เนชั่นทีวี

ข่าว

เจาะกลุ่มเค "เวิลด์คัพ 2026"โรนัลโด้ลุยสมัย 6 นำทัพฝอยทองชนโคลอมเบีย

09 มิ.ย. 2569 | apirak_pra

เจาะกลุ่มเค "เวิลด์คัพ 2026"โรนัลโด้ลุยสมัย 6 นำทัพฝอยทองชนโคลอมเบีย

วิเคราะห์พรีวิวฟุตบอลโลก 2026 กลุ่มเค ทัพฝอยทอง โปรตุเกส แบกขุมกำลังสุดแน่นนำโดย คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ในวัย 41 ปี ท้าชน โคลอมเบีย พร้อมสองทีมรองบ่อนฟอร์มแรง

ฟุตบอลโลก 2026 ขยับเข้าสู่การวิเคราะห์พรีวิวเจาะลึกกลุ่มรองสุดท้ายที่น่าสนใจไม่แพ้กลุ่มใดอย่าง "กลุ่มเค" โดยกลุ่มนี้เป็นการผสมผสานระหว่างหนึ่งในทีมเต็งแชมป์จากยุโรป, ยักษ์ใหญ่ที่กลับมาทวงความยิ่งใหญ่จากอเมริกาใต้, ชาติน้องใหม่จากเอเชีย และทีมม้ามืดจากกาฬทวีป ประกอบด้วย โปรตุเกส, โคลอมเบีย, ดีอาร์ คองโก และอุซเบกิสถาน ซึ่งกูรูลูกหนังประเมินว่าโปรตุเกสเหนือกว่าทุกทีมอย่างชัดเจน ทว่าการแย่งชิงอันดับสองและโควตาม้ามืดคือจุดเดือดประจำกลุ่มนี้

เจาะกลุ่มเค "เวิลด์คัพ 2026"โรนัลโด้ลุยสมัย 6 นำทัพฝอยทองชนโคลอมเบีย

1. ทีมชาติโปรตุเกส: "Last Dance" ของคริสเตียโน่ โรนัลโด้ กับขุมกำลังที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์

ทัพ "ฝอยทอง" ทีมชาติโปรตุเกส ยอดทีมแกร่งจากยุโรป เดินทางมาลุยศึกฟุตบอลโลกหนนี้ด้วยความหวังสูงสุดในการปลดล็อกคว้าถ้วยแชมป์โลกสมัยแรกมาครอง ไฮไลต์สำคัญสูงสุดหนีไม่พ้น คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ซูเปอร์สตาร์กัปตันทีมในวัย 41 ปี ที่สร้างประวัติศาสตร์กลับมาลงสนามลุยศึกฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายเป็นสมัยที่ 6 ในชีวิต โดยโรนัลโด้พกสถิติสุดโหดในนามทีมชาติถล่มไป 143 ประตูจาก 227 นัด และเพิ่งพา อัล นาสเซอร์ คว้าแชมป์ซาอุดีโปรลีกมาครองด้วยผลงาน 28 ประตูจาก 30 นัด

โรเบอร์โต้ มาร์ติเนซ เฮดโค้ชทีมชาติโปรตุเกส ได้จัดทัพและผสมผสานขุมกำลังสายเลือดใหม่เข้ากับนักเตะเก๋าได้อย่างลงตัว จนถูกยกให้เป็นหนึ่งในทีมที่มีกลุ่มผู้เล่นลึกที่สุดในทัวร์นาเมนต์ แดนกลางของโปรตุเกสจัดว่าทรงพลังที่สุด นำทัพโดย บรูโน่ แฟร์นันด์ส จอมทัพจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เจ้าของรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีของพรีเมียร์ลีกฤดูกาลล่าสุด ประสานงานร่วมกับ วิตินญ่า และ ชูเอา เนเวส สองมิดฟิลด์ที่เพิ่งพาเปแอสเชคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก สองสมัยซ้อน โดยมี ราฟาเอล เลเอา คอยฉีกแนวรับคู่แข่ง ซึ่งแท็กติกของมาร์ติเนซจะเน้นการคุมเกมแดนกลางและป้อนโอกาสให้โรนัลโด้จบสกอร์ในเขตโทษเป็นหลัก

