หากเป็นช่วงเวลาปกติ ผู้คนจำนวนมากที่ลาออกจากงานนั้น คือสัญญาณบ่งบอกถึงเศรษฐกิจที่ยังแข็งแกร่ง มีงานให้ (เลือก) ทำมากมาย แต่ช่วงเวลานี้ไม่ใช่เวลาปกติ! โควิด-19 นำไปสู่ภาวะถดถอยที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ของชาติมหาอำนาจอย่างสหรัฐและในทุกประเทศทั่วโลก มีผู้คนอีกหลายล้านคนที่ยังตกงาน แต่กลายเป็นว่า เวลานี้นายจ้างกำลังโอดครวญเรื่องการขาดแคลนแรงงานอย่างเฉียบพลัน!
เมื่อ Gen Z อยากลาออก แล้วเจ้านายจะทำยังไง?
แค่ Gen Z ก็ซึ้งแล้ว เมื่อผลสำรวจล่าสุดจาก Adobe ในจำนวนแรงงาน 5,500 คน พบว่า 56% ของคนทำงานที่มีอายุระหว่าง 18-24 ปี บอกว่า พวกเขากำลังวางแผนที่จะเปลี่ยนงานในปีหน้า ส่วนผลการสำรวจจาก Microsoft และ Bankrate ก็ออกมาในทำนองเดียวกัน เมื่อผลออกมาว่า Gen Z ถึง 54% และ 77% ตามลำดับกำลังคิดที่จะลาออกจากงาน! ทำไม?
ชาวอเมริกันจำนวน 4 ล้านคนลาออกจากงานในเดือนเมษายนปีนี้ เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าของจำนวนที่ออกจากงานในเดือนเมษายนของปีที่แล้ว ส่วนอีก 3.9 ล้านคนทยอยกันลาออกในเดือนมิถุนายน
Anthony Klotz ศาสตราจารย์ด้านบริหารธุรกิจจาก Texas A&M University มอง "The Great Resignation" ซึ่งเป็นคำฮอตฮิตในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมานั้นว่า "เหตุผลที่พนักงานจำนวนหนึ่งยังทำงานอยู่ในออฟฟิศนั้นก็เพราะว่า ค่าใช้จ่ายหากออกจากงานสูงกว่า" แต่อัตราส่วนนี้ได้เปลี่ยนไปแล้วในคนงานจำนวนมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา กลายเป็นว่า หากยังทำงานอยู่ (ออฟฟิศ) ค่าใช้จ่ายกลับเพิ่มสูงขึ้นเพราะความเหนื่อยหน่ายเลยต้องจ่ายเงินไปให้กับสิ่งฟุ่มเฟือย บรรเทาอาการซินโดรมทั้งหลายแหล่ ในขณะที่ค่าใช้จ่ายหากลาออกกลับลดลง เพราะวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปในช่วงการระบาดของโควิด แปลว่า อยู่ติดบ้านค่าใช้จ่ายลดลง ประหยัดมากกว่าออกไปทำงานนอกบ้าน
หัวหน้าองค์กรจะหาทางหลีกเลี่ยงปรากฎการณ์ส่อเค้าหายนะครั้งนี้ได้อย่างไร?
ถ้าองค์กรไม่อยากสูญเสียแรงงานคนรุ่นใหม่ไฟแรงจะทำให้พนักงานที่อายุน้อย ๆ หรือ Gen Z เหล่านี้เห็นว่าพวกเขามีคุณค่าและมีโอกาสเติบโตต่อไปได้อย่างไร?
ประเด็นสำคัญก็คือ บริษัทจะทำยังไง ที่จะรักษาแรงงานกลุ่มนี้ หากไม่อยากให้พวกเขาจากไป!
มีคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญมาบอกกัน
จัดลำดับความสำคัญของแรงปรารถนาและจุดประสงค์ (Passion & Purpose)
หลังจากพบว่าพนักงานในอเมริกาเกือบครึ่งกำลังหางานหรือมองหาโอกาสใหม่ ๆ นักวิจัยจาก Gallup สรุปว่าแท้แล้ว “การลาออกครั้งใหญ่ก็คือการแสดงถึงความไม่พอใจอย่างยิ่งยวด” แทนที่จะเป็นเรื่องของปัญหาเรื่องค่าจ้างหรือในตัวอุตสาหกรรมเอง เราพบว่า "การระบาดใหญ่ได้เปลี่ยนวิธีการทำงานของผู้คนและมุมมองของพวกเขาในการทำงาน ... การย้อนทวนกระแสน้ำในองค์กรจำเป็นต้องมีบุคคลระดับผู้จัดการที่เอาใจใส่ มีส่วนร่วม และทำให้พนักงานสำนึกถึงจุดมุ่งหมายของการทำงาน”
โดยเฉพาะคำว่า "จุดมุ่งหมาย' นั้นกลับเป็นคำที่มีความสำคัญเป็นพิเศษ จากผลสำรวจของ Adobe พบว่าพนักงานระดับองค์กรครึ่งหนึ่งต้องการใช้เวลาทำงานเพื่อไล่ตามความปรารถนาของตนเองมากขึ้น (ราว 53%) ในส่วนนี้ก็ขึ้นอยู่กับผู้นำองค์กรแล้วว่าจะจัดสรรพื้นที่นั้นอย่างไร โดยเฉพาะสำหรับพนักงานอายุน้อยที่มีแพสชั่นมากล้น Jason Del Gandio ศาสตราจารย์ด้านการสื่อสารและอิทธิพลทางสังคมจาก Temple University อธิบายว่า ความคาดหวังทางสังคมของกลุ่มคน Gen Z เกิดความผันผวน
“เมื่อคุณดำเนินชีวิตผ่านประธานาธิบดีคนผิวดำคนแรกแล้ว การรับรู้เกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางเชื้อชาติของคุณย่อมเปลี่ยนไป นอกเหนือจากเรื่องเชื้อชาติสีผิว พวก Gen Z ยังมีชีวิตอยู่ในยุคที่การแต่งงานในเพศเดียวกันเป็นเรื่องถูกกฎหมาย และยังใช้ชีวิตอยู่ในช่วงเหตุการณ์ Black Lives Matter ครั้งแรกและครั้งที่สอง และนอกจากต้องรับมือกับภัยพิบัติทางสภาพอากาศของโลกแล้ว ก็ยังมีเรื่องที่พวกเขาต้องรับมืออีกมากมายนัก”
จากประสบการณ์ตรง พนักงาน Gen Z คาดหวัง ทั้งความหมายและจุดประสงค์ในการทำงาน ซึ่งผู้นำขององค์กรต้องคิดหาวิธีมอบสิ่งนี้ให้พวกเขา ดังที่ Ryan Roslansky ซีอีโอของ LinkedIn เขียนไว้ว่า: “เป็นที่ชัดเจนว่าบทสนทนาว่าด้วย #GreatReshuffle (การปรับเปลี่ยนครั้งยิ่งใหญ่) ไม่ใช่แค่เรื่องที่เกี่ยวกับวิธีการทำงานของเรา แต่คือเรื่องที่ว่า ทำไมเราต้องทำงานด้วย แน่นอนว่า มันเป็นเรื่องของนายจ้างด้วยเช่นกัน เพราะว่าพวกเขาเองก็ต้องคิดค้นนวัตกรรมเพื่อดึงดูดและรักษาผู้ที่มีความสามารถ ด้วยการโฟกัสในระดับ new level ว่าด้วยการเติมเต็มให้กับพนักงาน ซึ่งท้ายที่สุดแล้วก็จะช่วยให้องค์กรขับเคลื่อนผลลัพธ์ทางธุรกิจได้ดีขึ้น”
กำจัด 'งานยุ่ง' ซ้ำซากกันเสียที
