คำตอบต้องย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน ซึ่งมีข้อมูลว่า ผู้แทนกระทรวงมหาดไทยได้เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษกับพนักงานสอบสวน กองกำกับการ 2 กองบังคับการปราบปราม กรณีทางมหาดไทยได้รับความเสียหาย เนื่องจากเอกสารราชการถูกทำให้หลุดรอดจากการครอบครอง
หลังรับแจ้ง ทางกองปราบได้รวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม กระทั่งพบมูลความผิด 3 ข้อหา คือ
1.มีพฤติกรรมเป็นอั้งยี่และซ่องโจร
2.ทำให้เอกสารเสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย หรือทำให้สูญหาย โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน
3.ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ฐานนำเข้าระบบคอมพิวเตอร์ด้วยข้อมูลอันเป็นเท็จ (แก้ไขคะแนนในกระดาษคำตอบ ด้วยการโหลดไฟล์ออกมาแก้ไข แล้วบันทึกใหม่)
กระทั่งวันที่ 10 กรกฎาคม พนักงานสอบสวนนำหลักฐานยื่นต่อศาลอาญา ขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหา 3 คน ประกอบด้วย
1. ดร.วิน หรือ นายอัศวิน ตำแหน่งที่ปรึกษาผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและฝึกอบรม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
2. นางสาวศตพร น้องสาวนายวิน
3.จ่าสิบตรี ดร.พิชิต หรือ “จ่าพิชิต” ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และงบประมาณ เทศบาลเมืองวิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ มีส่วนเกี่ยวข้องในบริษัท ซึ่งเป็นสถานที่แก้ไขกระดาษคำตอบ และถูกเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.กับพวกเข้าตรวจค้น จับกุม
ที่แท้มีชื่อในกลุ่ม 33 “ร่วมแก้คะแนน - นายหน้ารับเงิน”
ผู้ต้องหาทั้ง 3 คนนี้ คือ ดร.วิน กับ นางสาวศตพร และจ่าพิชิต ยังมีชื่อถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ตั้งคณะกรรมการไต่สวนความผิด ในกลุ่ม 33 คน ที่ร่วมกันแก้ไขคะแนนผู้เข้าสอบ และมีพฤติการณ์เป็นนายหน้ารับเงินจากผู้เข้าสอบด้วย
อนึ่ง การทำคดีของกองปราบ มุ่งไปที่การติดตามจับกุมผู้ต้องหาในกลุ่มที่ทางกระทรวงมหาดไทยแจ้งความร้องทุกข์เท่านั้น ซึ่งจะเป็นความผิดอาญา ฐานอั้งยี่ ความผิดเกี่ยวกับเอกสาร และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
ส่วนคดีหลัก “ขบวนการโกงสอบ” เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่จะดำเนินการ โดยวางกรอบเวลาเอาไว้ไม่เกิน 6 เดือน แต่หากมีพยานหลักฐานส่วนใดที่ ป.ป.ช.ต้องการให้ทางตำรวจดำเนินการ ก็จะแจ้งมาเป็นกรณีๆ ไป
เบื้องลึก “ดร.วิน” แก๊งโกงสอบท้องถิ่น จากพนักงานร้านสะดวกซื้อสู่ที่ปรึกษา ก่อนจนมุมกองปราบ!
จากศูนย์สู่ที่ปรึกษา: ชีวิตที่ดูเหมือน “นักสู้” ข้อมูลเบื้องลึกระบุว่า เส้นทางชีวิตของ “ดร.วิน” เริ่มต้นจากศูนย์ เคยเป็นพนักงานร้านสะดวกซื้อก่อนจะถีบตัวเองผ่านการศึกษาและการทำงานอย่างมุ่งมั่น เขาอาศัยมนุษยสัมพันธ์ที่เป็นเลิศ เข้ากับผู้ใหญ่ได้เก่ง และเรียนหลักสูตรคอนเนคชั่นทางการเมืองมากมายตั้งแต่อายุเพียง 30 เศษ
จนกระทั่งมีบริษัทรับจัดหลักสูตรอบรมให้กับหน่วยงานรัฐและมหาวิทยาลัย มีตำแหน่งเป็นถึงที่ปรึกษาผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและฝึกอบรม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และเคยได้รับตำแหน่งกรรมการในรัฐวิสาหกิจหลายแห่ง
เพื่อนฝูงในแวดวงรับรู้กันดีว่าเขามีฐานะดีและใช้ชีวิตค่อนข้างฟู่ฟ่า ก่อนจะถูกโยงเข้าสู่เส้นทางสายมืดผ่านการจัดสอบท้องถิ่น ซึ่งความกว้างขวางของเขาทำให้หลายคนตั้งคำถามว่า “จริงหรือที่ไม่มีข้าราชการระดับสูงหรือนักการเมืองอยู่เบื้องหลัง?”