เจาะกลุ่มเค "เวิลด์คัพ 2026"โรนัลโด้ลุยสมัย 6 นำทัพฝอยทองชนโคลอมเบีย

2. ทีมชาติโคลอมเบีย: การคัมแบ็กของขุนพลโคเคน และความร้อนแรงของ "หลุยส์ ดิอาซ"

ทัพ "ขุนพลโคเคน" ทีมชาติโคลอมเบีย กลับคืนสู่เวทีฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายอีกครั้งหลังจากพลาดตั๋วไปในปี 2022 โดยพวกเขาสร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมผ่านเข้ารอบมาในฐานะทีมอันดับที่ 3 ของโซนอเมริกาใต้ ภายใต้การคุมทีมของ เนสตอร์ โลเรนโซ่ กุนซือจอมเก๋าที่พาทีมทะลุเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศศึกโคปา อเมริกา 2024 ก่อนพ่ายให้อาร์เจนตินาไปอย่างหวุดหวิด 0-1

ระบบทีมของโคลอมเบียยังคงขับเคลื่อนด้วยจอมทัพกัปตันทีมหน้าเก่าอย่าง ฮาเมส โรดริเกซ วัย 34 ปี ที่เตรียมลงสนามลุยศึกเวทีโลกเป็นสมัยที่ 3 ในชีวิต ทว่าอาวุธหนักและอันตรายที่สุดของโคลอมเบียในศึกครั้งนี้คือ หลุยส์ ดิอาซ ปีกกัปตันทีมระดับโลกจาก บาเยิร์น มิวนิค ที่ระเบิดฟอร์มซัดไปถึง 26 ประตูจาก 51 นัดในฤดูกาลที่ผ่านมา ดิอาซมีความโดดเด่นในเรื่องทักษะการเลี้ยงกินตัว การลากตัดเข้าใน และความเฉียบคมในการทำประตู นอกจากนี้ยังมี ดาเนียล มูนยอซ แบ็กขวาจอมบุกพลังม้าคอยขับเคลื่อนเกมฝั่งขวา ซึ่งโคลอมเบียมีศักยภาพสูงพอที่จะเบียดแย่งอันดับหนึ่งกับโปรตุเกสได้เช่นกัน

เจาะกลุ่มเค "เวิลด์คัพ 2026"โรนัลโด้ลุยสมัย 6 นำทัพฝอยทองชนโคลอมเบีย

3. ทีมชาติดีอาร์ คองโก: พลังหนุ่มกาฬทวีป และการสิ้นสุดการรอคอยรอบ 52 ปี

ทัพทีมชาติดีอาร์ คองโก สร้างประวัติศาสตร์ผ่านเข้ามาลุยศึกฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1974 (ซึ่งในเวลานั้นลงแข่งขันในนามทีมชาติซาอีร์) สิ้นสุดการรอคอยอันยาวนานถึง 52 ปีเต็ม โดยพวกเขาคว้าตั๋วใบประวัติศาสตร์มาครองได้จากการเอาชนะทีมชาติจาเมกาในศึกเพลย์ออฟระหว่างทวีป

ดีอาร์ คองโก อยู่ภายใต้การนำทัพของ เซบาสเตียน เดอซาเบร เฮดโค้ชชาวฝรั่งเศสที่เข้ามาปรับเปลี่ยนสไตล์การเล่นให้เน้นระเบียบวินัยเกมรับ ควบรวมเข้ากับความแข็งแกร่งทางร่างกายและความเร็วตามสไตล์ฟุตบอลแอฟริกัน ขุมกำลังหลักในแนวรุกฝากความหวังไว้ที่ โยอัน วิสซ่า กองหน้าความเร็วสูงจากนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด คอยล่าตาข่าย แผงหลังมี ชานเซล เอ็มเบมบา ปราการหลังกัปตันทีมจอมเก๋าผู้ผ่านเวทีระดับนานาชาติมาอย่างโชกโชนคอยบัญชาการเกมรับ ร่วมด้วย อารอน วาน-บิสซากา แบ็กขวาจากอังกฤษที่ตัดสินใจโยกมารับใช้ชาติเกิดของบรรพบุรุษ ซึ่งดีอาร์ คองโก ถูกมองว่าเป็นทีมที่พร้อมจะสร้างความยากลำบากและตัดแต้มจากทีมใหญ่ได้เสมอ