ปัญหาสำคัญประการหนึ่งที่เกิดจากการระบาดครั้งใหญ่ของโควิด-19 ก็คือ การที่พนักงานใหม่ที่ทำงานอยู่บ้าน หรือพวก remote working จำเป็นต้อง "ดูยุ่ง" เข้าไว้ โดยเฉพาะในกลุ่มพนักงานอายุน้อยและยังมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ไม่มากนัก ผลการศึกษาชิ้นหนึ่งพบว่า พวกที่ทำงานแบบไม่เข้าออฟฟิศครึ่งหนึ่ง (ราว 51%) กังวลว่าผู้จัดการจะ “มีข้อสงสัยเกี่ยวกับประสิทธิภาพการทำงาน” ส่งผลให้พวกเขาราว 44% ทำงานนานขึ้น และ 37% ทำงานโดยไม่พักลางวัน Adobe สำรวจพบด้วยว่าราว 57% ของ Gen Z รู้สึกกดดันที่จะเข้าถึงได้ตลอดเวลา มากที่สุดในบรรดากลุ่มอายุ
ที่แย่ไปกว่านั้น กลุ่มพนักงานที่ Adobe ทำการสำรวจ ได้รับการประเมินว่า พวกเขาใช้เวลาหนึ่งในสามของสัปดาห์ทำงานทั่วๆ ไปและแสนจะซ้ำซาก พวกเขาถึง 86% บอกว่างานพวกนี้บดบังประสิทธิภาพในการทำงาน รูปแบบของสถานที่ทำงาน หรือการทำงานแบบนี้เองที่นำไปสู่ความเหนื่อยหน่ายซึ่งเป็นสิ่งน่ากลัว และยังเป็นอุปสรรคต่อความคิดสร้างสรรค์ ที่น่ากลัวก็คือการสำรวจในปีนี้พบว่า 58% ของ Gen Z กำลังเกิดภาวะหมดไฟ เพิ่มขึ้นจาก 47% ในปี 2020
ผู้นำองค์กรควรขจัดงานยุ่งออกไป หากมันไม่ได้ทำให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงาน โดยเฉพาะการจัดการกับการต้องแสดงว่างานยุ่งในกลุ่มพนักงานรุ่นใหม่ ๆ เพราะมันไม่จำเป็นเลย
สิ่งที่ช่วยได้ก็คือการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการบริหารงาน ช่วยตัดงานที่ไม่จำเป็นหรืองานซ้ำซากออกไป สร้างสรรค์งานที่กระชุ่มกระชวยมากขึ้น ทำให้พนักงานมีพื้นที่สร้างสรรค์หรือโชว์ผลงานมากขึ้น เพื่อพัฒนาความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน
Todd Gerber แห่ง Adobe บอกกับ FORTUNE ว่า “ผู้คนได้รับแรงบันดาลใจจากความหลงใหล (เฉพาะ) ที่นำพวกเขาไปสู่อาชีพการงาน คนรุ่นใหม่ไม่ต้องการใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับงานเอกสารทั้งสัปดาห์ พวกเขาโตมากับเทคโนโลยีดิจิทัลและคุ้นเคยกับความเรียบง่าย แน่นอนว่า พวกเขารู้ดีว่า มีวิธีการทำสิ่งต่างๆ ได้ดีและรวดเร็วยิ่งขึ้นด้วยเทคโนโลยีที่มีอยู่”
ยืดหยุ่นมากขึ้นเพื่อขอบเขตงานสร้างสรรค์ที่กว้างกว่าเดิม
การสำรวจของ Adobe ยังพบว่าพนักงาน 61% “ควบคุมตารางเวลาได้มากขึ้น” โดยเฉพาะในกลุ่ม Gen Z เพราะว่า 62% ของ Gen Z บอกว่า "รู้สึกกดดันที่จะต้องทำงานในเวลาทำการ แม้จะรู้ตัวว่า ไม่ได้ทำงานอยู่ก็ตาม" Satya Nadella ซีอีโอของ Microsoft บอกว่า “ปีที่ผ่านมา ไม่มีสิ่งใดที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วยิ่งไปกว่าวิธีการทำงานของเรา ความคาดหวังของพนักงานกำลังเปลี่ยนไป และเราจะต้องวางประสิทธิภาพการทำงานให้กว้างขึ้น …ทั้งหมดนี้จำเป็นต้องทำให้สำเร็จด้วยความยืดหยุ่นในเรื่องของเวลา สถานที่ และวิธีการที่ผู้คนทำงาน”
แล้วคุณล่ะ โควิด-19 ได้เปลี่ยนแปลงอะไรในวิธีคิด หรือว่าเปลี่ยนแปลงชีวิตคุณไปแล้วหรือยัง?
ศิวดี อักษรนำ
--------------------
อ้างอิง:
http://www.forbes.com
http://www.npr.org
http://www.inc.com