แต่ดังที่กล่าวไปแล้วว่า เลสเตอร์ จำเป็นต้องลดรายจ่ายของสโมสร ทำให้ มาเรสก้า ต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่นักเตะในทีมของเขาค่อยๆถูกปล่อยตัวออกจากทีม ผู้เล่นทีมชุดใหญ่ถึง 10 คนต้องจากไป โดย 7 คนหมดสัญญากลายเป็นฟรีเอเยนต์ ไม่ว่าจะเป็น ยูริ ติเลอม็องส์, อโยเซ่ เปเรซ, คักลาร์ โซยุนคู, ไรอัน เบอร์ทรานด์, จอนนี่ อีแวนส์, ดาเนียล อมาร์ตีย์ และนัมปาลิส เมนดี้ 7 คนนี้คือนักเตะที่ถูกดึงเข้ามาด้วยค่าตัวรวมถึง 100 ล้านปอนด์
ส่วนคีย์แมนอีก 3 คนคือ เจมส์ แมดดิสัน, ฮาร์วีย์ บาร์นส์ และ ทิโมธี่ คาสตาญ ถูกขายไปในราคารวมกัน 85 ล้านปอนด์
จริงๆแล้ว เลสเตอร์ พยายามขายนักเตะให้มากกว่านี้ รวมถึง แดนนี่ วอร์ด ผู้รักษาประตูทีมชาติเวลส์ แต่ก็ไม่สามารถหาผู้ซื้อได้หรือผู้เล่นปฏิเสธที่จะย้าย เช่นเดียวกับกรณีของ แฮร์รี เซาต์ทาร์ กองหลังชาวออสเตรเลีย และ แพตสัน ดาก้า ที่การเจรจากับ บอร์นมัธ ล้มเหลวในวันสุดท้ายของตลอดซื้อขายนักเตะ
ส่วน ลุค โธมัส (มิดเดิลสโบรห์), วิคเตอร์ คริสเตียนเซ่น (โบโลญญ่า) และบูบาการี่ ซูมาเร (เซบีญ่า) ก็ถูกปล่อยออกจากทีมแบบยืมตัวเพื่อลดค่าจ้าง ขณะที่นักเตะที่ยังอยู่ก็ต้องถูกลดค่าเหนื่อยลงไปด้วยส่วนหนึ่ง
ในทางกลับกัน "จิ้งจอกสยาม" ก็พยายามเสริมทัพเพื่อกลับสู่ลีกสูงสุดให้ได้ แต่งบประมาณที่ใช้ไปถือว่าน้อยมากๆ โดยจ่ายเงินราว 10 ล้านปอนด์กับ แฮร์รี่ วิงส์ และ 7 ล้านปอนด์กับ คอเนอร์ โคดี้, 6 ล้านปอนด์กับ สเตฟีย์ มาวิดิดี้ และผู้รักษาประตู แมดส์ เฮอร์มันเซ่น รวมถึงการจ่ายอีก 7.5 ล้านปอนด์กับ ทอม แคนนอน กองหน้าจากเอฟเวอร์ตัน พร้อมยืมตัว ยูนุส อัคกุน (กาลาตาซาราย) และ อับดุล ฟาตาวู (สปอร์ติ้ง ลิสบอน) เข้ามาช่วยทีม
แม้จะเต็มไปด้วยปัญหาที่เหล่าสตาร์ถูกขายและได้ตัวแข้งที่แทบไม่มีใครรู้จักมาอยู่ในทีม แต่กุนซืออย่าง เอ็นโซ่ มาเรสก้า ก็สู้ไม่ถอย ติดตั้งโปรแกรมซ้อมหนักให้ทีม 2 เซสชั่นในแต่ละวัน ลดโปรแกรมทัวร์ปรีซีซั่นต่างแดนลง เพื่อติดตั้งแท็กติกใหม่สู่ทีมโดยเร็วที่สุด และรวมถึงการพยายามเกลี้ยกล่อมนักเตะบางรายให้อยู่ช่วยทีมต่อไปด้วย ไม่ว่าจะเป็น วิลเฟรด เอ็นดิดี้ , ยานนิค เวสเตอร์การ์ด และ เวาต์ ฟาสต์
และเหล่านักเตะก็ชื่นชอบกับแท็กติกของกุนซือใหม่เป็นอย่างมาก
