เนชั่นทีวี

ข่าว

“อัยการ” ฮีโร่ตัวจริง” คดีฟ้อง “สุภา” เฉียดขาดอายุความไม่ถึง 1 วัน

03 พ.ค. 2569

“อัยการ” ฮีโร่ตัวจริง” คดีฟ้อง “สุภา” เฉียดขาดอายุความไม่ถึง 1 วัน

“อัยการ” พระเอกตัวจริง คดีฟ้อง “สุภา ปิยะจิตติ” คดีไม่อุทธรณ์ภาษีหุ้นชิน ก่อนขาดอายุความไม่ถึง 1 วัน ขณะที่ ป.ป.ช.ดองเอาไว้ 14 ปี 364 วัน

ปมร้อนคดีที่อัยการยื่นฟ้อง “สุภา ปิยะจิตติ” ก่อนคดีขาดอายุความเพียงไม่ถึง 1 วัน เหตุเพราะ ป.ป.ช. ส่งสำนวนให้แบบเฉียดฉิว จนเกิดกระแสดรามา “ใครคือพระเอก” ระหว่าง อัยการ หรือ ป.ป.ช. ในคดีไม่อุทธรณ์ภาษีหุ้น “ชินคอร์ป 1.79 หมื่นล้าน” เปิดเบื้องหลังงานยากระดับ “มิชชั่น อิมพอสซิเบิล” พิสูจน์ว่าพระเอกตัวจริง ไม่ธรรมดา

 

 

3 พฤษภาคม 2569 มีรายงานว่า ก่อนหยุดยาว 4 วันช่วงต้นเดือนพฤษภาคม 2569 มีคดีที่สร้างกระแสฮือฮาที่สุด  คือ คดีที่ ป.ป.ช.ส่งฟ้อง น.ส.สุภา ปิยะจิตติ อดีตกรรมการ ป.ป.ช. เมื่อครั้งเป็นรองปลัดกระทรวงการคลัง เป็นจำเลย ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ได้สำเร็จ 

 

สาเหตุที่คดีนี้กลายเป็นกระแสฮือฮาอย่างมาก มี 3 เหตุผลด้วยกัน คือ

 

1.จำเลย คือ น.ส.สุภา เป็นถึงอดีตกรรมการ ป.ป.ช. และอดีตรองปลัดกระทรวงยุติธรรม

 

ช่วงที่ผ่านมามีกระแสว่า ไม่ว่า กรรมการ ป.ป.ช.จะโดนกล่าวหาเรื่องอะไร ร้ายแรงแค่ไหน ประชาชนก็ไม่สามารถตรวจสอบได้ แม้แต่คณะกรรมการ ป.ป.ช.ยังไต่สวนกันเองไม่ได้ เพราะกฎหมายไม่ให้อำนาจ เหมือนกรณีกรรมการบางคนโดนกล่าวหาเรื่อง “สินบนทองคำ” จนถูกมองว่าองค์กรนี้ตรวจสอบไม่ได้ และไม่ยึดโยงกับประชาชน

แต่คดีนี้ น.ส.สุภา กลับตกเป็นจำเลยในศาลอาญาคดีทุจริตฯ แม้จะเป็นอดีตกรรมการ ป.ป.ช.ที่พ้นจากตำแหน่งไปแล้วก็ตาม แต่ก็ทำให้สังคมเห็นว่ากรรมการองค์กรอิสระอย่าง ป.ป.ช.ก็มีสิทธิ์โดนดำเนินคดีได้เช่นกัน

 

2.เป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับตระกูลชินวัตร กล่าวคือ น.ส.สุภา พร้อมพวก ถูกกล่าวหาว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 กรณีไม่ยื่นอุทธรณ์คดีเก็บภาษีการซื้อขายหุ้น บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ “ชินคอร์ป” กับนายพานทองแท้ ชินวัตร และ น.ส. พิณทองทา ชินวัตร บุตรชายและบุตรสาวของอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร จำนวน 17,900 ล้านบาท หลังจากที่ศาลภาษีอากรกลาง พิพากษาให้กรมสรรพากรแพ้คดี เมื่อเดือน ธ.ค.2553

 

3.คดีนี้ ป.ป.ช. เพิ่งส่งสำนวนให้อัยการสูงสุด แต่อัยการยื่นฟ้องต่อศาลได้ทันเวลา ก่อนคดีจะขาดอายุความเพียงไม่กี่ชั่วโมง คือไม่ถึง 1 วัน จากอายุความ 15 ปี

สุภา ปิยะจิตติ

 

