เนชั่นทีวี

ข่าว

พรีวิวบอลโลก3คู่เดือดฝรั่งเศสฟัดสวีเดน-ไอวอรีโคสต์บดนอร์เวย์

30 มิ.ย. 2569 | apirak_pra

พรีวิวบอลโลก3คู่เดือดฝรั่งเศสฟัดสวีเดน-ไอวอรีโคสต์บดนอร์เวย์

วิเคราะห์ความพร้อมศึกฟุตบอลโลก 2026 รอบ 32 ทีมสุดท้ายประจำวันอังคารและพุธ ไฮไลต์ "ตราไก่" ฝรั่งเศส จัดเต็มชนสวีเดน พ่วงไอวอรีโคสต์ปะทะนอร์เวย์ที่มี เออร์ลิง ฮาลันด์ และ เม็กซิโก เจ้าภาพร่วมดวลเอกวาดอร์

วิเคราะห์ความพร้อมศึกฟุตบอลโลก 2026 รอบ 32 ทีมสุดท้ายประจำวันอังคารและพุธ ไฮไลต์ "ตราไก่" ฝรั่งเศส จัดเต็มชนสวีเดน พ่วงไอวอรีโคสต์ปะทะนอร์เวย์ที่มี เออร์ลิง ฮาลันด์ และ เม็กซิโก เจ้าภาพร่วมดวลเอกวาดอร์

KEY

POINTS

  • พรีวิว 3 คู่สำคัญในศึกฟุตบอลโลก 2026 รอบ 32 ทีมสุดท้าย ได้แก่ ฝรั่งเศส พบ สวีเดน, ไอวอรีโคสต์ พบ นอร์เวย์ และ เม็กซิโก พบ เอกวาดอร์
  • ฝรั่งเศส รองแชมป์เก่า เตรียมส่ง คีลิยัน เอ็มบัปเป้ ที่ยิงไปแล้ว 4 ประตู ลงดวลกับ สวีเดน ที่ผ่านเข้ารอบในฐานะทีมอันดับ 3 ที่ดีที่สุด
  • ไอวอรีโคสต์ ที่สร้างประวัติศาสตร์เข้ารอบน็อกเอาต์ครั้งแรก จะพบกับ นอร์เวย์ ที่มีดาวยิงฟอร์มร้อนแรงอย่าง เออร์ลิง ฮาลันด์ นำทัพ
  • เม็กซิโก เจ้าภาพร่วมที่ทำผลงานชนะรวด 3 นัดและไม่เสียประตูในรอบแรก จะเปิดบ้านรับการมาเยือนของ เอกวาดอร์

ศึกฟุตบอลโลก 2026 รอบ 32 ทีมสุดท้ายยังคงทวีความเข้มข้นอย่างต่อเนื่อง โดยในวันอังคารที่ 30 มิ.ย. และวันพุธที่ 1 ก.ค. มีโปรแกรมลงสนามฟาดแข้งกันอีก 3 คู่สำคัญ นำโดยเต็งแชมป์ทัพ "ตราไก่" ฝรั่งเศส ลงสนามพบกับทีมแกร่งจากสแกนดิเนเวียอย่าง สวีเดน ขณะที่ทีมขวัญใจมหาชนแดนกาฬทวีป ไอวอรีโคสต์ เตรียมเปิดศึกดวลเดือดกับ นอร์เวย์ และปิดท้ายด้วยทัพ เม็กซิโก ชาติเจ้าภาพร่วมที่โชว์ฟอร์มสุดแกร่งเตรียมเปิดรังรับมือ เอกวาดอร์ เพื่อแย่งชิงตั๋วเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายต่อไป

 

คู่ที่ 1: ไอวอรีโคสต์ พบ นอร์เวย์ (สนามดัลลัส สเตเดียม)