เจาะกลุ่มเค "เวิลด์คัพ 2026"โรนัลโด้ลุยสมัย 6 นำทัพฝอยทองชนโคลอมเบีย

4. ทีมชาติอุซเบกิสถาน: ทัพหมาป่าขาวแห่งเอเชีย กับประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในเวทีโลก

ทัพ "หมาป่าขาว" ทีมชาติอุซเบกิสถาน สร้างเทพนิยายบทใหม่ดึงดูดสายตาแฟนบอลเอเชีย หลังคว้าตั๋วผ่านเข้ามาเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ชาติ จากการคว้าอันดับที่ 2 ของกลุ่มในรอบคัดเลือกโซนเอเชียรอบที่ 3

ความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่นี้อยู่ภายใต้การกุมบังเหียนของ ฟาบิโอ คันนาวาโร่ ตำนานปราการหลังแชมป์โลกและอดีตเจ้าของรางวัลบัลลงดอร์ชาวอิตาลี ที่เข้ามารับตำแหน่งเฮดโค้ชเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา และจูนทีมจนลงตัวอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันอุซเบกิสถานกำลังอยู่ในช่วง "โกลเด้นเจเนอเรชัน" หรือยุคทองของวงการฟุตบอลชาติ นำทัพโดย อับบอสเบก ฟายซุลลาเยฟ แนวรุกดาวรุ่งอัจฉริยะวัย 22 ปี ยืนประสานงานร่วมกับ เอลดอร์ โชมูโรดอฟ ศูนย์หน้ากัปตันทีมจอมเก๋า ขณะที่แผงหลังมี อับดูโคดีร์ คูซานอฟ ปราการหลังดาวรุ่งพุ่งแรงที่ค้าแข้งอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในพรีเมียร์ลีกคอยเป็นหลักในเกมรับ ซึ่งเกมนัดเปิดสนามกับโคลอมเบียจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่าพวกเขามีดีพอที่จะผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ได้หรือไม่

 

โปรแกรมการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มเค (เวลาประเทศไทย)

นัดแรก (แข่งขันคืนวันพุธที่ 17 และเช้าตรู่วันพฤหัสบดีที่ 18 มิถุนายน)

  • โปรตุเกส พบ ดีอาร์ คองโก | คืนวันพุธที่ 17 มิ.ย. เวลา 00.00 น. (เที่ยงคืน) | สนาม เอ็นอาร์จี สเตเดียม (ฮิวสตัน)
  • อุซเบกิสถาน พบ โคลอมเบีย | วันพฤหัสบดีที่ 18 มิ.ย. เวลา 09.00 น. (เช้า) | สนาม เอสตาดิโอ อัซเตกา (เม็กซิโก ซิตี้)

นัดที่สอง (แข่งขันคืนวันอังคารที่ 23 และเช้าตรู่วันพุธที่ 24 มิถุนายน)

  • โปรตุเกส พบ อุซเบกิสถาน | คืนวันอังคารที่ 23 มิ.ย. เวลา 00.00 น. (เที่ยงคืน) | สนาม เอ็นอาร์จี สเตเดียม (ฮิวสตัน)
  • โคลอมเบีย พบ ดีอาร์ คองโก | วันพุธที่ 24 มิ.ย. เวลา 09.00 น. (เช้า) | สนาม เอสตาดิโอ อัลครอน (กัวดาลาฮารา, เม็กซิโก)

นัดที่สาม (แข่งขันเช้าวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน) ลงสนามพร้อมกัน

  • โคลอมเบีย พบ โปรตุเกส | วันอาทิตย์ที่ 28 มิ.ย. เวลา 06.30 น. (เช้า) | สนาม ฮาร์ดร็อค สเตเดียม (ไมอามี)
  • ดีอาร์ คองโก พบ อุซเบกิสถาน | วันอาทิตย์ที่ 28 มิ.ย. เวลา 06.30 น. (เช้า) | สนาม เมอร์เซเดส-เบนซ์ สเตเดียม (แอตแลนตา)