เนชั่นทีวี

ข่าว

'บราฮิม' ฮีโร่! โมร็อกโกเชือดแทนซาเนียลิ่ว 8 ทีม AFCON ชนแคเมอรูนที่ดับซ่าแอฟริกาใต้

05 ม.ค. 2569

'บราฮิม' ฮีโร่! โมร็อกโกเชือดแทนซาเนียลิ่ว 8 ทีม AFCON ชนแคเมอรูนที่ดับซ่าแอฟริกาใต้

บราฮิม ดิอาซ ซัดประตูชัยพาสิงโตแห่งแอตลาส "โมร็อกโก" เจ้าภาพ ทะลุรอบ 8 ทีมสุดท้ายศึก AFCON ไปดวลกับ แคเมอรูน ที่เฉือนชนะแอฟริกาใต้ 2-1 สร้างสถิติชนะทัพบาฟาน่าได้ครั้งแรกในรอบกว่า 30 ปี

บราฮิม ดิอาซ ซัดประตูชัยพาสิงโตแห่งแอตลาส "โมร็อกโก" เจ้าภาพ ทะลุรอบ 8 ทีมสุดท้ายศึก AFCON ไปดวลกับ แคเมอรูน ที่เฉือนชนะแอฟริกาใต้ 2-1 สร้างสถิติชนะทัพบาฟาน่าได้ครั้งแรกในรอบกว่า 30 ปี

KEY

POINTS

  • บราฮิม ดิอาซ ยิงประตูชัยให้โมร็อกโก เจ้าภาพ เฉือนชนะแทนซาเนีย 1-0 ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ
  • อีกคู่ในรอบเดียวกัน แคเมอรูนเอาชนะแอฟริกาใต้ไปได้ 2-1 ซึ่งเป็นชัยชนะครั้งแรกในรอบ 34 ปีเหนือคู่แข่งทีมนี้
  • ผลการแข่งขันดังกล่าวทำให้โมร็อกโกจะเข้าไปพบกับแคเมอรูนในรอบก่อนรองชนะเลิศของศึกแอฟริกา คัพ ออฟ เนชันส์

การแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์ทวีปแอฟริกา "แอฟริกา คัพ ออฟ เนชันส์" (AFCON) รอบ 16 ทีมสุดท้าย เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 5 มกราคม 2569 ณ สนามพรินซ์ มูลาย อับเดลลาห์ สเตเดี้ยม เมืองราบัต ประเทศโมร็อกโก ท่ามกลางแฟนบอลกว่า 70,000 คนที่เข้ามาเชียร์ "สิงโตแห่งแอตลาส" ทีมชาติโมร็อกโก เจ้าภาพที่ถูกยกให้เป็นเต็งหนึ่งในทัวร์นาเมนต์นี้ พบกับ "ไทฟา สตาร์ส" ทีมชาติแทนซาเนีย ที่เน้นการเล่นรับที่เหนียวแน่นและมีวินัย

เกมนี้โมร็อกโกได้ข่าวดีเมื่อ อัชราฟ ฮาคิมี่ กัปตันทีมคนเก่งสลัดอาการบาดเจ็บข้อเท้ากลับมาลงสนามเป็นตัวจริงนัดแรกได้สำเร็จ แม้เจ้าภาพจะครองเกมบุกอยู่ฝ่ายเดียว แต่แทนซาเนียวางแผนรับต่ำและบีบพื้นที่ได้ดีจนทำให้แนวรุกโมร็อกโกเจาะไม่เข้าอยู่นาน

จนกระทั่งเข้าสู่นาทีที่ 64 ความมหัศจรรย์ของ บราฮิม ดิอาซ สตาร์จากเรอัล มาดริด ก็แผลงฤทธิ์ เมื่อเขาใช้ความสามารถเฉพาะตัวแหวกแนวรับเข้าไปยิงยัดเสาแรกผ่านมือ ฮุสเซน มาซาลันก้า นายทวารแทนซาเนียเข้าไปอย่างเหนือชั้น เป็นประตูชัยให้โมร็อกโกชนะ 1-0 และเป็นประตูที่ 4 ใน 4 นัดหลังสุดของเจ้าตัวในทัวร์นาเมนต์นี้ ส่งให้เจ้าภาพผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศได้อย่างสวยงาม

'บราฮิม' ฮีโร่! โมร็อกโกเชือดแทนซาเนียลิ่ว 8 ทีม AFCON ชนแคเมอรูนที่ดับซ่าแอฟริกาใต้

แคเมอรูนคืนชีพ! ดับซ่าแอฟริกาใต้ สร้างสถิติชนะครั้งแรกในรอบ 34 ปี

อีกหนึ่งคู่ที่น่าสนใจ ณ สนามสต๊าด อัล บาริด เมืองราบัต แคเมอรูน อดีตแชมป์ 5 สมัย ลงสนามพบกับ แอฟริกาใต้ เกมนี้ถือเป็นการลบอาถรรพ์ของแคเมอรูน เนื่องจากพวกเขาไม่เคยเอาชนะแอฟริกาใต้ได้เลยนับตั้งแต่ปี 1992 แม้ในช่วงต้นเกมแอฟริกาใต้จะมีโอกาสทองหลายครั้งจากการประสานงานที่รวดเร็ว แต่ความเด็ดขาดกลับเป็นของแคเมอรูนที่ฉวยโอกาสได้ดีกว่า

นาทีที่ 34 จูเนียร์ ชามาดู ยิงลูกแปเล่นทางเข้าไปให้แคเมอรูนนำก่อน 1-0 และเริ่มครึ่งหลังมาได้เพียง 2 นาที คริสเตียน โคฟาเน่ ก็มาโหม่งประตูที่สองให้ทีมนำห่างเป็น 2-0 สร้างความกดดันให้แอฟริกาใต้อย่างหนัก แม้ในช่วงท้ายเกมนทีที่ 88 เอวิเดนซ์ มักโกปา จะยิงประตูให้แอฟริกาใต้ไล่มาเป็น 1-2 แต่ก็ไม่ทันเวลา จบเกมแคเมอรูนเฉือนชนะไปได้สำเร็จ ท่ามกลางเสียงเชียร์ของแฟนบอลที่กระหึ่มสนาม โดยเฉพาะเมื่อกล้องจับภาพไปที่ ซามูเอล เอโต้ ตำนานกองหน้าและประธานสหพันธ์ฟุตบอลแคเมอรูนที่มาให้กำลังใจลูกทีมถึงขอบสนาม

ตรงกันข้ามกับ ฮูโก้ บรอส กุนซือแอฟริกาใต้ที่โดนแฟนบอลโห่ใส่อย่างหนักหลังจบเกม เนื่องจากคำสัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ที่วิจารณ์ว่าการจัดงานในโมร็อกโกขาด "กลิ่นอายของ AFCON" อย่างไรก็ตามชัยชนะนัดนี้ทำให้แคเมอรูนตบเท้าเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายไปพบกับเจ้าภาพโมร็อกโกในวันศุกร์นี้ ซึ่ง ดาบิด ปากู โค้ชแคเมอรูนยอมรับว่าเกมนี้ลูกทีมต้องใช้ความพยายามอย่างหนักและต้องรับมือกับความกดดันมหาศาลเพื่อผ่านเข้ารอบไปเจอกับทีมที่แข็งแกร่งที่สุดในทัวร์นาเมนต์อย่างเจ้าภาพ