สร้างโลกใหม่ใต้การนำของคอมมิวนิสต์
ในขณะที่กระแสประชาธิปไตยเริ่มลุกลามไปทั่วโลก ในช่วง 100 ปีที่ผ่านมา พรรคคอมมิวนิสต์ต้องเผชิญกับความท้าทายเป็นอย่างมากจากทั้งคนในชาติและนานาชาติ พรรคคอมมิวนิสต์จะล่มสลายไปไหม? จีนจะเปลี่ยนการปกครองเป็นประชาธิปไตยตามกระแสโลกหรือไม่? แต่คิดว่าเราคงเห็นกันพอสมควรแล้วว่าแม้ระยะเวลาจะผ่านมาแค่ไหน แผ่นดินจีนยังคงยึดมั่นในการปกครองแบบคอมมิวนิสต์อย่างไม่เปลี่ยนแปลง
ในยุคประธานาธิบดี “สี จิ้นผิง” คำขวัญ "รับใช้ประชาชน" โดยเหมา เจ๋อตุง ได้ถูกนำกลับมาใช้อีกครั้งเพื่อเรียกความเชื่อมั่นจากประชาชน นอกจากนี้ท่านประธานสี ยังมีการจัดสร้างสื่อชวนเชื่อต่างๆให้กับประชาชน เพื่อหว่านล้อมให้เห็นว่าพรรคคอมมิวนิสต์จีนทุ่มเททำงานเพื่อประชาชนมากแค่ไหน
"การปฏิรูปตัวเอง" หนึ่งในโครงการต้านทุจริตที่ใหญ่ที่สุดของจีนภายใต้การนำของประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ดูจะได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในประชาชนชาวจีน ท่ามกลางวิกฤตของประเทศที่ต้องรับมรสุมมากมายจากทั้งในและนอกประเทศ ท่านประธานสีดูมีความพยายามอย่างยิ่งยวดในการหลอมรวมคนในชาติให้เกิดความภาคภูมิใจในความเป็นแผ่นดินจีน โดยเชื่อว่าการสร้างปลูกฝังความรักชาติเช่นนี้ จะทำให้พรรคคอมมิวนิสต์ได้ปกครองแผ่นดินจีนต่อไป
การปฏิรูปการปกครอง สร้างความยิ่งใหญ่ให้จีนจริงหรือไม่?
จากการประกาศชัยชนะโดยผู้นำคอมมิวนิสต์อย่าง เหมา เจ๋อตุง ในวันที่ 1 ตุลาคม 1949 ใช่ว่าจีนจะประสบความสำเร็จเลยในทันทีเหมือนอย่างทุกวันนี้ เนื่องจากการปฏิรูปเศรษฐกิจ ท่านผู้นำเหมาล้มเหลวในการบริหารอย่างสิ้นเชิง เมื่อระบบเศรษฐกิจจีนเริ่มพังพินาศ ประชากรก็ต้องอดอยากล้มตายกันอีกครั้ง จึงเป็นดั่งรอยแผลเป็นในประวัติศาสตร์จีนมาจนถึงทุกวันนี้
การปฏิรูปเศรษฐกิจเป็นปัญหาหลักที่ผู้สืบทอดในรุ่นถัดไปอย่าง “เติ้ง เสี่ยวผิง” ต้องรีบแก้ไขและกอบกู้ชื่อเสียงเพื่อความอยู่รอดของพรรคคอมมิวนิสต์อีกครั้ง การนำยุทธวิถีกลไกทางตลาดอย่างทุนนิยมมาใช้ร่วมกับสังคมนิยมจึงได้เกิดขึ้น เติ้ง เสี่ยวผิง ได้วางยุทธศาสตร์นโยบายการบริหารประเทศใหม่ สานต่อนโยบาย 4 ทันสมัย (Four Modernizations) จากแนวคิดของ โจว เอินไหล จนสามารถเปิดประเทศรับเม็ดเงินจากต่างชาติได้ และด้วยการนี้เองจีนจึงพุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุดและก้าวทะยานสู่แนวหน้าของเศรษฐกิจโลก ปัญหายิบย่อยตกค้างต่างๆจากทุนนิยมเช่น ปัญหาด้านมลพิษและสิ่งแวดล้อม หรือความเหลื่อมล้ำในชนบท ก็ค่อยๆถูกแก้ไขตามมาในยุคผู้นำคนถัดไป
ปัญหาเศรษฐกิจทุกอย่างถูกแก้ไขมาเรื่อย ๆจนเสร็จสิ้นสมบูรณ์แบบในยุคของประธานาธิบดี สี จิ้น ผิง และในวันที่ 1 กรกฎาคม 2021 ที่ผ่านมา สาธารณะประชาชนจีนเพิ่งประกาศเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปีของการสถาปนาพรรคคอมมิวนิสต์ไป พร้อมยังประกาศกร้าวว่าประชาชนชาวจีนทุกคนได้ก้าวพ้นวิกฤตความยากจนแล้ว รวมถึงเป้าหมายในอีก 100 ถัดไป จีนต้องเป็นประเทศสังคมนิยมสมัยใหม่ที่ผงาดและยิ่งใหญ่ในทุกๆมิติของโลก
สู่ความเป็นมหาอำนาจโดยการบริหารของ สี จิ้น ผิง
หากเทียบกับในอดีตราว 100 ปีที่แล้ว การปฏิรูประบอบการปกครองและเศรษฐกิจถือได้ว่าบรรลุเป้าหมายเป็นที่เรียบร้อยและก้าวเข้าสู่ระดับมหาอำนาจของโลกแล้ว แม้เพดานหนี้สาธารณะในประเทศจะยังเป็นที่น่าจับตามอง แต่ภารกิจต่อไปของประธานธิบดี สี จิ้น ผิง ที่อาจส่งผลได้ต่อแผ่นดินจีนในระยะยาวคือการปฏิรูปสังคม ที่ดูทรงแล้วในอนาคตจีนจะก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเต็มขั้น ซึ่งอาจเป็นปัญหาที่ตามมากับระบบรัฐสวัสดิการ
นอกจากนี้เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการเป็นประเทศที่ทรงอำนาจต่อจากสหรัฐอเมริกา จีนต้องเร่งดำเนินการด้านอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีให้มากขึ้น ถึงจะมีอำนาจต่อรองและสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันในตลาดโลกได้ ส่วนเรื่องการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองว่าจีนจะหันมาสู่ระบอบประชาธิปไตยไหมคงเป็นเรื่องที่หินพอสมควร ในเมื่อท่านประธานาธิบดีสี จิ้น ผิงประกาศก้องแล้วว่าอีก 100 ปีถัดไปต้องเป็นสังคมนิยมสมัยใหม่ ก็มีแนวโน้มว่าระบอบคอมมิวนิสต์จะยังคงวนเวียนในแผ่นดินใหญ่ต่ออีกหลายชั่วอายุคน
ภัคสุภา รัตนภาชน์
หล่อหลอมตัวเองด้วยประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมรอบโลก อาหาร และผู้คน
--------------------
อ้างอิง: