โดยสาเหตุเกิดจากปริมาณน้ำฝนที่มากกว่าปกติในช่วงฤดูฝน ทำให้น้ำจากห้วยเตาปูนไหลผ่านสะพานท่อลอดระบายน้ำเข้าสู่แปลงที่ดิน ประกอบกับน้ำจากอ่างเก็บน้ำห้วยม่วงล้นสปีลเวย์ (Spillway) หลากเข้าห้วยสาธารณะ ส่งผลให้เกิดการกัดเซาะพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
นายพงศ์พล เตียงพลกรัง นายช่างรังวัดอาวุโส สำนักงานที่ดินจังหวัดเชียงใหม่ สาขาจอมทอง เปิดเผยว่า ขั้นตอนสำคัญในขณะนี้คือการสอบเขตแปลงที่ดินให้ชัดเจน เนื่องจากพื้นที่ ที่ได้รับผลกระทบบางส่วนมีแนวเขตติดกับที่ดินเอกชน ซึ่งจะเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับการออกแบบแนวป้องกันในระยะต่อไป
ต่อมา นายกุลพัชร เป็นประธานการประชุมคณะทำงานพิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหาภัยพิบัติ ครั้งที่ 1/2569 ณ ห้องประชุมอำเภอจอมทอง เพื่อหารือแนวทางแก้ไขปัญหาให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 รวมถึงสอดคล้องกับอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการธนาคารที่ดิน และไม่ซ้ำซ้อนกับการใช้งบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
นายวีรวัฒน์ บำรุงพาณิชย์ หัวหน้าป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยสาขาฮอด ในฐานะคณะทำงาน เปิดเผยว่า ตั้งแต่ปี 2565-2568 พื้นที่หมู่ 10 ได้รับผลกระทบจากน้ำหลากแล้วรวม 8 ครั้ง แม้ยังไม่เข้าหลักเกณฑ์การประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติ แต่ถือเป็นจุดเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด
ขณะที่ พ.อ.มาโนช โคตรเพชร จากสำนักงานพัฒนาภาค 3 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ระบุว่า ได้จัดทำแบบแนวทางแก้ไขตามหลักวิศวกรรมไว้แล้ว โดยเน้นการใช้วัสดุอุปกรณ์ในพื้นที่ และเห็นควรเร่งดำเนินการก่อนเข้าสู่ฤดูฝน
นายกุลพัชร กล่าวทิ้งท้ายว่า ที่ประชุมได้รับทราบแนวทางการแก้ไขปัญหา พร้อมเตรียมประสานความร่วมมือกับสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดเชียงใหม่ รวมถึงองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อร่วมออกแบบและก่อสร้างแนวป้องกันตามมาตรฐาน ก่อนเสนอให้คณะกรรมการธนาคารที่ดินพิจารณาความคุ้มค่าและอนุมัติดำเนินการโดยเร็ว เพื่อป้องกันความเสียหายและสร้างความมั่นคงให้กับประชาชนในพื้นที่ก่อนฤดูฝนที่จะมาถึง
#ธนาคารที่ดิน #Labai #ป้องกันภัยพิบัติ #เชียงใหม่ #จอมทอง #บ้านห้วยม่วง #น้ำกัดเซาะ #รับมือฤดูฝน #สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน #ข่าวเชียงใหม่