ชูมัคเกอร์ ก็บรรลุภารกิจนี้ ด้วยความช่วยเหลือของ รอสส์ บรอว์น และทีมงาน ก่อนเฉือน ฮัคคิเนน ในช่วงสุดท้ายของสนามสุดท้าย ในฤดูกาล 2000 คว้าแชมป์โลกนักขับให้ เฟอร์รารี ได้สำเร็จ
และกลายเป็นการปลดล็อคความกดดันทั้งหมด ก่อนก้าวสู่ยุคทองของม้าลำพองของจริง ที่คว้าแชมป์โลกทั้งประเภทนักขับและประเภททีมต่อเนื่องอีก 4 ฤดูกาล
รีไทร์ คัมแบ็ก รีไทร์ และโศกนาฏกรรม
อายุที่มากขึ้น กฎเกณฑ์ที่เปลี่ยนแปลง และคลื่นลูกใหม่ อย่าง เฟร์นานโด อลอนโซ ทำให้ ชูมัคเกอร์ ที่อิ่มตัวกับความสำเร็จ ตัดสินใจประกาศรีไทร์หลังจบฤดูกาล 2006 เพื่อไปรับบทบาทที่ปรึกษาแทน
แต่ในปี 2010 เขาก็เซอร์ไพรส์วงการด้วยการย้ายไปรับบทนักขับให้ เมอร์เซเดส และประกาศรีไทร์อีกครั้งหลังผ่านไปสองฤดูกาล เมื่อต้นสังกัดมีแผนแทนที่เขาด้วยดาวรุ่งในเวลานั้น ลิวอิส แฮมิลตัน
ปิดตำนานแชมป์โลก 7 สมัย เจ้าของสถิติแชมป์ 91 รายการ 155 โพเดียม 68 โพลโพซิชั่น ก่อนที่สถิติเหล่านี้ จะถูกกวาดโดย แฮมิลตัน คนที่มาแทนที่เขาในทีมเมอร์เซเดส
เหลือเพียงสถิติแฮตทริก (โพลโพซิชั่น เวลาดีที่สุดต่อรอบ แชมป์สนาม ในรายการเดียวกัน) จำนวน 22 ครั้งที่ แฮมิลตัน ยังทำไม่ได้ เช่นเดียวกับ เวลาต่อรอบดีที่สุด (77 ครั้ง ต่อ 57 ครั้ง) รวมถึงสถิติลงแข่งยาวนานที่สุด 19 ฤดูกาล ร่วมกับ รูเบนส์ บาร์ริเคลโล
และเพียงไม่กี่เดือนหลังจากฟอร์มูล่า วันฤดูกาลใหม่เริ่มต้นโดยไม่มี ชูมี อยู่ด้วย
ตำนานชาวเยอรมนีก็ตกเป็นข่าวดังไปทั่วโลก เพราะประสบอุบัติเหตุระหว่างเล่นสกี เมื่อเดือนธันวาคม 2013 จนตกอยู่ในสภาวะโคม่า
แม้จะฟื้นและรอดชีวิตมาได้ แต่ก็มีรายงานว่าเจ้าตัวเป็นอัมพาต ไม่สามารถพูดได้ รวมถึงมีปัญหาเรื่องความทรงจำ และหายหน้าไปจากวงการจนถึงปัจจุบัน
ขณะที่ มิค ลูกชายก็เพิ่งเข้าสู่วงการฟอร์มูล่า วัน ในฐานะนักขับของทีมฮาส ในฤดูกาล 2021 นี่เอง
ด้านบวกที่ไม่เคยเห็น ด้านลบที่ถูกมองข้าม
สารคดี Schumacher คือการย้อนกลับไปเล่าเรื่องราวของหนึ่งในนักขับที่เก่งและอื้อฉาวที่สุดแห่งยุค
ตั้งแต่จุดเริ่มต้นในวัยเด็กที่ช่วยอธิบายว่าทำไม ชูมี่ ถึงมีทักษะการบังคับรถที่เหนือชั้น รวมถึงวิธีคิดแบบไม่ยอมลดราวาศอกให้ใคร จนกลายเป็นชนวนดรามากับยอดฝีมือร่วมยุคคนแล้วคนเล่า