เอแมร์ส ฟาเอ้ โค้ชทีมชาติไอวอรีโคสต์ พารวมพลสร้างประวัติศาสตร์ผ่านเข้ารอบน็อกเอาต์ฟุตบอลโลกได้เป็นครั้งแรกหลังคว้าอันดับ 2 ของกลุ่ม E เป็นรองเพียงเยอรมนี สภาพความพร้อมเกมนี้ยังคงต้องรอเช็กความฟิตของ วิลฟรีด ซิงโก้ กองหลังตัวเก่งจากกาลาตาซารายที่มีอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลังรบกวน คาดว่า อุสมาน ดิโอมองเด้ จะลงจับคู่เซนเตอร์แบ็กกับ โอดิลอน คอสซูนู ตามเดิม แดนกลางมี ฟร้องค์ เคสซิเย่ เป็นแกนหลัก โดยแนวรุกฝากความหวังไว้ที่ นิโคลัส เปเป้ ที่เหมาสองประตูในนัดล่าสุด จับคู่กับ ยาน ดิโอมองเด้ ล่าตาข่าย

ขณะที่ สตอเล่ โซลบัคเคน กุนซือทีมชาตินอร์เวย์ นำทัพไวกิ้งผ่านเข้ารอบมาในฐานะรองแชมป์กลุ่ม I สภาพทีมเกมนี้ต้องลุ้นเช็กฟิต ยูเลียน รีเยอร์สัน แบ็กขวาจากโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ที่มีอาการบาดเจ็บต้นขารบกวนจนพลาดการซ้อมกับทีม หากลงไม่ได้จะขยับ เฟรดริก เอาส์เนส ลงไปยืนแทน แล้วส่ง พาทริค เบิร์ก ลงมาคุมแดนกลางร่วมกับ ซานเดอร์ แบร์เก้ และ มาร์ติน โอเดการ์ด กัปตันทีมคนเก่ง ส่วนแดนหน้าจัดหนักจัดเต็มส่ง เออร์ลิง ฮาลันด์ ดาวยิงตัวกลั่นจากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่กดไปแล้ว 4 ประตูในทัวร์นาเมนต์นี้และซัดไป 59 ประตูจาก 52 นัดในนามทีมชาติ ลงสนามล่าตาข่ายร่วมกับ อเล็กซานเดอร์ ซอร์ลอธ และ อันโตนิโอ นูซ่า

คีลิยัน เอ็มบัปเป กองหน้าทีมชาติฝรั่งเศส

คู่ที่ 2: ฝรั่งเศส พบ สวีเดน (สนามนิวยอร์ก นิวเจอร์ซีย์ สเตเดียม)

ดีดิเยร์ เดส์ช็องส์ กุนซือทีมชาติฝรั่งเศส พารองแชมป์เก่าเก็บ 9 แต้มเต็มคว้าแชมป์กลุ่ม I ด้วยผลงานยิง 10 ประตูเสียเพียง 2 ลูก สภาพความพร้อมเกมนี้จะได้รับข่าวดีเมื่อ วิลเลียม ซาลิบา ปราการหลังตัวเก่งจากอาร์เซนอล สลัดอาการบาดเจ็บหลังพร้อมกลับมาบัญชาการเกมรับร่วมกับ ดาโยต์ อูปาเมกาโน่ แดนกลางใช้ ออเรเลียง ชูอาเมนี จับคู่กับ อาเดรียง ราบิโอต์ ส่วนแนวรุกจัดเต็มพิกัดใช้ ไมเคิล โอลิเซ่, อุสมาน เดมเบเล่ ที่เพิ่งกดแฮตทริกในนัดก่อน และ เดซีเร่ ดูเอ้ คอยปั้นเกมสนับสนุน คีลิยัน เอ็มบัปเป้ ดาวยิงตัวเก่งที่ซัดไปแล้ว 4 ประตูในทัวร์นาเมนต์นี้

