“ผมถึงบอก อยากทำงานกับท่านต่อ และผมเองก็ไม่เคยรู้จักกับท่าน ผมกับท่านไม่เคยรู้จักกันเป็นการส่วนตัวมาก่อน และไม่เคยพูดคุยกันด้วยแม้แต่ครั้งเดียว ผมมาทำงานกับท่านครั้งแรกจากการมาทำงานด้วยกันในฐานะที่ปรึกษานายกฯ ผมจึงได้เรียนรู้ว่าท่านเป็นอย่างที่เราเป็น และท่านคุยกับผมตั้งแต่วันแรกที่มาคือให้ช่วยกันทำงานเพื่อบ้านเมือง”
เมื่อถามว่า พรรคจะมีซุปเปอร์บอร์ดอยู่เหนือกรรมการบริหารพรรค ใช่หรือไม่ นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า ความจริงอยากจะให้มีหลายรูปแบบในการบริหารพรรค แต่กฎหมายพรรคการเมืองเขาไม่ให้มี หลายเรื่องที่เราอยากจะแก้ข้อบังคับพรรคให้เป็นอย่างนั้นอย่างนี้ แต่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เขาบอกไม่ได้
ทั้งนี้ มันเป็นคำที่เรียกกันไป อย่างที่ตนบอกกฎหมายพรรคการเมืองมีให้แค่นี้ แต่ถ้าเราคิดว่าการบริหารพรรคควรจะมีตรงนั้นเพิ่ม ก็จัดการกันเองก็แค่นั้น ไม่เห็นมีปัญหา เขาไม่ได้ห้ามเราทำงาน แต่ถ้าจะทำตามกฎหมายมันก็ต้องมีลิมิตตามที่วางไว้ พรรคตนอย่ามาแย่งกันเป็นอะไร ไม่มีประโยชน์ เพราะมันไม่ได้เป็นเหมือนพรรคอื่นที่เขาเป็น ซึ่งจากประสบการณ์แบบนั้นจะเป็นจุดเริ่มต้นของความเสื่อม ขอย้ำว่าตนให้เกียรติทุกคนมาช่วยกันทำงาน ใครอยากมาก็มา ในอดีตเราเห็นการแย่งกันมีตำแหน่ง มันทำให้เกิดความหายนะของพรรค