อดีตหัวหน้าพรรค กับคดีข่มขืน!
ช่วงต้นปีเดือนเม.ย. ที่ผ่านมา "ปริญญ์ พานิชภักดิ์" อดีตรองหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ประกาศลาออกจากตำแหน่งทางการเมือง หลังตัวเองต้องคดีข่มขืน-อนาจารหญิงสาวหลายราย เรียกว่าสร้างเสียงฮือฮาและวิจารณ์อยู่ไม่น้อย จนทำให้ "ราเมศ รัตนะเชวง" โฆษกพรรคปชป. อดีตต้นสังกัดของผู้ต้องคดี ออกมาเรียกร้องให้สังคมแยกแยะว่า คดีดังกล่าวเป็นเรื่องส่วนตัว พรรคจะไม่ไปก้าวล่วงและจะสนับสนุนกระบวนการยุติธรรมอย่างเต็มที่
เรื่องแดงขึ้นจนเป็นประเด็นทางสังคม เพราะ "ทนายษิทรา เบี้ยบังเกิด" เดินหน้าเอาผิดเข้าแจ้งความกับตำรวจ หลังมีหญิงผู้เสียหายกล่าวหาว่าโดน"ปริญญ์" อดีตรองหัวหน้าพรรคการเมือง ล่วงละเมิดทางเพศ ตำรวจสน.ลุมพินี จึงแจ้งข้อกล่าวหา 3 คดี คือ คดีกระทำการอนาจารแก่บุคคลอายุเกิน 15 ปี 2 คดี และคดีข่มขืนกระทำชำเราอีก 1 คดี
นอกจากนี้ยังมีอีก 2 คดี ที่ จ.เพชรบุรี และเชียงใหม่ รวม 5 คดี ซึ่งผู้เสียหายที่เคยถูกล่วงละเมิดทางเพศมีเป็นจำนวนมากทั้งในอดีตจนถึงปัจจุบัน คาดว่ามากกว่า 15 ราย ซึ่งรายสุดท้ายที่ออกมาแฉเป็นคนวงการไฮโซ รวมถึงยังมีการขุดคุ้ยไปถึงคดีข่มขืนเด็กที่ประเทศอังกฤษอีก ส่วนเจ้าตัวได้ปฏิเสธพร้อมแถลงยันชัดเจนว่าไม่ได้ทำทุกข้อกล่าวหาทั้งสิ้น โดยบางคดีก็ไม่มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความ หรือบางคดีก็มีหมดอายุความไปแล้วด้วย
ส่วนเจ้าตัวได้เดินทางเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในเวลาต่อมา พนักงานสอบสวน สน.ลุมพินียื่นคำร้องขอฝากขังคัดค้านการประกันตัว แต่ปริญญ์ ผู้ต้องหาขอยื่นประกันตัว โดยเนื่องจากผู้ต้องหาพักอยู่เมืองนอกเป็นเวลานาน ได้ขอร้องต่อศาลจนเห็นควร โดยศาลอาญากรุงเทพใต้ให้ประกันตัว "ปริญญ์" อดีตรองหัวหน้าพรรค ปชป. คดี อนาจาร-ข่มขืน 3 สำนวน ๆ ละ 200,000-300,000 บาท พร้อมกับมีคำสั่งห้ามเดินออกนอกประเทศ
อย่างไรก็ตาม แม้จะเกิดข่าวฉาวมากเพียงใด อดีตรองหัวหน้าพรรค ปชป. ได้ยืนยันว่า ยินดีที่จะให้กระบวนการยุติธรรมตรวจสอบทุกข้อเท็จจริง และเจ้าตัวยังยอมรับด้วยว่า รู้สึกช็อกและตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นในโซเชียลมีเดีย หลังโดนโจมตีจนเละเทะ พร้อมยืดอกยืนยันในความบริสุทธิ์ใจ ก่อนจะย้ำว่า "ไม่ใช่ความจริง หลายคนที่รู้จักผม จะรู้ดีว่าผมไม่ใช่คนอย่างนั้น"