เนชั่นทีวี

ข่าว

“รมว.นิกร” ลุยงานทันควัน ลงพื้นที่เมืองย่าโม เปิดนโยบาย ปิ๊งไอเดียจ้างงานผู้สูงวัยลดภาระคลัง

18 เม.ย. 2569

“รมว.นิกร” ลุยงานทันควัน ลงพื้นที่เมืองย่าโม เปิดนโยบาย ปิ๊งไอเดียจ้างงานผู้สูงวัยลดภาระคลัง

"นิกร โสมกลาง" ประเดิมเก้าอี้ รมว.พม. ลุยงานทันควัน! ลงพื้นที่โคราชมอบสวัสดิการกลุ่มเปราะบาง พร้อมคลอดไอเดียใหม่รับมือ "สังคมสูงวัย" เตรียมผลักดันการจ้างงานผู้สูงอายุแทนการรอรับเบี้ยชราภาพ

18 เมษายน 2569 ภายหลัง นิกร โสมกลาง เข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ แบบปัจจุบันทันด่วน ส่งประวัติเป็นคนสุดท้าย ช่วงก่อนที่นายกฯอนุทิน จะนำรายชื่อคณะรัฐมนตรี “อนุทิน 2” ขึ้นทูลเกล้าฯ เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่า เป็นชื่อที่ส่งมาจาก “กลุ่มแป้งมัน” เพื่อดำรงตำแหน่งแทนโควต้าของ อดีตรัฐมนตรีสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ที่มีข่าวติดปัญหาเรื่องคุณสมบัติ ทำให้ไม่สามารถเข้าดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีได้

ทันทีที่เข้าดำรงตำแหน่ง คุณนิกร ก็ทำงานทันที เพราะมีประสบการณ์งานการเมืองอยู่แล้ว ในฐานะ สส. และเคยเป็นอดีตเลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด หรือ อบจ.นครราชสีมา ด้วย 

โดยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ก็เพิ่งลงพื้นที่โคราช ติดตามการขับเคลื่อนงานระดับพื้นที่ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยได้เดินทางไปที่บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดนรราชสีมา รวมถึงสถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งบ้านเมตตา ที่อำเภอเมืองนครราชสีมา สหกรณ์เครือข่ายริมรางเมืองย่าโม จำกัด อำเภอเมืองนคราชสีมา และ วัดโน่นม่วง อำเภอโชคชัย เพื่อมอบสวัสดิการ พม.แก่ประชาชนกลุ่มเปราะบางหลายๆ กลุ่ม

“รมว.นิกร” ลุยงานทันควัน ลงพื้นที่เมืองย่าโม เปิดนโยบาย ปิ๊งไอเดียจ้างงานผู้สูงวัยลดภาระคลัง

มอบนโยบายบิ๊ก พม. - ปิ๊งไอเดียจ้างงานผู้สูงวัย

ก่อนหน้านั้น เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 16 เมษายน หลังวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ รัฐมนตรีนิกร เรียกประชุมผู้บริหารกระทรวง และได้มอบนโยบายสำคัญหลายอย่าง หนึ่งในนั้นคือการเตรียมพร้อมรับผลกระทบจาก “สังคมผู้สูงอายุ” หรือ Aging Society ซึ่งประเทศไทยก้าวเข้าสู่ “สังคมผู้สูงวัยอย่างสมบูรณ์” ไปแล้ว และใกล้จะก้าวสู่ “สังคมสูงวัยระดับสุดยอด” ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า 

แนวนโยบายของรัฐมนตรีนิกร นับว่าน่าสนใจ เพราะไม่ได้ติดกรอบแค่การสงเคราะห์ หรือการจ่ายเงินดูแลในลักษณะ “เบี้ยผู้สูงอายุ” เท่านั้น เพราะจะเท่ากับการสร้างภาระการคลังอย่างไม่จบสิ้น เนื่องจากมีการเรียกร้องให้เพิ่มเบี้ยอย่างต่อเนื่อง และจำนวนผู้สูงอายุก็มีมากขึ้นเรื่อยๆ 

ด้วยเหตุนี้ รัฐมนตรีนิกร จึงมีแนวคิดให้ผู้สูงอายุได้ทำงาน และมีงานทำ ด้วยเหตุผลคือ 

หนึ่ง เพื่อให้สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ไม่เป็นภาระแก่ลูกหลาน 

สอง ได้ใช้ประสบการณ์ความรู้ความสามารถที่ยังมีอยู่ ในการขับเคลื่อนกิจการงานต่างๆ ในภาคเอกชน หรือเป็นพี่เลี้ยงให้กับธุรกิจของคนรุ่นใหม่ ควบคู่ไปกับแนวทางการขยายระยะเวลาการเกษียณอายุราชการ จากอายุ 60 ปี เป็นอายุ 65 ปี ซึ่งฝั่งคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน หรือ ก.พ. กับคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ หรือ ก.พ.ร. กำลังพิจารณากันอยู่ 

สาม เพื่อให้ผู้สูงอายุได้ทำงาน ได้มองเห็นคุณค่าในตัวเอง ไม่ต้องนั่งจับเจ่าอยู่ที่บ้าน หรือรอการดูแลจากลูกหลานเพียงอย่างเดียว ซึ่งจะทำให้ผู้สูงวัยไม่เจ็บป่วยง่าย มีกำลังวังชา มีสังคมของตัวเอง ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บแทรกซ้อน 

และสี่ เพื่อลดภาระการคลังของประเทศ 

“รมว.นิกร” ลุยงานทันควัน ลงพื้นที่เมืองย่าโม เปิดนโยบาย ปิ๊งไอเดียจ้างงานผู้สูงวัยลดภาระคลัง

โดยแนวทางที่กำลังอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ ก็คือ หากสถานประกอบการได้จ้างผู้สูงวัยเข้าทำงาน ตามหลักเกณฑ์ที่กระทรวงกำหนด จะสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ หรือได้รับการอุดหนุนด้านอื่นๆ จากรัฐบาล 

ซึ่งแนวคิดนี้ ดำเนินการแล้วในหลายประเทศ เช่น ญี่ปุ่น ส่วนในประเทศไทยคล้ายๆ กับการสนับสนุนให้จ้างงานคนพิการ ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ.2550 แต่กรณีของคนพิการเป็นภาคบังคับ หากสถานประกอบการใดไม่จ้างงานคนพิการตามที่กฎหมายกำหนด ต้องจ่ายเงินเข้ากองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแทน 

ส่วนแนวคิดการสนับสนุนให้สถานประกอบการจ้างงานผู้สูงอายุ น่าจะเป็น “ภาคสมัครใจ” และมีแรงจูงใจเรื่องการนำไปลดหย่อนภาษีได้ อย่างไรก็ดี หากเรื่องนี้ผ่านการพิจารณา และการรับฟังความเห็น หรือประชาพิจารณ์จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว น่าจะต้องนำไปสู่การตรากฎหมายเพื่อดำเนินการต่อไป

“รมว.นิกร” ลุยงานทันควัน ลงพื้นที่เมืองย่าโม เปิดนโยบาย ปิ๊งไอเดียจ้างงานผู้สูงวัยลดภาระคลัง