ในขณะเดียวกัน เปแอสเช ก็กำลังมุ่งมั่นที่จะสร้างทีมขึ้นมาใหม่ หลังจากช่วงหลายปีที่ผ่านมาได้พิสูจน์แล้วว่าการทุ่มเงินดึงตัวซูเปอร์สตาร์ระดับโลกเข้ามาอยู่ในทีมแต่เพียงอย่างเดียว ไม่สามารถทำให้ทีมไปถึงฝั่งฝันในถ้วยยุโรปได้
โดย เปแอสเช ที่นำทัพโดย เนย์มาร์, ลิโอเนล เมสซี่ และ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ แม้จะคว้าแชมป์ลีกเอิงได้ในช่วง 2 ฤดูกาลที่ผ่านมา แต่กลับพลาดท่าตกรอบอย่างรวดเร็วในฟุตบอลถ้วย ทั้งศึกในประเทศอย่าง เฟรนช์ คัพ และศึกใหญ่อย่างยูซีแอล ภายใต้การคุมทัพของ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ และ คริสตอฟ กัลติเย่ร์
และนั่นก็เป็นสาเหตุที่ทำให้ทั้ง หลุยส์ เอ็นริเก้ และ เปแอสเช โคจรมาร่วมงานกัน
- ปรับแท็กติกเพื่อลบภาพ "ทีมที่มีแต่เงิน"
หลายปีที่ผ่านมา ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ถูกวิจารณ์อยู่เสมอในประเด็นที่มีแต่ซูเปอร์สตาร์ล้นทีม แต่กลับไม่สามารถประสานงานกันได้ ต่างคนต่างเล่น ต่างคนต่างโชว์ จนไม่สามารถประสบความสำเร็จอย่างที่ควร
มาในปีนี้ เปแอสเช จัดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในช่วงปิดฤดูกาล ซูเปอร์สตาร์ของทีมอย่าง ลิโอเนล เมสซี่, เนย์มาร์, เซร์คิโอ รามอส, เมาโร อิคาร์ดี้, มาร์โก แวร์รัตติ และอีกนับสิบราย ถูกปล่อยตัวออกจากทีม ขณะเดียวกันก็เสริมทัพด้วยนักเตะดาวรุ่งอายุน้อยอย่าง มานูเอล อูการ์เต้ (สปอร์ติ้ง ลิสบอน), กอนซาโล่ รามอส (เบนฟิก้า), แบรดลี่ย์ บาร์กโกล่า (ลียง) แถมยังได้ อุสมาน เดมเบเล่ มาจาก บาร์เซโลน่า ด้วยค่าตัวแค่ 50 ล้านยูโร
หลุยส์ เอ็นริเก้ ค่อยๆทำให้นักเตะกลับมาเล่นเป็นทีมได้อีกครั้ง ขณะเดียวกันก็ใช้แท็กติกที่สามารถยืดหยุ่นไปตามสถานการณ์ จัดการโรเตชั่นอย่างเหมาะสมเพื่อเปิดโอกาสให้ทุกคนได้ลงโชว์ฝีเท้า และนั่นก็ทำให้บรรยากาศในทีมดีขึ้นมากเมื่อเทียบกับแต่ก่อน