจากเพดานห้องประชุมสุริยัน เมื่อวันที่ 14 ต.ค.64 ซึ่งการใช้งานบวกความคุ้มค่ากับงบประมาณที่เสียไปนับ 2 หมื่นล้าน ท่ามกลางความไม่ชอบมาพากลหลายประเด็นเกิดขึ้น
เช่นกรณีก่อนหน้านี้ นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ และ วัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.กทม.ประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือผ่านถึงเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ให้ตรวจสอบ 3 เงื่อนปมใหม่เพิ่มเติมที่ "นายวิลาศ" ตั้งข้อสงสัย
1.มีการติดตั้งเสาไฟ L03 ช่วงต้นปี ตั้งแต่ ม.ค.-ก.พ.2564 จริงหรือไม่ กระบวนการติดตั้งถูกต้องตามสัญญาหรือไม่ เพราะมีข้อสงสัยว่าเป็นเสาเหล็กจริง หรือเสาที่ใช้แผ่นเหล็กม้วนแล้วเชื่อมเป็นรูปเสา
2.ไฟฟ้าที่ต่อจากมิเตอร์ชั่วคราวไม่สามารถใช้กับเครื่องจักรที่ใช้ไฟจำนวนมาก ต้องใช้ไฟของรัฐสภาใช่หรือไม่ ถ้าเป็นจริง มีการคิดค่าไฟตั้งแต่เดือนมีนาคม 2561 หรือไม่ อย่างไร
3.ค่าทดสอบระบบไฟรวม ที่ต้องทดลองเปิดใช้อุปกรณ์ทุกชนิดที่เกี่ยวกับไฟเป็นเวลา 24 ชั่วโมง ได้มีการคิดค่าใช้จ่ายแล้วหรือไม่อย่างไร เพราะขณะนี้เวลาล่วงเลยมากว่า 3 ปีแล้ว มีการเจรจาจ่ายเงิน หรือชำระแล้วหรือไม่ ถือว่าเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่แล้วหรือไม่ มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนความรับผิดทางละเมิดหรือยัง
และยังไม่นับรวมก่อนหน้านี้ที่นายวิลาศ” ยื่นหนังสือถึงเลขาธิการรัฐสภา ขอให้ตรวจสอบไม้ปูพื้นโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ หลังเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการปูพื้นไม้ว่า เป็น "ไม้ตะเคียนทอง" ทั้งหมด ตามที่ระบุไว้ในสัญญาจริงหรือไม่ หรือเป็นไม้ตะเคียนทองผสมไม้ชนิดอื่นหรือไม่ ไม้มีขนาดความกว้าง และความหนาถูกต้องตามแบบหรือไม่
และให้ตรวจสอบ "หินทราโวทีน" นอกจริงหรือไม่ โดยสามารถตรวจจากใบกำกับภาษีการนำเข้าสินค้าจากกรมศุลกากร เพราะจากการเอาเศษหินที่บริเวณก่อสร้างให้นักธรณีดู มีข้อสงสัยว่าอาจเป็นหินอ่อนสุโขทัย แต่มีบางคนบอกว่า เป็น "หินแกรนิตสีชมพู" ซึ่งพบที่ อ.หนองบัว จ.นครสวรรค์
พร้อมขอให้นำนักธรณีวิทยามาตรวจสอบข้อเท็จจริง และตามแบบในสัญญาหินทราโวทีนนอกมีขนาด 50 x 100 ซม. หนา 25 ม.ม. เห็นว่าการเปลี่ยนแบบ โดยลดความหนาลงเหลือหนา 20 ม.ม. จะทำให้การรับน้ำหนัก และความคงทนลดลงมาก เพราะมีขนาดใหญ่พิเศษ และหากมีการชำรุดหรือแตกในอนาคตจะหาวัสดุมาทดแทนยากลำบาก
อีกทั้งยังพบข้อมูล ที่กรมทรัพยากรธรณีให้ข้อมูลว่า หินความหนา 20 ม.ม. และ 25 ม.ม.ราคาต่างกันเกือบเท่าตัว ทั้งนี้เพราะชนิดความหนา 25 ม.ม.เป็นความหนาพิเศษราคาจึงสูง และถ้ามีการแก้ไขสัญญาจริง
มีคำถามว่า หากเป็นไปตามข้อมูลที่ นายวิลาศ นำมากล่าวอ้าง แล้วส่วนต่างที่หายไปอยู่ตรงไหน ประเด็นต่างๆ เหล่านี้ยังคงเป็นคำถามที่รอการตรวจสอบจากทางฝั่งสภาฯ ที่ยามนี้ยังคงนิ่งสงบ สยบความเคลื่อนไหว
และก่อนหน้านี้คณะกรรมการตรวจการจ้างโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ มีมติไม่ขยายสัญญาการก่อสร้างครั้งที่ 5 ให้แก่ บริษัทซิโน-ไทยฯ พร้อมเรียกค่าปรับวันละ 12 ล้านบาท ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2564 เป็นต้นมา จนถึงขณะนี้ล่วงเลยมากว่า 10 เดือน คำถามคือสภาได้รับค่าปรับที่เป็นจำนวนเงินจริงๆ ที่ไม่ใช่แค่ตัวเลขแล้วหรือไม่