สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้นถึงขีดสุด เมื่อข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านส่อเค้าล่มสลาย หลังเกิดการปะทะกันทางทหารอย่างรุนแรงในพื้นที่ช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงขึ้นทันที ท่ามกลางการยกระดับมาตรการทางทหารของทุกฝ่าย
ยูเออีสกัดมิสไซล์ – ไฟไหม้คลังน้ำมันฟูไจราห์
ทางการสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) รายงานว่าระบบป้องกันภัยทางอากาศสามารถสกัดกั้นขีปนาวุธนำวิถีและควิซมิสไซล์จำนวน 15 ลูก รวมถึงโดรนอีก 4 ลำที่ระดมยิงมาจากอิหร่าน อย่างไรก็ตาม มีรายงานเหตุเพลิงไหม้รุนแรงที่นิคมอุตสาหกรรมปิโตรเลียมในเมืองฟูไจราห์ (Fujairah) หลังถูกโจมตีด้วยโดรน ขณะที่แหล่งข่าวทางทหารของอิหร่านปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตีดังกล่าว และไม่มีแผนที่จะโจมตียูเออี
สหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการ "Project Freedom" – ปะทะเดือดกลางทะเล
กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ยกระดับปฏิบัติการในชื่อ "Project Freedom" (เดิมใช้ชื่อ Epic Fury) โดยส่งเครื่องบินรบและเฮลิคอปเตอร์โจมตีแบบ Apache กว่า 100 ลำ เข้าคุ้มกันเรือสินค้า สหรัฐฯ อ้างว่าได้ทำลายเรือเร็วของกองทัพอิหร่านไป 6 ลำที่พยายามขัดขวางการเดินเรือ ขณะที่สื่อรัฐบาลอิหร่านตอบโต้ว่าเรือที่ถูกโจมตีเป็นเรือสินค้าของพลเรือน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 5 ราย