เจาะพฤติการณ์ “จ่าพิชิต” และเครือข่ายนนทบุรี
อีกหนึ่งตัวละครสำคัญคือ จ่าสิบตรี ดร.พิชิต หรือ “จ่าพิชิต” ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และงบประมาณ เทศบาลเมืองวิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ ที่ถูกจับกุมในฐานะผู้ร่วมขบวนการ โดยมีภรรยาเป็นกรรมการบริษัท “สามเมืองเจริญรุ่งเรืองกิจ จำกัด” ซึ่งถูกใช้เป็นฐานในการแก้ไขไฟล์กระดาษคำตอบ
ทั้งนี้ เครือข่ายของจ่าพิชิตมีความกว้างขวางมากในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี และมีสายสัมพันธ์ทางเครือญาติที่เป็นถึงนายกเทศมนตรี ทำให้ขบวนการนี้สามารถดำเนินไปได้อย่างเป็นระบบ
สถานะคดีในปัจจุบัน
กองปราบฯ มุ่งดำเนินคดีในส่วนอาญา 3 ข้อหา คือ อั้งยี่ซ่องโจร, ทำลายเอกสาร และผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ
ส่วนคดีทุจริตสอบหลักอยู่ในอำนาจของ ป.ป.ช. ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการไต่สวนกลุ่ม 33 คนที่มีชื่อพัวพัน โดย ป.ป.ช. วางกรอบเวลาไว้ไม่เกิน 6 เดือน
อย่างไรก็ตาม ผู้ถูกกล่าวหาทุกคนยังถือเป็น “ผู้บริสุทธิ์” ตามกฎหมาย จนกว่ากระบวนการศาลจะสิ้นสุด
ทั้งนี้มีโอกาสที่ ผู้ถูกกล่าวหา จะเข้ากระบวนการ "กันบุคคลเป็นพยาน" คือ การที่พนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการกันผู้ร่วมกระทำความผิด (ผู้ต้องหา) ไว้เป็นพยาน โดยมีคำสั่ง "ไม่ฟ้อง" ในคดีนั้น เพื่อนำตัวมาเป็นพยานหลักฐานเอาผิดตัวการสำคัญหรือผู้ร่วมกระทำความผิดคนอื่น
เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนครั้งใหญ่ของระบบราชการไทย และเป็นที่จับตามองว่า กองปราบและ ป.ป.ช. จะสามารถขยายผลไปถึง “ผู้บงการระดับสูง” ที่อยู่เบื้องหลังคอนเนคชั่นของดร.วินได้หรือไม่ ซึ่งสังคมยังคงรอคำตอบที่ชัดเจนต่อไป
ข้อมูลใหม่! ดร.วิน เคยเป็นหัวหน้าคณะทำงาน "พัฒนา" รมว.สาธารณสุข ด้วย
นอกจากนี้ สำนักข่าว Next News ได้เกาะติดเจาะลึกข้อมูล นายวิน หรือ นายอัศวิน และ น.ส.ศตพร น้องสาวนายวิน หลังถูกจับกุม โดยระบุว่า
โดย น.ส.ศตพร ถูกจับกุมตัวได้เมื่อวันที่ 12 ก.ค. ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน และขณะนี้ถูกควบคุมตัวอยู่ที่กองปราบฯ
น่าสนใจว่า น.ส.ศตพร ทำหน้าที่อะไรอยู่ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
มาตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกแบบชัดๆ กัน
สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับ นายวิน และ น.ส.ศตพร นั้น ในฐานข้อมูลคณะกรรมการ ป.ป.ช. ระบุเพียงแค่ตำแหน่งหน้าที่การงานของ นายวิน หรือวิน (นายอัศวิน ) ที่ปรึกษาผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและฝึกอบรม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ส่วน นางสาวศตพร ระบุว่ามีชื่อเล่น คือ จ๋ำ
ผู้สื่อข่าว Next News ได้ติดต่อไปยัง สำนักส่งเสริมและฝึกอบรม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน เพื่อสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับ นายวิน และ น.ส.ศตพร ได้รับการปฏิเสธว่า ไม่มีใครรู้จักบุคคลทั้งสอง
เมื่อตรวจสอบข้อมูลเชิงลึก พบว่า ในอดีตที่ผ่านมา สำนักส่งเสริมและฝึกอบรม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มีอยู่ 2 แห่ง คือ ที่วิทยาเขตบางเขน และ วิทยาเขตกำแพงแสน
ก่อนที่ในเวลาต่อมา สำนักส่งเสริมและฝึกอบรม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน จะเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น สำนักพัฒนาการเรียนรู้ตลอดชีวิต มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
เมื่อผู้สื่อข่าว Next News ได้ติดต่อไปยัง สำนักพัฒนาการเรียนรู้ตลอดชีวิต มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับ นายวิน และ น.ส.ศตพร ได้รับการยืนยัน นายวิน เคยทำงานอยู่ที่นี่จริง สมัยผู้อำนวยการคนเก่า
ตำแหน่งแรก คือ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ดำรงตำแหน่ง ตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2567 - 30 กันยายน 2568
ตำแหน่งสอง คือ ที่ปรึกษาผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและฝึกอบรม (สมัยที่ยังใช้ชื่อเดิม) เข้ารับตำแหน่งในเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2564 พ้นตำแหน่งไปพร้อมกับผู้อำนวยการคนเก่า เมื่อปี 2567
แหล่งข่าวจาก มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ยืนยันว่า "คุณวิน ไม่ได้ทำงานที่นี่นานแล้ว หลังจากพ้นตำแหน่งไปแล้ว ก็ไม่รู้เขาไปทำอะไร รู้แค่ว่า เป็นคนดิวงานโครงการต่างๆ จากที่โน่นที่นี่ ส่วนคุณศตพร ไม่ได้มีตำแหน่งอะไร เข้าใจว่าช่วงที่คุณวินทำงานอยู่ที่นี่ น่าจะมีการดึงตัวมาช่วยงานให้"
"เกี่ยวกับเรื่องคดีโกงสอบท้องถิ่น ยืนยันว่า มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับเขาด้วยเลย และหลังออกจากที่นี่ไปเขาก็ไปทำงานหลายที่" แหล่งข่าวระบุ
สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับ นายวิน หรือ นายอัศวิน นั้น สำนักข่าว Next News รายงานไปแล้วว่า ปรากฏชื่อเป็นผู้ถูกกล่าวหาคดีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ปี 2568 ที่อยู่ระหว่างการไต่สวนคดีพิเศษของ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)
ในกลุ่มบุคคลที่ถูกกล่าวหาว่า แก้ไขคะแนนของผู้เข้าสอบ และกลุ่มนายหน้าเรียกรับเงินจากผู้เข้าสอบ จำนวน 33 ราย ซึ่งในฐานข้อมูล ป.ป.ช. ระบุว่ามีตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและฝึกอบรม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ส่วนข้อมูลประวัติการทำงาน คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 แต่งตั้งเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใน สถาบันการบินพลเรือนซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงคมนาคม ที่มี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ เป็นรัฐมนตรีว่าการฯ และเป็นรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งตามสายงาน นายพิพัฒน์ ต้องเป็นผู้เสนอชื่อ นายวิน ต่อ ครม. ก่อนที่จะลาออกจากตำแหน่ง มีผลตั้งแต่วันที่ 25 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา
นอกจากนี้ ในช่วงปี 2566 นายวิน หรือ นายอัศวิน ยังเคยถูกเสนอชื่อเข้าที่ประชุม ครม. ดำรงตำแหน่งกรรมการอื่นในคณะกรรมการองค์การจัดการน้ำเสีย ตามที่กระทรวงมหาดไทยด้วย ข้อมูลประวัติเบื้องต้น ของ นายอัศวิน โชติพนัง ระบุในรายงานประจำปี 2566 ขององค์การจัดการน้ำเสีย ว่า จบการศึกษา ปริญญาเอก DBA (Doctor of Business Administration) University of Northern Philippines, ปริญญาโท รัฐประศาสนศาสตร์ (MPPM) สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์, ปริญญาตรี บริหารธุรกิจบัณฑิต (การตลาด) มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต, ปริญญาตรี รัฐศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง เคยดำรงตำแหน่งสำคัญ อาทิ กรรมการบริหาร บริษัท บางกอก ควอลิตี้ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด, อนุกรรมการติดตามการดำเนินการตามนโยบาย การประปานครหลวง และอนุกรรมการธรรมาภิบาลและความรับผิดชอบต่อสังคม องค์การสะพานปลา เป็นต้น
นอกจากตำแหน่งเหล่านี้แล้ว นายวิน หรือ นายอัศวิน ยังเคยได้รับการแต่งตั้งเป็น อดีตอนุกรรมการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และยังเคยเป็น หัวหน้าคณะทำงานของ นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข สมัยแรก เมื่อเดือนตุลาคม 2568 ด้วย
ขณะที่ในช่วง 2-3 ปี ที่ผ่านมา ยังปรากฏชื่อเป็นผู้เข้ารับการอบรมหลักสูตรดัง อีกหลายหลักสูตรด้วย
อนึ่งเกี่ยวกับคดีทุจริตสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ปี 2568 สำนักข่าว Next News รายงานไปแล้วว่า
ปัจจุบันอยู่ระหว่างขั้นตอนการไต่สวนคดีเท่านั้น ป.ป.ช.ยังไม่ได้มีการชี้มูลความผิด
ผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมด ยังถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ และมีสิทธิชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา ตามขั้นตอนทางกฎหมาย รวมถึงสามารถเข้าร่วมกระบวนการกันตัวเป็นพยานกับ ป.ป.ช.ได้ด้วย
ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก สำนักข่าว Next News
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : รวบ 'จ่าพิชิต' คาด่านหนองคาย จับครบแล้วเครือข่ายโกงสอบท้องถิ่น