svasdssvasds
เนชั่นทีวี

การเมือง

“ก้าวไกล” ประกาศไม่ให้ราคา "ประวิตร" ปัดจับมือ "พปชร." ตั้งรัฐบาล

“ก้าวไกล” ประกาศไม่จับมือ ”ประวิตร” มอง "เพื่อไทย" จับมือ ”พปชร.” ยาก เตือน พรรคไหนไม่มีจุดยืนฝั่ง ปชต.ระวังสูญพันธุ์ ซัด “บิ๊กป้อม” ลา ครม.ไปเปิดนโยบาย แต่ไม่ทำงานหลัก ไม่ให้ราคานโยบายเพิ่มเงินบัตรคนจน

18 มกราคม 2566 นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล และโฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ระบุ "พร้อมประสานงานกับทุกฝ่ายเพื่อก้าวข้ามความขัดแย้ง" โดย ยืนยันว่า สิ่งที่สังคมต้องการจะเห็นคือ ต้องการออกจากระบอบ 3 ป. เมื่อย้อนกลับไปปี 57 ทุกสิ่งมีแต่เลวร้าย เพราะระบอบ 3 ป.ทำลายประเทศไทย ดังนั้น ประเทศไทยไม่ควรจะมีผู้นำชื่อว่า พล.อ.ประวิตร หรือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และการที่พล.อ.ประวิตร บอกว่าพร้อมประสานกับทุกฝ่ายนั้น ไม่ใช่สิ่งที่ทุกคนอยากเห็น

โดย พรรคก้าวไกล ขอย้ำว่า จะไม่ทำงานกับ พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร และก็เป็นที่น่าตั้งคำถามว่าแล้ว พล.อ.ประวิตร จะทำงานกับ พล.อ.ประยุทธ์ ได้อีกหรือไม่ ดังนั้น ประเทศไทยจะเริ่มต้นกันใหม่ด้วยการออกจากชายที่ชื่อว่า "ประยุทธ์" และออกจากร่มเงาของชายที่ชื่อว่า "ประวิตร"

ส่วนความเป็นไปได้ที่พรรคเพื่อไทยจะไปจับมือกับ พล.อ.ประวิตร นั้น ตนยังไม่ได้มองถึงตรงนั้น แต่พรรคการเมืองใดไปจับมือกับ พล.อ.ประวิตร เชื่อว่ายากที่ประชาชนจะสนับสนุน จากการลงพื้นที่พบว่า ประชาชนไม่อยากเห็นพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตย จับมือกับพรรคฝ่ายเผด็จการ ปัจจุบันสังคมพัฒนาแล้ว ประชาชนชัดเจนว่าต้องการอะไร หากพรรคการเมืองไม่มีจุดยืนที่จะสนับสนุนระบอบประชาธิปไตย ก็มีโอกาสสูญพันธุ์ได้

เมื่อถามว่า เป็นการเตือนไปยังพรรคเพื่อไทยหรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ไม่ได้เตือนไปยังพรรคใด ถึงที่สุดแล้ว ทุกพรรคไม่มีทางจะทำงานร่วมกับ พล.อ.ประวิตร ที่ทำหน้าที่ทำลายระบอบประชาธิปไตยมาโดยตลอด ประชนชนคงคิดว่าน่าจะพอแล้ว

ส่วนกรณีการเปิดนโยบายของพรรคพลังประชารัฐ เพิ่มเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็น 700 บาท นั้น ตนมองว่าการที่พล.อ.ประวิตร ลาประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อไปเปิดนโยบาย ทั้งที่อยู่ในฐานะรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งการประชุม ครม.คือการทำงานเพื่อแก้ปัญหาให้กับประชาชน และการลา ครม.แบบนั้น จะทำให้ปัญหาของประชาชนจะได้รับการแก้ไขหรือไม่

ดังนั้น นโยบายใดที่มาจาก พล.อ.ประวิตร ตนไม่ให้ราคา ไม่เชื่อว่า นโยบายต่าง ๆ จะนำไปสู่ความเปลี่ยนแปลงได้ ดังนั้นต้องเปลี่ยนผู้นำรัฐบาล เชื่อว่าการเมืองหลังจากนี้ หากแข่งขันกันในเชิงนโยบาย จะสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ และพรรคก้าวไกลก็พร้อมจะทำหน้าที่นั้น