เมื่อถามย้ำว่า พรรคพลังประชารัฐ จะทำให้เลยสำหรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 700 บาท น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า เป็นระบบงบประมาณหรือไม่ แต่ของพรรคเพื่อไทยเป็นการทำงานที่ไม่เหมือนกัน
โดยนายแพทย์ชลน่าน ได้ย้ำว่า นโยบายที่พูดอยู่บนพื้นฐานที่ทำได้จริง ไม่ทราบแนวทางของพรรคอื่น ซึ่งถือเป็นเรื่องของพรรคอื่น ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นว่า เพื่อไทยพูดแล้ว เพื่อไทยทำได้จริง ส่วนมองนโยบายของพรรคพลังประชารัฐอย่างไร นายแพทย์ชลน่าน บอกไม่ได้มอง ก็เป็นนโยบาย
เมื่อถามว่า รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรณ พร้อมที่จะทอดไมตรีกับทุกพรรค เพื่อก้าวข้ามความขัดแย้ง นายประเสริฐ กล่าวว่า ไม่ทราบ ซึ่งต้องบอกว่า การเลือกตั้งต้องเคารพการตัดสินใจของประชาชน
น.ส.แพทองธาร ย้ำต่อว่า การก้าวข้ามความขัดแย้งเป็นเรื่องดี แต่เพื่อไทยยึดหลักประชาธิปไตย และการหาเสียงแบบแลนด์สไลด์ เพราะต้องการทำให้นโยบายทุกอย่างเกิดขึ้นจริง เพื่อประชาชน ถ้าต้องจับมือกับพรรคอื่น นโยบาย แนวคิด จะต้องเป็นไปในทิศทางเดียวกัน เพราะผ่านการเลือกจากประชาชนแล้ว เพื่อไทยจะยึดสิ่งนั้นเป็นหลัก
นายแพทย์ชลน่าน กล่าวเสริมว่า เรายึดเสียง และฟังประชาชน จะไม่ประกาศจับมือกับพรรคการเมืองใดก่อนการเลือกตั้ง
เมื่อถามว่า หากพลังประชารัฐทอดไมตรีมาหาเพื่อไทยก่อน เป็นไปได้หรือไม่ที่เพื่อไทย กับ พลังประชารัฐ จะจับมือกันหลังเลือกตั้ง น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า ยังเร็วเกินไปที่จะตอบเรื่องนี้ พร้อมย้ำว่า เพื่อไทย อยากแลนด์สไลด์ ไม่อยากแบ่งใจไปที่อื่น ขอให้เลือกเพื่อไทยทั้งคนและพรรค เพราะประเทศไม่ไหวแล้ว ต้องไปต่อ ต้องใช้นโยบายที่ทำให้ชีวิตประชาชนดีขึ้น เกมการเมือง คือการเลือกตั้งเท่านั้น แต่เกมการเมืองที่เป็นดราม่านั้นไม่สำคัญ สิ่งที่จำเป็นคือ ปากท้องประชาชน
หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ยังกล่าวว่า เหตุผลที่จะทำให้ประชาชนเชื่อมั่นพรรคเพื่อไทยมากกว่าพรรคพลังประชารัฐกับพรรครวมไทยสร้างชาติ คือ ผลงานของพรรคเพื่อไทย และย้อนไปถึงรัฐบาลพรรคไทยรักไทย ซึ่งประชาชนเชื่อว่า เป็นประชาธิปไตยที่กินได้ โดยเฉพาะนโยบายที่ทำได้จริง
ด้าน นายประเสริฐ กล่าวว่า ภายในต้นเดือนกุมพาพันธ์นี้ จะเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครของพรรคครบทั้ง 400 เขต
ขณะที่ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทย จะเปิดรายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีทั้ง 3 รายชื่อ พร้อมกัน ส่วนจะจัดลำดับหรือไม่ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ โดยจะประกาศรายชื่อทันทีหลังการยุบสภา คาดว่า จะเป็นช่วงต้นเดือนมีนาคม ก่อนที่สภาจะครบวาระในวันที่ 23 มีนาคมนี้
สำหรับการอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ ที่รัฐบาลแจ้งว่า พร้อมตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์ พรรคการเมืองฝ่ายค้านเห็นว่า เป็นการทอดเวลา ซึ่งมีความผิดปกติ และจากที่หารือประธานสภาและตัวแทนวิปรัฐบาล จะขอขยับเวลาเป็นวันที่ 1-4 กุมภาพันธ์ หรือไม่ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุด หรือหากไม่ได้ก็จะเป็นวันที่ 8-10 กุมภาพันธ์ ฝ่ายค้านพยายามจะต่อรองไม่อยากให้เป็นหลังวันที่ 15 กุมภาพันธ์
นอกจากนี้ น.ส.แพทองธาร ยืนยันว่า แม้จะอายุครรภ์มากขึ้นก็ไม่เป็นปัญหาในการหาเสียง ก่อนที่ นายแพทย์ชลน่าน จะทิ้งท้ายว่า เด็กยิ่งเต้นแรงคะแนนยิ่งมา