“ผู้จัดการทีมคนนี้น่าทึ่งมากกับความรู้ด้านแท็กติก เขาทำให้เกมง่ายขึ้นมาก” แฮร์รี่ วิงส์ กล่าว
เลสเตอร์ ออกสตาร์ทฤดูกาล 2023/24 ในลีกแชมเปี้ยนชิพได้อย่างยอดเยี่ยม ชนะถึง 13 เกมจาก 14 เกมแรกในลีก และหลังจากสะดุดแพ้ต่อ ลีดส์ และ มิดเดิลสโบรห์ ในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน พวกเขาก็กลับมาเริ่มต้นใหม่ได้อีกครั้ง โดยชนะถึง 7 จาก 9 นัด และไม่แพ้ใครอีกเลยในช่วงที่เหลือของปี 2023
แม้ เลสเตอร์ จะเก็บไปถึง 62 คะแนนจากทั้งหมด 75 แต้ม แต่ มาเรสก้า ยังปรามความรู้สึกแฟนบอล ด้วยรู้ดีว่าเป็นเรื่องยากที่จะรักษาฟอร์มอันยอดเยี่ยมระดับนั้นไว้ได้ตลอดทั้งฤดูกาล
อย่างไรก็ตาม ระหว่างวันที่ 13 ม.ค. ถึง 14 ก.พ. เลสเตอร์ทำแต้มหลุดมือไปแค่ 5 แต้มจากทั้งหมด 7 เกม ทำให้มีแต้มนำลีดส์ที่ตามมาเป็นที่สองอยู่ถึง 12 คะแนน แฟนๆหลายคนเริ่มมองไปถึงการเลื่อนชั้นแบบไร้ปัญหากันแล้ว
ในช่วงเวลาที่ เลสเตอร์ ทำผลงานในสนามได้อย่างร้อนแรงอยู่นั้น พวกเขาได้รับคำเตือนจากหน่วยงานตรวจสอบด้านการเงินของ EFL ว่า เลสเตอร์ กำลังละเมิดกฎผลกำไรและความยั่งยืนของลีก (PSR) ซึ่งมีแนวโน้มจะถูกบังคับให้ลดงบประมาณเสริมทัพลง รวมถึงขายผู้เล่นในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะหน้าหนาว ซึ่งแม้ เลสเตอร์ จะประสบความสำเร็จในการโต้แย้ง แต่มันก็ส่งผลกระทบต่อแผนการเสริมทัพของ มาเรสก้า เมื่อได้รับคำตอบจากบอร์ดบริหารว่า "ต้องขายก่อนถึงจะซื้อได้"
ปัญหาดังกล่าวไม่ใช่เพราะเลสเตอร์ไม่มีเงิน แต่เป็นเพราะตามกฏแล้วพวกเขาไม่สามารถใช้เงินที่พวกเขามีได้ ด้วยเหตุนี้จึงพลาดได้ตัว สเตฟาโน่ เซนซี่ ของ อินเตอร์ มิลาน แถมยังเกือบต้องเสียเด็กปั้นของทีมอย่าง เคียร์แนน ดิวส์บิวรี-ฮอลล์ ไปอีกด้วย แต่บอร์ดก็กัดฟันปฏิเสธข้อเสนอของไบรท์ตันไป
ในเดือน มี.ค. เลสเตอร์ โดน พรีเมียร์ลีก ตั้งข้อหาละเมิดกฏ PSR ที่พวกเขาขาดทุนมากกว่า 200 ล้านปอนด์ในช่วง 3 ฤดูกาลหลังที่เล่นในลีกสูงสุด สอดคล้องกับ EFL ที่สั่งลงโทษ เลสเตอร์ ห้ามขึ้นทะเบียนนักเตะใหม่ แถมยังเตรียมจะตัดแต้มอีกด้วย
เลสเตอร์พยายามต่อสู้ทางกฎหมายกับทั้งพรีเมียร์ลีกและ EFL โดยยอมรับว่าพวกเขาอาจฝ่าฝืนกฏจริงๆ แต่จะยอมรับการลงโทษตามกฎที่มีอยู่เท่านั้น พรีเมียร์ลีกจะมาลงโทษทีมที่อยู่ในแชมเปี้ยนชิพไม่ได้ เช่นเดียวกับ EFL จะลงโทษทีมด้วยความผิดที่เกิดขึ้นในสมัยเล่นในพรีเมียร์ลีกไม่ได้เช่นกัน ในที่สุด EFL ก็ยอมรับหลังจากได้รับคำแนะนำทางกฎหมายแล้วว่าไม่สามารถลงโทษสโมสรได้ในฤดูกาลนี้