งานนี้ ป.ป.ช.จึงได้รับคำชม หรือที่เรียกว่า “ได้กล่อง” ไปเต็มๆ กลายเป็นข่าวดีที่มาเจือจางข่าวร้ายที่ถูกกระหน่ำโจมตีจากการลงมติยกคำร้องคดี “ปกปิดบัญชีทรัพย์สิน” ของ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และอดีตเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ซึ่งสังคมยอมรับไม่ได้

 

ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีรายงานข่าวทางสื่อบางสำนักอ้างว่า เรื่องนี้เป็นผลงานชิ้น “โบแดง” หรือ “มิชชั่น อิมพอสซิเบิล” ของ ป.ป.ช. เพราะใช้เทคนิคเร่งรัดทุกขั้นตอน ส่งสำนวนการไต่สวนให้อัยการสูงสุด และแจ้งส่งฟ้อง น.ส.สุภา และพวก โดยด่วน ในวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 จนทำให้สามารถยื่นฟ้องคดีได้ทันเวลาก่อนจะขาดอายุความในวันที่ 2 พฤษภาคม 2569

 

ทั้งๆ ที่ ป.ป.ช.ไม่ได้ตัว น.ส.สุภา ไปฟ้อง ซึ่งโดยปกติแล้วศาลจะไม่ประทับรับฟ้องคดี แต่ ป.ป.ช.ใช้ช่องทางว่า น.ส.สุภา เป็นหนึ่งในจำเลยที่ถูกฟ้องกรณีไม่ยอมเปิดเผยสำนวนคดี “นาฬิกาเพื่อน” ของ “บิ๊กป้อม”  พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ในศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 และ น.ส.สุภาได้รับการประกันตัวในคดีดังกล่าว ซึ่งเคยมีคำพิพากษาของศาลฎีกา ระบุว่า กรณีจำเลยได้รับการปล่อยชั่วคราวโดยไม่หลบหนีในคดีอื่น ถือว่าจำเลยอยู่ภายใต้อำนาจศาลอยู่แล้ว ทำให้อัยการสูงสุดสามารถยื่นฟ้อง น.ส.สุภา ในคดีภาษีหุ้นชินฯ โดยศาลประทับรับฟ้องแม้ไม่มีตัว น.ส.สุภาไปยื่นฟ้องต่อศาล

 

งานนี้ถือเป็นเทคนิคกฎหมายชั้นสูงที่เรียกเสียงชื่นชมจากบรรดาบุคคลในแวดวงกฎหมายอย่างรอบทิศ

 

  • ป.ป.ช.ควรได้ “โบดำ” ไต่สวน 14 ปี 364 วัน เกือบขาดอายุความ

 

แต่ช้าก่อน...เรื่องนี้ยังไม่จบ เพราะล่าสุด “ข่าวข้นคนข่าว” เนชั่นทีวี ได้รับข้อมูลจากแหล่งข่าวทั้งในสำนักงาน  ป.ป.ช. และในสำนักงานอัยการสูงสุดว่า จริงๆ แล้ว คณะกรรมการ ป.ป.ช.เพิ่งลงมติชี้มูลคดีนี้ไปเมื่อสัปดาห์สุดท้ายก่อนสิ้นเดือนเมษายน 2569 จากนั้นจึงเพิ่งส่งสำนวนให้อัยการ ในวันที่ 29 เมษายน 2569 ก่อนขาดอายุความเพียง  2 วัน นั่นแปลว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. ใช้เวลาทำสำนวนคดีนี้ถึง 14 ปี 364 วัน และเหลือเวลาให้อัยการรับสำนวนต่อไปดำเนินการยื่นฟ้องต่อศาลเพียง 1 วันเศษๆเท่านั้น

 

โดยปกติ ระยะเวลาเพียงเท่านี้ ไม่มีทางที่อัยการจะฟ้องคดีได้ทัน และสำนักงาน ป.ป.ช.ก็ทราบดี ทำให้เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ที่นำสำนวนไปส่งให้อัยการ ถึงกับเอ่ยปากขอโทษฝ่ายอัยการ และแจ้งว่า ไม่ติดใจหากยื่นฟ้องคดีไม่ทัน เพราะเป็นความผิดของ ป.ป.ช.เองที่ส่งสำนวนล่าช้า

 

แต่ “พระเอกตัวจริง” ของเรื่องนี้ คือ อัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต เพราะมีการประชุมและลงมติกันว่า จะไม่ยอมปล่อยให้คดีสำคัญขนาดนี้ขาดอายุความ จึงระดมประชุมกันข้ามวันข้ามคืน ต่อเนื่องกว่า 20 ชั่วโมง โดยไม่ยอมหลับนอน นั่งทำงานที่สำนักงานไม่ได้กลับบ้าน พร้อมประสานอัยการสูงสุดยื่นฟ้อง โดยใช้ช่องทางที่ศาลฎีกาเคยวางบรรทัดฐานเอาไว้ว่า หากจำเลยได้รับการประกันตัวในคดีอื่น ให้ถือว่าจำเลยอยู่ในอำนาจศาลอยู่แล้ว แม้จะยื่นฟ้องโดยไม่มีตัวผู้ถูกกล่าวหา ศาลก็ประทับรับฟ้องได้

 

  • อัยการสำนักงานคดีปราบทุจริต “พระเอกตัวจริง” ทำ “มิชชั่น อิมพอสซิเบิล”

 

โดยขั้นตอนต่างๆ ทั้งหมดนี้ ดำเนินการโดยอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต 100% เกือบจะไม่เกี่ยวข้องกับฝ่ายสำนักงาน ป.ป.ช.เลย

 

หนำซ้ำในช่วงที่มีการส่งหนังสือไปให้ น.ส.สุภา เซ็นรับทราบข้อกล่าวหา เพื่อนำตัวไปฟ้องต่อศาล คนดูแลบ้านของ น.ส.สุภา ยังอ้างอย่างมีพิรุธว่า ไม่อยู่ในบ้าน จนคดีเกือบจะถึงทางตัน ต้องขาดอายุความ แต่ฝ่ายอัยการก็อาศัยช่องทางตามคำพิพากษาศาลฎีกาเดิมที่วางบรรทัดฐานเอาไว้ ยื่นฟ้องคดีกับ น.ส.สุภาจนได้ โดยไม่ขาดอายุความ

 

ฉะนั้นงานนี้ “พระเอกตัวจริง” คือ “อัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต” ไม่ใช่สำนักงาน ป.ป.ช.

 

  • เปิดไทม์ไลน์สุดระทึก ฟ้องอดีต ป.ป.ช.แข่งกับเวลาฉิวเฉียด

 

“ข่าวข้นคนข่าว” ได้รับไทม์ไลน์การทำงานแข่งกับเวลาในคดีนี้อย่างละเอียด

 

 - วันพุธที่ 29 เมษายน สำนักงาน ป.ป.ช.ประสานงานไปยังอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต ว่าจะมีสำนวนด่วนใกล้ขาดอายุความ โดยจะขอส่งสำนวนในวันพฤหัสบดีที่ 30 เมษายน 2569 ช่วงบ่าย โดยคดีจะขาดอายุความวันที่ 2 พฤษภาคม 2569 ซึ่งตรงกับวันเสาร์ ทำให้อัยการมีเวลาพิจารณาสำนวนคดีและส่งฟ้องแค่ 1 วัน คือ ภายในเวลา 16.30 น. ของวันศุกร์ที่ 1 พฤษภาคม 2569 ซึ่งเป็นวันทำการ

 

 - อัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต สอบถามแล้วทราบว่าเป็นคดีของ น.ส.สุภา อดีตกรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งมีความสำคัญ และมีเวลาพิจารณาสำนวนแค่ 1 วัน คือวันศุกร์ที่ 1 พฤษภาคม 2569

 

 - ถ้าปล่อยให้เป็นแบบนั้น อัยการจะกลายเป็นจำเลยสังคม เพราะปล่อยให้คดีขาดอายุความคามือ ซึ่งตามธรรมเนียมปฏิบัติของอัยการจะเคร่งครัด ไม่มีการกระทำให้คดีขาดอายุความเหมือนที่องค์กรอื่นทำกัน

 

 - อัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตจึงเร่งระดมทีมอัยการเพื่อเตรียมทำงานในคืนวันพุธที่ 29 เมษายน 2569 ทันที พร้อมทั้งขอให้สำนักงาน ป.ป.ช.นำสำนวนมาส่งภายในวันเดียวกันนั้น ไม่ต้องรอถึงวันพฤหัสบดีที่ 30 เมษายน 2569 สุดท้ายสำนักงาน ป.ป.ช.ก็ยอมดำเนินการตามที่อัยการร้องขอ ให้เจ้าหน้าที่นำสำนวนมาส่งให้ในวันพุธที่ 29 เมษายน 2569 เวลา 15.00 น.

 

 - ทีมอัยการได้ร่วมพิจารณาสำนวนต่อเนื่องโดยไม่ได้นอน ตั้งแต่ 15.00 น.ของวันพุธที่ 29 เมษายน 2569 ข้ามคืนจนแล้วเสร็จในเวลา 11.00 น.ของวันพฤหัสบดีที่ 30 เมษายน 2569 จากนั้นได้ถือสำนวนด้วยตัวเองไปเสนอรองอัยการสูงสุด และอัยการสูงสุดพิจารณาตามลำดับ กระทั่งอัยการสูงสุดมีคำสั่งรับดำเนินคดีในเวลา 15.45 น. ของวันพฤหัสบดีที่ 30 เมษายน 2569

 

 - จากนั้นอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตได้มีหนังสือแจ้งให้สำนักงาน ป.ป.ช.รีบดำเนินการไปแจ้งให้ผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดมาพบอัยการ เพื่อฟ้องคดีในวันรุ่งขึ้น คือวันศุกร์ที่ 1 พฤษภาคม 2569 เวลา 09.00 น.