ทางฝั่ง แกรม พอตเตอร์ เทรนเนอร์ทีมชาติสวีเดน พาทีมผ่านเข้ารอบมาในฐานะหนึ่งในทีมอันดับ 3 ที่ดีที่สุดด้วยสถิติชนะ 1 เสมอ 1 แพ้ 1 สภาพทีมเกมนี้เจอปัญหาวิกฤตในแดนหลังเมื่อ อิซัค ไฮน์ ปราการหลังตัวหลักได้รับบาดเจ็บ ทำให้ วิกเตอร์ ลินเดเลิฟ ต้องถอยจากมิดฟิลด์ลงไปยืนเป็นเซนเตอร์แบ็กแทน โดยจะส่ง ลูคัส เบิร์กวัลล์ ดาวรุ่งจากท็อตแนม ฮอตสเปอร์ ลงมาคุมแดนกลางร่วมกับ ยาซิน อายารี แผงเกมรุกวางใจ แอนโทนี อีลังกา ที่มีความเร็วจัดจ้านประสานงานร่วมกับสองหัวหอกฟอร์มฮอตอย่าง วิคเตอร์ โยเคเรส และ อเล็กซานเดอร์ อิซัค

อัลวาโร ฟิดัลโก นักเตะทีมชาติเม็กซิโก

คู่ที่ 3: เม็กซิโก พบ เอกวาดอร์ (สนามเม็กซิโก ซิตี้ สเตเดียม)

ฮาเวียร์ อากีร์เร่ กุนซือจอมเก๋าของทีมชาติเม็กซิโก พาทัพเจ้าภาพร่วมทำผลงานได้อย่างไร้ที่ติในรอบแรกด้วยการชนะ 3 นัดรวดและไม่เสียประตูเลยแม้แต่ลูกเดียว สภาพทีมเกมนี้สมบูรณ์ปึ้กไร้ปัญหานักเตะบาดเจ็บ โดยอากีร์เร่เตรียมส่ง ราอูล ฆิเมเนซ กองหน้าตัวเก่งกลับมาออกสตาร์ทเป็นตัวจริงอีกครั้งหลังได้พักในนัดล่าสุด แผงหลังยังคงเหนียวแน่นใช้ ฮอร์เก้ ซานเชซ, เซซาร์ มอนเตส, โยฮัน วาสเกซ และ เฆซุส กายาร์โด้ ส่วนผู้รักษาประตูยังคงวางใจ ราอูล รังเฆล เฝ้าเสาต่อเนื่อง โดยมี กิเยร์โม โอชัว นายทวารจอมเก๋าวัย 40 ปี และ กิลแบร์โต โมรา ดาวรุ่งวัย 17 ปี สแตนด์บายที่ม้านั่งสำรอง

ด้าน เซบาสเตียน เบคคาเซเซ่ เทรนเนอร์ทีมชาติเอกวาดอร์ พาทีมพลิกนรกแซงชนะเยอรมนี 2-1 ในนัดสุดท้าย จนผ่านเข้ารอบมาในฐานะทีมอันดับ 3 ที่ดีที่สุดของกลุ่ม E สภาพความพร้อมเกมนี้ไม่มีปัญหานักเตะบาดเจ็บหรือติดโทษแบนเช่นกัน คาดว่าจะยึดผู้เล่นชุดใหญ่จากนัดล้มอินทรีเหล็กลงสนาม นำโดย ปิเอโร่ อินคาปิเย กองหลังจากอาร์เซนอล คุมแนวรับร่วมกับ วิลเลียน ปาโช่ แดนกลางมี มอยเซส ไกเซโด้ คอยตัดเกม โดยแนวรุกวาง กอนซาโล่ พลาต้า ฮีโร่ผู้ทำประตูชัยในนัดก่อน ลงสนามประสานงานร่วมกับ เอ็นเนอร์ วาเลนเซีย กองหน้ากัปตันทีมวัย 36 ปี ที่กำลังลุ้นพังประตูที่ 50 ในนามทีมชาติ

ข่าวล่าสุด