สิ่งต่าง ๆ ดูเหมือนจะคลี่คลายนอกสนาม แต่เรื่องราวที่เกิดขึ้นได้ส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจของนักเตะและแฟนบอลแบบเต็มๆ ท่ามกลางความกดดันในการเลื่อนชั้นให้ได้ที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
"จิ้งจอกสยาม" ชนะแค่ 3 จาก 10 นัดในช่วงเวลานั้น ส่งผลให้อันดับหลุดจากโควต้าเลื่อนชั้นอัตโนมัติ แฟน ๆ เริ่มเป็นกังวล มีการระบายความหงุดหงิดใส่ผู้เล่นหลังจากพ่ายแพ้ต่อ มิลล์วอลล์ และ พลีมัธ ถึงขั้นที่ มาเรสก้า ถึงกับขู่ว่าจะลาออกหากมีใครมาตั้งคำถามเกี่ยวกับสไตล์การเล่นในทีมของเขา
“ผมมาที่สโมสรแห่งนี้เพื่อเล่นกับไอเดียนี้ หากใครในทีมมีข้อสงสัยเกี่ยวกับแนวคิดนี้ วันรุ่งขึ้นผมจะลาออกทันที"
เลสเตอร์ เริ่มรวบรวมสมาธิกลับมาได้อีกครั้ง ด้วยการชนะ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน ต่อด้วยการถล่มเซาธ์แฮมป์ตัน 5-0 ซึ่งเป็นชัยชนะครั้งใหญ่ที่สุดของฤดูกาล และอีกสามวันถัดมา ความพ่ายแพ้ของลีดส์ที่ลอฟตัส โร้ด ก็ทำให้ เลสเตอร์ การันตีเลื่อนชั้นได้ในที่สุด
“นี่อาจเป็นฤดูกาลที่พิเศษที่สุด” คอเนอร์ โคดี้ กล่าว "หลายๆคนคิดว่าเราจะเลื่อนชั้นได้ง่ายๆหากดูจากอันดับของเราในเดือนกุมภาพันธ์ แต่ผมรู้ดีเพราะเคยมีประสบการณ์มาก่อน (เคยเล่นลีกรองกับวูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส ฤดูกาล 2017-18) มันยากจริงๆ คุณจะต้องผ่านช่วงเวลาขึ้นๆ ลงๆ ตลอดทั้งฤดูกาล"
“กุญแจสำคัญคือการรวมตัวกัน ต่อสู้เพื่อกันและกัน และค้นหาวิธีที่แตกต่างเพื่อชัยชนะ"
สำหรับ เลสเตอร์ ในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลหน้า ยังมีอุปสรรคที่รอคอยอยู่อีกมาก ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมโดนลงโทษตัดแต้มจากคามผิดเดิม รวมถึงการสร้างทีมเพื่อให้อยู่รอดท่ามกลางงบประมาณที่ถูกบีบรัด และยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะได้รับอนุญาตให้ขึ้นทะเบียนนักเตะใหม่หรือไม่ เวลาเท่านั้นที่จะเป็นตัวบอก
แต่ที่แน่ๆ ฤดูกาล 2023/24 จะเป็นซีซั่นที่พวกเขาจะไม่มีวันลืม