3. ทีมชาติดีอาร์ คองโก: พลังหนุ่มกาฬทวีป และการสิ้นสุดการรอคอยรอบ 52 ปี
ทัพทีมชาติดีอาร์ คองโก สร้างประวัติศาสตร์ผ่านเข้ามาลุยศึกฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1974 (ซึ่งในเวลานั้นลงแข่งขันในนามทีมชาติซาอีร์) สิ้นสุดการรอคอยอันยาวนานถึง 52 ปีเต็ม โดยพวกเขาคว้าตั๋วใบประวัติศาสตร์มาครองได้จากการเอาชนะทีมชาติจาเมกาในศึกเพลย์ออฟระหว่างทวีป
ดีอาร์ คองโก อยู่ภายใต้การนำทัพของ เซบาสเตียน เดอซาเบร เฮดโค้ชชาวฝรั่งเศสที่เข้ามาปรับเปลี่ยนสไตล์การเล่นให้เน้นระเบียบวินัยเกมรับ ควบรวมเข้ากับความแข็งแกร่งทางร่างกายและความเร็วตามสไตล์ฟุตบอลแอฟริกัน ขุมกำลังหลักในแนวรุกฝากความหวังไว้ที่ โยอัน วิสซ่า กองหน้าความเร็วสูงจากนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด คอยล่าตาข่าย แผงหลังมี ชานเซล เอ็มเบมบา ปราการหลังกัปตันทีมจอมเก๋าผู้ผ่านเวทีระดับนานาชาติมาอย่างโชกโชนคอยบัญชาการเกมรับ ร่วมด้วย อารอน วาน-บิสซากา แบ็กขวาจากอังกฤษที่ตัดสินใจโยกมารับใช้ชาติเกิดของบรรพบุรุษ ซึ่งดีอาร์ คองโก ถูกมองว่าเป็นทีมที่พร้อมจะสร้างความยากลำบากและตัดแต้มจากทีมใหญ่ได้เสมอ
4. ทีมชาติอุซเบกิสถาน: ทัพหมาป่าขาวแห่งเอเชีย กับประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในเวทีโลก
ทัพ "หมาป่าขาว" ทีมชาติอุซเบกิสถาน สร้างเทพนิยายบทใหม่ดึงดูดสายตาแฟนบอลเอเชีย หลังคว้าตั๋วผ่านเข้ามาเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ชาติ จากการคว้าอันดับที่ 2 ของกลุ่มในรอบคัดเลือกโซนเอเชียรอบที่ 3
ความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่นี้อยู่ภายใต้การกุมบังเหียนของ ฟาบิโอ คันนาวาโร่ ตำนานปราการหลังแชมป์โลกและอดีตเจ้าของรางวัลบัลลงดอร์ชาวอิตาลี ที่เข้ามารับตำแหน่งเฮดโค้ชเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา และจูนทีมจนลงตัวอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันอุซเบกิสถานกำลังอยู่ในช่วง "โกลเด้นเจเนอเรชัน" หรือยุคทองของวงการฟุตบอลชาติ นำทัพโดย อับบอสเบก ฟายซุลลาเยฟ แนวรุกดาวรุ่งอัจฉริยะวัย 22 ปี ยืนประสานงานร่วมกับ เอลดอร์ โชมูโรดอฟ ศูนย์หน้ากัปตันทีมจอมเก๋า ขณะที่แผงหลังมี อับดูโคดีร์ คูซานอฟ ปราการหลังดาวรุ่งพุ่งแรงที่ค้าแข้งอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในพรีเมียร์ลีกคอยเป็นหลักในเกมรับ ซึ่งเกมนัดเปิดสนามกับโคลอมเบียจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่าพวกเขามีดีพอที่จะผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ได้หรือไม่
โปรแกรมการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มเค (เวลาประเทศไทย)
นัดแรก (แข่งขันคืนวันพุธที่ 17 และเช้าตรู่วันพฤหัสบดีที่ 18 มิถุนายน)
- โปรตุเกส พบ ดีอาร์ คองโก | คืนวันพุธที่ 17 มิ.ย. เวลา 00.00 น. (เที่ยงคืน) | สนาม เอ็นอาร์จี สเตเดียม (ฮิวสตัน)
- อุซเบกิสถาน พบ โคลอมเบีย | วันพฤหัสบดีที่ 18 มิ.ย. เวลา 09.00 น. (เช้า) | สนาม เอสตาดิโอ อัซเตกา (เม็กซิโก ซิตี้)
นัดที่สอง (แข่งขันคืนวันอังคารที่ 23 และเช้าตรู่วันพุธที่ 24 มิถุนายน)
- โปรตุเกส พบ อุซเบกิสถาน | คืนวันอังคารที่ 23 มิ.ย. เวลา 00.00 น. (เที่ยงคืน) | สนาม เอ็นอาร์จี สเตเดียม (ฮิวสตัน)
- โคลอมเบีย พบ ดีอาร์ คองโก | วันพุธที่ 24 มิ.ย. เวลา 09.00 น. (เช้า) | สนาม เอสตาดิโอ อัลครอน (กัวดาลาฮารา, เม็กซิโก)
นัดที่สาม (แข่งขันเช้าวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน) ลงสนามพร้อมกัน
- โคลอมเบีย พบ โปรตุเกส | วันอาทิตย์ที่ 28 มิ.ย. เวลา 06.30 น. (เช้า) | สนาม ฮาร์ดร็อค สเตเดียม (ไมอามี)
- ดีอาร์ คองโก พบ อุซเบกิสถาน | วันอาทิตย์ที่ 28 มิ.ย. เวลา 06.30 น. (เช้า) | สนาม เมอร์เซเดส-เบนซ์ สเตเดียม (แอตแลนตา)