แอสตัน วิลล่า พบ ซันเดอร์แลนด์ (อาทิตย์ 20.00 น.)
เจดอน ซานโช่ กับภารกิจรักษาท็อปโฟร์ของวิลล่า
แอสตัน วิลล่า อาจยังคงยึดอันดับท็อปโฟร์เอาไว้ได้ในเวลานี้ แต่ฟอร์มของพวกเขาในเกมใหญ่กลับสะท้อนช่องโหว่ที่ชัดเจน ความพ่ายแพ้ต่อทั้งเชลซีและแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่ได้เป็นเพียงผลการแข่งขันที่เสียหาย แต่ยังเผยให้เห็นถึงข้อจำกัดในการรับมือกับทีมระดับเดียวกัน อย่างไรก็ตาม ด้วยสถานการณ์ของทีมลุ้นพื้นที่ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีกที่ต่างก็สะดุดกันเอง วิลล่ายังมีโอกาสกอบโกยแต้มจากโปรแกรมที่ดูเป็นใจในช่วงนี้ ก่อนจะต้องเจอกับบททดสอบสำคัญอย่างลิเวอร์พูลและแมนเชสเตอร์ ซิตี้ในสองนัดสุดท้าย
ปัจจัยสำคัญอาจไปตกอยู่ที่เจดอน ซานโช่ ซึ่งแม้จะยังไม่สามารถเรียกฟอร์มระดับท็อปกลับมาได้อย่างต่อเนื่อง แต่ช่วงหลังเริ่มมีบทบาทกับเกมรุกมากขึ้น และหากซานโช่สามารถยกระดับผลงานได้ในช่วงโค้งสุดท้าย ก็อาจเป็นตัวแปรสำคัญที่ช่วยให้วิลลารักษาพื้นที่ท็อปโฟร์เอาไว้ได้
เอฟเวอร์ตัน พบ ลิเวอร์พูล (อาทิตย์ 20.00 น.)
เมอร์ซีย์ไซด์ดาร์บี้: โอกาสทองของทอฟฟี่สีน้ำเงิน
เมอร์ซีย์ไซด์ดาร์บี้ครั้งแรกที่สนามฮิลล์ ดิกคินสัน สเตเดียม เต็มไปด้วยความคาดหวังที่ถาโถมเข้าใส่เอฟเวอร์ตัน ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ในอดีตมักไม่เป็นผลดีนัก โดยเฉพาะในยุคแรกของเดวิด มอยส์ ที่ทีมมักปล่อยโอกาสหลุดลอยเมื่อถูกกดดันจากความสำคัญของเกม ไม่ว่าจะเป็นการเจอลิเวอร์พูลที่ตัวผู้เล่นน้อยกว่า หรืออยู่ในฟอร์มที่ย่ำแย่กว่า เอฟเวอร์ตันก็มักไม่สามารถฉวยโอกาสได้
อย่างไรก็ตาม ฟอร์มล่าสุดในบ้านที่พวกเขาแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและความดุดัน โดยเฉพาะเกมที่เล่นงานเชลซีได้อย่างชัดเจน ทำให้เกิดความเชื่อว่าพวกเขาสามารถสร้างปัญหาให้กับลิเวอร์พูลได้จริง ขณะเดียวกัน ลิเวอร์พูลเองกำลังเผชิญทั้งปัญหาผลการแข่งขันและสภาพจิตใจหลังตกรอบยุโรป ซึ่งอาจทำให้สมดุลของเกมเอนเอียงมากกว่าที่เคยเป็นมา
แต่ท้ายที่สุดแล้ว คำถามสำคัญยังคงอยู่ที่เอฟเวอร์ตันจะสามารถเปลี่ยน “ความหวัง” ให้เป็น “ผลลัพธ์” ได้หรือไม่
น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ พบ เบิร์นลีย์ (อาทิตย์ 20.00 น.)
เบิร์นลีย์กับ "ไพ่ตาย" ใบสุดท้ายเพื่อการอยู่รอด
เบิร์นลีย์ ที่ใกล้ตกชั้นเต็มที อาจต้องเริ่มมองไปถึงฤดูกาลหน้า โดย ไมค์ เทรเซอร์ กลายเป็นแสงสว่างเล็ก ๆ ให้แฟนบอล หลังได้รับเสียงปรบมืออย่างอบอุ่นในเกมล่าสุด
ด้วยวัยเพียง 26 ปี และสัญญาที่ยังเหลืออีกสองปี เทรซอร์อาจกลายเป็นทรัพยากรสำคัญสำหรับการสร้างทีมใหม่ในฤดูกาลหน้า หรืออย่างน้อยก็เป็นนักเตะที่ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับสโมสรในตลาดซื้อขาย เมื่อพิจารณาว่าผู้เล่นหลายคนไม่สามารถสร้างผลงานได้ตามความคาดหวังในฤดูกาลนี้ บางทีนี่อาจเป็นช่วงเวลาที่สก็อตต์ พาร์เกอร์ควรกล้าเสี่ยง เปิดโอกาสให้ตัวเลือกที่แตกต่างได้พิสูจน์ตัวเอง
เกมนี้จึงอาจไม่ใช่แค่เกมอีกนัด แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการมองไปข้างหน้า
แมนฯ ซิตี้ พบ อาร์เซน่อล (อาทิตย์ 22.30 น.)
ศึกตัดสินแชมป์
เกมที่เอติฮัด สเตเดียม ระหว่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ กับ อาร์เซน่อล คือหัวใจของสุดสัปดาห์นี้อย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่เพราะชื่อชั้นของทั้งสองทีม แต่เพราะผลการแข่งขันอาจกำหนดทิศทางของการลุ้นแชมป์โดยตรง อาร์เซน่อลเดินทางมาด้วยความมั่นใจหลังผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศยูฟ่า แชมเปียนส์ลีกเป็นปีที่สองติดต่อกัน ซึ่งสะท้อนถึงพัฒนาการและความต่อเนื่องในยุคของมิเกล อาร์เตตา
อย่างไรก็ตาม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยังมี “ความได้เปรียบเชิงจิตวิทยา” จากชัยชนะ 2-0 ในรอบชิงชนะเลิศคาราบาว คัพ เมื่อเดือนก่อน ซึ่งอาจมีผลต่อความเชื่อมั่นของทั้งสองฝ่าย
หากอาร์เซน่อลสามารถบุกมาคว้าชัยได้ พวกเขาจะทิ้งห่างถึง 9 คะแนน และแทบจะปิดฉากการรอคอยแชมป์ลีกที่ยาวนานถึง 22 ปี แต่หากซิตี้เป็นฝ่ายชนะ ความกดดันจะถูกโยนกลับไปยังทีมของอาร์เตตา และการลุ้นแชมป์จะกลับมาเปิดกว้างอีกครั้งแบบเต็มรูปแบบ
คริสตัล พาเลซ พบ เวสต์แฮม (คืนวันจันทร์ 02.00 น.)
ขุนค้อนลุ้นบุกเฮที่เซลเฮิร์สต์ พาร์ค
ทีมขุนค้อนมีสถิติที่ดีในสนามเซลเฮิร์สต์ พาร์กช่วงหลัง (ชนะ 3 จาก 5 นัดหลังสุด) และเพิ่งถล่มวูล์ฟส์มา 4-0 ทำให้ความมั่นใจกลับมาเต็มที่ พวกเขาได้เปรียบเรื่องความสด เพราะไม่ได้เล่นกลางสัปดาห์ ขณะที่พาเลซเพิ่งเตะในถ้วยยุโรป
แต่ทีมของโอลิเวอร์ กลาสเนอร์ ชนะในบ้านมา 2 นัดติด และยังมีลุ้นจบครึ่งบนของตาราง เกมนี้จึงไม่ง่ายแน่นอน
-----