ไตรมาสแรกของปี 2569 กลุ่มบริษัทมีฐานรายได้รวมอยู่ที่ 6,889 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.8% (YoY) โดยส่วนใหญ่มาจากรายได้ค่าธรรมเนียมที่เพิ่มขึ้น 1.0% จากรายได้ค่าธรรมเนียม interchange และรายได้ค่าธรรมเนียมร้านค้า สำหรับรายได้ดอกเบี้ยในไตรมาสแรกอยู่ที่ 3,993 ล้านบาท อยู่ที่ระดับเดิมเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า หนี้สูญได้รับคืนในไตรมาส 1 ปี 2569 อยู่ที่ 979 ล้านบาท ลดลง 1.8% (YoY) บริษัทยังคงรักษาประสิทธิภาพในการติดตามหนี้ภายใต้ภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย ขณะที่ค่าใช้จ่ายรวมลดลง 6.0% (YoY) อยู่ที่ 4,169 ล้านบาท จากผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นลดลง 13.0% จากพอร์ตที่มีคุณภาพดี รวมถึงค่าใช้จ่ายทางการเงินที่ลดลง 16.1% (YoY) จากต้นทุนเงินกู้ยืมใหม่ที่ต่ำลง รวมถึงความสามารถในการบริหารค่าใช้จ่ายให้ที่อยู่ในระดับใกล้เดิม จึงเป็นผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหารต่อรายได้รวม (Cost to Income Ratio) ของกลุ่มบริษัทอยู่ที่ 35.0% ลดลงเล็กน้อยจาก 35.1% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน สะท้อนถึงการควบคุมค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพควบคู่ไปกับการเติบโตของรายได้
กลุ่มบริษัทเคทีซียังมีโครงสร้างเงินทุนที่มั่นคงและมีศักยภาพรองรับการเติบโตในอนาคต และเน้นรักษาวินัยทางการเงินที่ดี สะท้อนจากอัตราหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ในระดับต่ำที่ 1.30 เท่า จาก 1.58 เท่า ในงวดเดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับต่ำจากสองปัจจัยหลักคือ การสะสมกำไรที่แข็งแกร่ง ซึ่งช่วยเสริมสร้างส่วนของผู้ถือหุ้นให้เติบโต และการกู้ยืมเงินที่ลดลง ซึ่งสอดคล้องกับการขยายตัวของพอร์ตสินเชื่อที่เป็นไปอย่างระมัดระวังตามภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ทั้งนี้ อัตราส่วน D/E ปัจจุบันอยู่ในระดับต่ำมากเมื่อเทียบกับภาระผูกพัน (Debt Covenant) ที่กำหนดไว้ที่ 10 เท่า แสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นทางการเงิน (Financial Flexibility) ที่สูงในการขยายธุรกิจหรือรองรับความผันผวนทางเศรษฐกิจในอนาคต
ทั้งนี้ กลุ่มบริษัทมีเงินกู้ยืมรวมทั้งสิ้น 51,518 ล้านบาท (รวมหนี้สินตามสัญญาเช่า) สัดส่วนโครงสร้างแหล่งเงินทุนส่วนใหญ่เป็นเงินกู้ยืมระยะยาว 56% และมีเงินกู้ยืมระยะสั้น (รวมส่วนของเงินกู้ยืมและหุ้นกู้ที่ครบกำหนดชำระภายในหนึ่งปี) ในสัดส่วน 44% วงเงินกู้ยืมระยะสั้นที่ยังไม่เบิกใช้คงเหลือ (Available Credit Line) ทั้งสิ้น 25,550 ล้านบาท ขณะเดียวกัน บริษัทมีภาระหนี้หุ้นกู้และเงินกู้ยืมระยะยาวที่จะครบกำหนดชำระในช่วงเวลาที่เหลือของปี 2569 จำนวนทั้งสิ้น 15,330 ล้านบาท แสดงให้เห็นว่าบริษัทมีสภาพคล่องที่สูงกว่าภาระหนี้ที่ใกล้ครบกำหนด สะท้อนถึงสถานะสภาพคล่องที่แข็งแกร่งและความเสี่ยงด้านการผิดนัดชำระหนี้ในระยะสั้นที่อยู่ในระดับต่ำมาก โดยล่าสุด บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ได้คงอันดับเครดิตองค์กรของเคทีซีและหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันชุดปัจจุบันที่ระดับ “AA” พร้อมแนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” ซึ่งสะท้อนมุมมองว่าเคทีซีจะยังคงรักษาความแข็งแกร่งด้านการดำเนินงาน ความสามารถในการทำกำไรอย่างสม่ำเสมอ และคุณภาพสินทรัพย์ในระดับที่สามารถบริหารจัดการได้ แม้ต้องเผชิญกับแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจและระดับหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูงก็ตาม
ด้านการช่วยเหลือลูกหนี้ เคทีซียังให้ความร่วมมือกับธนาคารแห่งประเทศไทยดำเนินมาตรการต่อเนื่องในหลายรูปแบบ ทั้งการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม โดยบริษัทพิจารณาอนุมัติสินเชื่อลูกหนี้แต่ละรายให้สอดคล้องกับความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ และไม่ทำให้ลูกหนี้มีภาระหนี้เพิ่มขึ้นจากภาระหนี้เดิมเกินสมควร รวมทั้งเข้าร่วมโครงการ “คุณสู้ เราช่วย” เพื่อสนับสนุนลูกหนี้กลุ่มเปราะบางให้สามารถฟื้นตัวกลับมาชำระหนี้ได้ตามปกติ ต่อด้วยโครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” ซึ่งเคทีซีจะโอนขายหนี้ที่ไม่มีหลักประกันของลูกหนี้รายย่อยที่ค้างชำระเงินต้นหรือดอกเบี้ยเกินกว่า 90 วัน (NPL) โดยพิจารณาจากสถานะหนี้ ณ วันที่ 30 กันยายน 2568 รวมทุกผู้ให้บริการทางการเงินและทุกประเภทสินเชื่อไม่เกิน 100,000 บาทต่อราย ให้กับบริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (SAM) เพื่อทำการปรับปรุงโครงสร้างหนี้แบบผ่อนปรนและลดภาระหนี้ให้ลูกหนี้ ซึ่งลูกหนี้ที่เข้าเงื่อนไขได้ถูกโอนกรรมสิทธิ์หนี้ไปยัง SAM แล้วตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 ทั้งนี้ เคทีซีประเมินว่าการดำเนินการตามโครงการฯ ดังกล่าวหรือมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ทั้งหมดข้างต้น จะไม่ส่งผลกระทบที่เป็นนัยสำคัญต่อภาพรวมของผลการดำเนินงานของกลุ่มบริษัท รวมถึงได้มีการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญไว้ครบถ้วนแล้ว ดูแนวทางการให้ความช่วยเหลือลูกหนี้เพิ่มเติมคลิก www.ktc.co.th/about/news/measure