 

 - เย็นวันพฤหัสบดีที่ 30 เมษายน 2569 เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ได้นำหนังสือไปแจ้งให้ น.ส.สุภา ทราบที่บ้าน โดยมีคนในบ้านออกมารับหนังสือ และแจ้งว่าจะนำหนังสือไปให้ น.ส.สุภา ซึ่งอยู่ภายในบ้านได้ลงชื่อ

 

แต่คนในบ้านหายไปสักพัก จากนั้นก็กลับออกมาบอกว่า “ลืมไปว่า น.ส.สุภาไม่อยู่บ้าน” อัยการจึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.บันทึกเหตุดังกล่าวไว้ เพื่อเตรียมทำคำร้องขอหมายจับจากศาล เพื่อให้เวลาที่หลบหนี 1 วัน ไม่ถูกนับรวมในอายุความ เพื่อให้อายุความสะดุดหยุดลง

 

 - เมื่อถึงวันศุกร์ที่ 1 พฤษภาคม 2569 ผู้ถูกฟ้องรายอื่นมารายงานตัวครบ ขาด น.ส.สุภาเพียงคนเดียว

 

เมื่อถึงจังหวะนี้ อัยการจึงงัดไม้เด็ดที่อุบเงียบไว้ขึ้นมาใช้ คือ “การฟ้องโดยไม่มีตัวผู้ถูกกล่าวหา” ด้วยการเบิกตัว น.ส.สุภา ที่อยู่ในอำนาจศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 ซึ่งถูก นายวีระ สมความคิด ประธานเครือข่ายประชาชนต่อต้านคอร์รัปชั่น ฟ้องร้องฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ กรณีไม่ยอมเปิดเผยสำนวน “นาฬิกายืมเพื่อน” ของ พล.อ.ประวิตร ซึ่งคดีนั้น น.ส.สุภาได้รับการประกันตัว

 

โดยอัยการสำนักงานปราบปรามการทุจริตได้เตรียมข้อมูลนี้ไว้แล้ว จึงแจ้งต่อศาลว่า น.ส.สุภา อยู่ในอำนาจศาลอยู่แล้ว จึงสามารถยื่นฟ้องโดยไม่มีตัวคุณสุภามาศาลได้

 

 - สุดท้ายศาลมีคำสั่งประทับรับฟ้อง ก่อนที่คดีจะขาดอายุความเพียงไม่กี่ชั่วโมง คือก่อนเวลา 16.30 น.ที่ศาลปิดทำการ

 

  • วอนสังคมรับรู้ความจริง - เผย อสส.ยังรอพิจารณาสำนวนด้วยตัวเอง!

 

แหล่งข่าวในแวดวง “ทนายแผ่นดิน” เผยว่า “อัยการทำงานไม่ได้หลับได้นอน 2 วัน แต่กลับมีข่าวทำนองว่าเป็นผลงานของ ป.ป.ช.ไม่ให้เครดิตอัยการ ทั้งๆ ที่ตัวเองไต่สวนนานถึง 14 ปี 364 วัน ก่อนส่งสำนวน เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ยังยอมรับกับอัยการเองเลยว่า “อัยการคงพิจารณาไม่ทัน และคดีจะขาดอายุความแน่ๆ แต่อัยการไม่ยอม ทำงานจนหามรุ่งหามค่ำจนสำเร็จ”

 

“ที่สำคัญท่านอัยการสูงสุดยังได้เสียสละเวลาจากภารกิจอันมากมายของท่าน มารอพิจารณาเรื่องนี้ด้วยตนเองอีกด้วย จึงอยากให้สังคมได้เข้าใจความจริง เพื่อเป็นกำลังใจให้กับทีมงานของอัยการ” แหล่งข่าวระบุ

 

อย่างไรก็ดี คดีนี้อยู่ในขั้นตอนการยื่นฟ้องเป็นคดีต่อศาล เท่ากับว่าคดียังไม่ถึงที่สุด ดังนั้น น.ส.สุภา ยังถือเป็นผู้บริสุทธิ์และอยู่ระหว่างการต่อสู้คดี จนกว่าศาลจะมีคำตัดสินถึงที่สุด