ก่อนขึ้นถึงจุดสูงสุดคือการนำตำนานที่เคยยิ่งใหญ่ แต่เต็มไปด้วยปัญหา อย่าง เฟอร์รารี กลับสู่ความสำเร็จ
และปิดท้ายด้วยโศกนาฎกรรมจากอุบัติเหตุการเล่นสกี ในเดือนธันวาคมปี 2013 ที่ทำให้เจ้าตัวตกอยู่ในสภาพโคม่านานนับปี และไม่เคยกลับมาปรากฎตัวต่อสาธารณชนอีกเลยจนถึงปัจจุบัน
ด้วยความที่ในยุคนั้น การใช้งานอินเทอร์เน็ตยังมีจำกัด และ ชูมัคเกอร์ ค่อนข้างให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวมาก
จุดเด่นของสารคดีเรื่องนี้ จึงเป็นการนำเสนอด้านที่เป็นมนุษย์ของ ชูมัคเกอร์ ที่คนนอกติดภาพจำแค่ว่า เขาเป็นคนกระหายชัยชนะ ทำทุกวิถีทางเพื่อความสำเร็จ ไม่เคยได้เห็น
เช่น การขลุกกับช่างเครื่องของ เฟอร์รารี จนดึกดื่น เพื่อพัฒนารถให้ทัดเทียมกับ แม็คลาเรน ที่เหนือกว่ามากในช่วงปลายยุค 90 และกลายเป็นผู้นำตัวจริงของทีม จนสุดท้ายสามารถพาม้าลำพองประสบความสำเร็จได้
หรือฟุตเทจชีวิตส่วนตัว ระหว่างเล่นกับครอบครัวในโอกาสต่าง ๆ หรือการปาร์ตี้แบบสุดเหวี่ยงกับ เดวิด คูลธาร์ด หลังแข่ง ทั้งที่เพิ่งมีปัญหากันในสนาม ซึ่งได้รับอนุญาตให้เผยแพร่จาก คอรินนา ภรรยาคู่ชีวิต ฯลฯ
กลับกัน ใครที่อยากเห็นการเจาะลึกในเรื่องที่เจ้าตัวถูกวิจารณ์หนัก เช่น อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับคู่แข่งคนอื่น ๆ ระหว่างการชิงแชมป์โลก
ไม่ว่าจะเป็น เดมอน ฮิลล์, ฌักส์ วิลล์เนิฟ, มิกา ฮัคคิเนน ฯลฯ ว่าเป็นความตั้งใจหรือไม่ ก็ถูกลดทอนไปจนเหลือแค่ผิวเผิน ส่วนกรณีพิพาทกับ เฟร์นานโด อลอนโซ ในปี 2006 ก็ไม่ถูกกล่าวถึงเลย
เหตุผลจาก วาเนสซา นอคเกอร์ ผู้กำกับสารคดีนี้ คือข้อตกลงโดยไม่มีลายลักษณ์อักษรกับ คอรินนา ว่าภรรยาของ ชูมี มีสิทธิ์ขาดในการตัดสินใจ ว่าจะนำเสนอเรื่องไหน ขณะที่วัตถุดิบไหนที่ไม่ได้รับการอนุญาต จะต้องทำลายทิ้งเท่านั้น
Schumacher อาจไม่ใช่สารคดีที่สมบูรณ์แบบในการเล่าเรื่องราวรอบด้าน
แต่ในแง่การนำเสนอแง่มุมที่คนไม่เคยเห็น โดยเฉพาะกลุ่มที่คุ้นชินเฉพาะความสำเร็จ หรือภาพลักษณ์ติดลบของแชมป์โลก 7 สมัยที่สื่อนำเสนอ
ก็ช่วยเติมเต็มให้เห็นภาพชัดขึ้น ว่า ชูมัคเกอร์ ก็เป็นมนุษย์ทั่วไปไม่ต่างจากคนอื่น และชีวิตเป็นสิ่งที่เปราะบางเกินกว่าใครจะคาดคิด
ชาตรี ตันสถาวีรัฐ
--------------------
SOURCE: