ขยายความเป็นไปได้ของโลกศิลปะและสินทรัพย์ทางปัญญาอย่างไร้ขอบเขต
แวดวงที่ให้ความสนใจใน NFT เป็นลำดับแรกๆ คือกลุ่มศิลปินและนักสะสมเริ่มขยับขยายมาสู่เส้นทางดิจิทัล แต่ปัจจุบันขยายตัวเป็นวงกว้าง มีตั้งแต่รูปวาด รูปถ่าย ภาพกราฟฟิก คลิปวีดีโอ เพลง การ์ตูน ฯลฯ อีกทั้งเริ่มขยายตัวไปถึงธุรกิจเกมหรือแวดวงโปรแกรมเมอร์ขึ้นมาแล้วด้วย
ขั้นตอนในการนำผลงานเข้าสู่ตลาด NFT ก่อนอื่นต้องสมัครบริการของเว็บที่คิดจะเข้าไปใช้งานก่อน หลังจากสมัครและเชื่อมบัญชีเสร็จสิ้นก็สามารถนำผลงานที่ถูกสร้างขึ้นเข้ามาในระบบ ในขั้นตอนนี้จะถูกเรียกว่าการ Mint เพื่อนำไปจัดแสดงบนหน้าเว็บไซต์ สร้างโทเคนขึ้นมารองรับ กลายเป็นงานศิลปะเข้ารหัสบนโลกออนไลน์ที่สามารถนำไปซื้อขายได้
นอกจากในส่วนกรรมสิทธิ์ของผลงานศิลปะหรือสิ่งของบนโลกออนไลน์แล้ว อีกส่วนที่เริ่มนำมาใช้งานคือบรรดาสตรีมเมอร์เองก็มีการออก NFT ของตัวเองเช่นกัน โดยแลกกับสิทธิพิเศษในการเข้าร่วมกิจกรรมที่จัดขึ้นเฉพาะของแฟนคลับผู้คอยสนับสนุน เพิ่มโอกาสในการใกล้ชิดบรรดาสตรีมเมอร์ที่ชื่นชอบ
น่าจับตาว่าในอนาคต NFT จะสามารถนำไปใช้ในวงการหรือขยายความเป็นไปใหม่ใดเพิ่มเติม
มูลค่าและเม็ดเงินไหลเวียนภายในตลาด NFT ปัจจุบัน
ย่อมต้องมีคำถามสำหรับผู้คนเริ่มสนใจในวงการนี้ว่า NFT นี่สามารถสร้างรายได้กับศิลปินได้แค่ไหน? ในเมื่อทั้งกรรมสิทธิ์และสิ่งที่เราเป็นเจ้าของทั้งหมดอยู่ในโลกออนไลน์ จะสามารถนำไปขายเป็นเงินได้สักเท่าไหร่? ดังนั้นจึงขอยกตัวอย่างชิ้นงานมูลค่าสูงขึ้นมาให้รับชม
ภาพ Everydays: The First 5000 Days ของศิลปินดิจิทัล Beeple หรือ Mike Winkelmann ที่ทำการรวบรวมภาพโพสท์ทางออนไลน์เป็นเวลากว่า 5,000 วันนับแต่ปี 2007 เป็นต้นมาสร้าง NFT ถูกประมูลกันอย่างดุเดือดและจบการขายด้วยราคา 69.3 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นเงินราว 2 พันล้านบาท
ภาพมีมในตำนาน Disaster Girl ภาพเด็กผู้หญิงวัยสี่ขวบกำลังหันมายิ้มให้ โดยมีฉากพื้นหลังเป็นบ้านกำลังวอดวายในกองเพลิง เด็กหญิงเจ้าของภาพตัดสินขายภาพดังกล่าวลงใน NFT ก่อนมีผู้ซื้อไปในมูลค่ากว่า 473,000 ดอลลาร์สหรัฐ ตีเป็นเงินไทยได้ประมาณ 15 ล้านบาท
หรือสิ่งที่ไม่น่าเชื่อว่าจะขายได้อย่าง The First Tweet ข้อความแรกของโลกบนแพลตฟอร์มโซเชี่ยลมีเดีย Twitter ของ Jack Dorsey ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของบริษัท ทำการขายข้อความแรกของเขาและของเว็บบนทวิตเตอร์ไปในราคา 2.9 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือกว่า 94 ล้านบาท
จากข้อมูลของเว็บ CrypoSlam ปัจจุบันตลาด NFT มีมูลค่ามากกว่า 100 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และสามารถทำเงินจากการขายสินทรัพย์ดิจิทัลเหล่านี้ไปได้มากกว่า 500 ล้านเหรียญสหรัฐฯเลยทีเดียว
แนวโน้มในการเติบโตของ NFT ในปัจจุบันและอนาคต
การเติบโตและขยายตัวของ NFT ราบรื่นและมีอนาคตแม้แต่ศิลปินในไทยยังเริ่มให้ความสนใจ ล่าสุด ติ๊ก ชิโร่ หรือ ดร.มนัสวิน นันทเสน ผู้นำผลงานภาพวาดของตนลงขายในช่องทางนี้ สนนราคาเปิดประมูลเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 20,000 บาทเป็นครั้งแรกบนเว็บ opensea เพื่อเป็นการปรับตัวเข้ากับยุคสมัย
น่าเสียดายในประเทศไทยการซื้อขาย NFT ถูกสั่งห้ามโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ทำให้การซื้อขายในไทยทำได้โดยไม่สะดวกนัก จนอาจเป็นการตัดโอกาสทางธุรกิจและโอกาสสำหรับศิลปินหรือผู้สร้างสรรค์ผลงานในประเทศ
ปัจจุบันความนิยมในการซื้อขาย NFT ทวีจำนวนมากขึ้นส่วนหนึ่งเพราะสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด ทำให้การรวมตัวที่ศูนย์จัดแสดงภาพกับหอศิลป์ปิดให้บริการต้องมีสิ่งอื่นมาทดแทน ทั้งสำหรับตัวศิลปินหรือผู้ซื้อต่างโหยหางานศิลปะทั้งหลาย ประกอบกับความนิยมในสกุลเงินคริปโตเพิ่มขึ้นทุกวันจึงทำให้เกิดการขยายตัวในทุกวันนี้
นั่นทำให้โอกาสและช่องทางของศิลปินรุ่นใหม่เริ่มเปิดกว้าง ทุกคนบนมุมโลกสามารถเข้ามารับชมฝีมือการสร้างสรรค์ผลงาน ไม่ถูกจำกัดเอาไว้ด้วยสถานที่อีกต่อไป อีกทั้งไม่มีการแบ่งแยกหรือกีดกัน จากนี้ขอเพียงแค่คุณมีฝีมือและผลงานยอดเยี่ยมพอไม่ว่าที่ไหนก็สามารถทำเงินได้ เปิดมิติและมุมมองใหม่ให้กับเหล่าศิลปินในทุกระดับโดยแท้จริง
อีกทั้งความเห็นจากศิลปินรุ่นใหญ่อย่าง ติ๊ก ชิโร่ เองก็ให้ความเห็นว่า เทคโนโลยี NFT คือเรื่องน่าสนุกและนำไปต่อยอดได้หลากหลาย อีกทั้งเป็นการปรับตัวเข้าหายุคสมัยแก่ศิลปะ ด้วยไม่ต้องกังวลการฉีกขาด แตกหักสูญหาย หรือเสื่อมสลายไปตามกาลเวลา แต่จะคงอยู่กับเราตลอดไปนานเท่านานตราบเท่าที่โลกยังมีอินเตอร์เน็ต
ยากจะคาดเดาได้ว่าในอนาคตทิศทางของตลาด NFT จะเป็นเช่นไร จะถูกจำกัดไว้แค่สำหรับกลุ่มนิยมชมชอบในศิลปะ แพร่หลายไปทั่วทุกวงการในอนาคต หรือจางหายไปตามกาลเวลา แต่สำหรับตอนนี้สิ่งที่บอกได้มีเพียง ช่องทางและโลกใหม่สำหรับศิลปินได้เปิดขึ้นมาแล้ว
เกรียงไกร เรืองทรัพย์เดช
--------------------
ที่มา: