ฟันคดี 11 ข้าราชการ คนแก้ไฟล์คำตอบโกงสอบ – คุมตัว ศตพร ฝากขัง
14 ก.ค. 2569 | prisana_tha

ฟันคดี 11 ข้าราชการท้องถิ่น คนแก้ไฟล์คำตอบโกงสอบท้องถิ่น ตำรวจกองปราบเรียกรับข้อหา 3 ข้อหาหนัก – คุมตัว ศตพร ฝากขังศาล
ข่าว
14 ก.ค. 2569 | prisana_tha

ฟันคดี 11 ข้าราชการท้องถิ่น คนแก้ไฟล์คำตอบโกงสอบท้องถิ่น ตำรวจกองปราบเรียกรับข้อหา 3 ข้อหาหนัก – คุมตัว ศตพร ฝากขังศาล
KEY
POINTS
14 กรกฎาคม 2569 คดี โกงสอบท้องถิ่น คืบหน้าต่อเนื่อง หลังตำรวจยืนยันมีหลักฐานมัด 3 ผู้ต้องหาโกงสอบ โดยร่วมแก้ไขไฟล์กระดาษคำตอบ ผบช.ก.เผยกองปราบเตรียมออกหมายเรียกข้าราชการท้องถิ่นบิ๊กล็อต อีก 11 คน รับทราบข้อหาหนัก - ส่งตัว “ศตพร” ฝากขัง ส่วน “จ่าพิชิต” อ้างถูกกดดันและห่วงความปลอดภัย
จากกรณีออกหมายจับ 3 ผู้ต้องหา คดีโกงสอบท้องถิ่น ประกอบด้วย 1. ดร.วิน หรือ อัศวิน ที่ปรึกษาผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและฝึกอบรม มหาวิทยาลัยชื่อดัง 2.น.ส.ศตพร น้องสาว ดร.วิน และ 3.จ่าสิบตรี พิชิต หรือ จ่าพิชิต ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และงบประมาณ เทศบาลเมืองวิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปราม(บก.ป.)สามารถจับกุมทั้ง 3 คนได้เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 แล้วนั้น
ล่าสุด วันนี้ ที่ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. เปิดเผยว่า จากการรวบรวมหลักฐานของชุดสืบสวนสอบสวนกองบังคับการปราบปราม พบว่าผู้ต้องหาทั้ง 3 คนที่จับกุมตัวได้เมื่อวานนี้ กระทำความผิดอย่างชัดเจนในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขไฟล์กระดาษคำตอบ โดยเป็นผู้ที่วางแผนและรวบรวมข้าราชการท้องถิ่นมาแก้ไขไฟล์ที่บริษัทของ จ่าสิบตรี พิชิต หรือ จ่าพิชิต ในพื้นที่ จ.นนทบุรี ที่ ป.ป.ช. เข้าตรวจค้นพบในที่เกิดเหตุ อย่างไรก็ตามจากการสอบปากคำผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ยังคงไม่ให้ความร่วมมือ แต่ตำรวจมีหลักฐานที่ชัดเจน ที่จะเอาผิดกลุ่มผู้ต้องหานี้ได้
ส่วนกรณีจะต้องส่งสำนวนการสอบสวนครั้งนี้ไปให้ ป.ป.ช. รวมสำนวนหรือไม่นั้น พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ กล่าวว่า จะต้องดูคำให้การของผู้ต้องหาเป็นหลัก ว่า การกระทำความผิดไปเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับหน้าที่ของตัวเองในฐานะเจ้าหน้าที่รัฐหรือไม่ หากมีความเกี่ยวข้องก็จะต้องส่งสำนวนไปยัง ป.ป.ช. ซึ่งในประเด็นนี้ จะต้องสอบสวนให้ชัดเจนว่า จ่าพิชิต เอาไฟล์ข้อมูลมาจากไหน หากเป็นการกระทำความผิดร่วมกันกับเจ้าหน้าที่รัฐ ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการสอบท้องถิ่นครั้งนี้ ก็จะต้องส่งสำนวนให้กับ ป.ป.ช. ต่อไป
พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ กล่าวต่อว่า ภายในสัปดาห์หน้าจะให้พนักงานสอบสวนกองปราบฯ ออกหมายเรียก ข้าราชการท้องถิ่นจำนวน 11 คน ที่เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. และตำรวจ บก.ปปป. ตรวจค้นพบขณะกำลังแก้ไฟล์กระดาษคำตอบในบริษัทของ จ่าพิชิต ที่จังหวัดนนทบุรี มารับทราบข้อกล่าวหา รวม 3 ข้อหา เช่นเดียวกับผู้ต้องหาหลัก 3 คน ที่จับกุมได้เมื่อวานนี้ ประกอบด้วย ความผิดเกี่ยวกับอั้งยี่และซ่องโจร, ความผิดเกี่ยวกับการนำไปซึ่งเอกสารและปลอมแปลงเอกสาร และ ความผิดตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ ฐานนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบฯ
“ในส่วนนี้แม้ว่าทั้ง 11 คนเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ แต่เบื้องต้นพบว่าเป็นการกระทำนอกเวลาราชการ ในบริษัทเอกชน และไม่ได้ใช้อำนาจหน้าที่ที่ตัวเองมีในการกระทำความผิด ในส่วนนี้พนักงานสอบสวนกองปราบฯ สามารถดำเนินคดีได้ทันทีโดยที่ไม่ต้องส่ง ป.ป.ช.” พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ กล่าว
ทั้งนี้เวลา 11.18 น. ตำรวจปราบปราม ควบคุมตัว น.ส.ศตพร หรือ “จ๋า” น้องสาวของ ดร.วิน ออกจากกองบังคับการปราบปราม เพื่อนำตัวไปฝากขังต่อศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก โดยทันทีที่ออกจากห้องควบคุมตัว ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการดังกล่าวหรือไม่ มีบทบาทหน้าที่ใดในเครือข่าย รวมถึงมีความสนิทสนมกับจ่าพิชิตหรือไม่
โดย น.ส.ศตพร ไม่ได้ตอบคำถามใดๆ เดินก้มหน้า ใช้มือปิดบังใบหน้า สวมหน้ากากอนามัยสีขาว ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะถูกควบคุมตัวขึ้นรถ ไปฝากขังตามขั้นตอนกฎหมาย
โดยในคำร้องขอฝากขัง พนักงานสอบสวนขอคัดค้านการปล่อยชั่วคราวเนื่องจาก ผู้ต้องหากระทำความผิดหลายคน ทำเป็นขบวนการ การกระทำกระทบต่อการบริหารราชการแผ่นดิน กระทำต่อหน่วยงานของรัฐและเอกชนหลายฝ่าย มีความเสียหายเป็นวงกว้าง ไม่ยำเกรงต่อกฎหมาย และมีผู้ที่เกี่ยวข้องหลบหนี หากได้รับการปล่อยชั่วคราวเกรงว่าจะหลบหนีและไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน
ศาลอาญาพิจารณาแล้วอนุญาตให้ฝากขังได้
ต่อมา น.ส.ศตพร ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ขอปล่อยชั่วคราว
ศาลพิจารณาเเล้วมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว จากนั้นเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ต้องนำตัวไปคุมขังยังทัณฑสถานหญิงกลางต่อไป