ไม่มีคำว่ายอมแพ้สำหรับชายที่ชื่อ "ลีโอเนล เมสซี่" ล่าสุดในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 รอบรองชนะเลิศ ณ สนามเมอร์เซเดส-เบนซ์ สเตเดียม เมืองแอตแลนตา สหรัฐอเมริกา ยอดดาวเตะวัย 39 ปี พิสูจน์ให้คนทั้งโลกเห็นอีกครั้งว่าเขายังคงเป็นนักฟุตบอลที่อันตรายที่สุดในโลก หลังระเบิดฟอร์มทำ 2 แอสซิสต์ในเวลาไล่เลี่ยกัน พาทัพ "ฟ้าขาว" ทีมชาติอาร์เจนตินา พลิกนรกแซงชนะ "สิงโตคำราม" ทีมชาติอังกฤษ ไปได้อย่างสุดเหลือเชื่อ 2-1 เดินหน้าเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศเพื่อลุ้นสร้างประวัติศาสตร์ป้องกันแชมป์โลกสำเร็จเป็นชาติแรกในรอบ 64 ปี
แฮร์รี่ เคน ซูฮกเมสซี่คือตัวเปลี่ยนเกม แม้โดนตามประกบตลอดทั้งแมตช์
เกมนี้อังกฤษพังประตูออกนำไปก่อนจาก แอนโธนี่ กอร์ดอน ในนาทีที่ 55 และทำท่าว่าจะตัดตั๋วเข้าชิงชนะเลิศหนแรกในรอบ 60 ปีได้สำเร็จ ทว่าช่วงท้ายเกมนาทีที่ 85 เมสซี่ใช้ความเก๋าเล่นลูกเตะมุมสั้นก่อนรับบอลกลับมาแล้วจ่ายถวายพานให้ เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ ซัดไกลระยะ 25 หลาผ่านมือ จอร์แดน พิคฟอร์ด ตีเสมอ 1-1 เท่านั้นยังไม่พอ ช่วงทดเจ็บนาทีที่ 90+2 เมสซี่กระชากบอลหนีกองหลังอังกฤษไปจนสุดเส้นหลังก่อนเปิดครอสแม่นยำข้ามผู้เล่นอังกฤษถึง 6 คนให้ เลาตาโร่ มาร์ตีเนซ โหม่งพังประตูชัยพาทีมพลิกนรกคว้าตั๋วรอบชิงฯ ไปครองอย่างยิ่งใหญ่ ท่ามกลางน้ำตาแห่งความดีใจของเพื่อนร่วมทีม
หลังจบเกม แฮร์รี่ เคน กัปตันทีมชาติอังกฤษ ออกมากล่าวยกย่องเมสซี่ด้วยความเคารพว่า
"เลโอยังคงเล่นในระดับสูงสุดตลอดเวลา พวกเราพยายามรับมือและปิดพื้นที่ไม่ให้เขาเล่นได้ง่ายๆ เกือบตลอดทั้งเกม แต่ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้เล่นที่อันตรายที่สุดในโลก เมื่อเขาได้บอลในพื้นที่อันตราย เขาสามารถเปลี่ยนเกมได้ทันที และวันนี้เขาก็ทำมันอีกครั้ง สมราคาหนึ่งในนักฟุตบอลที่ดีที่สุดตลอดกาลอย่างแท้จริง"