svasdssvasds
เนชั่นทีวี

กีฬา

รู้จักเทคโนโลยี "จับล้ำหน้ากึ่งอัตโนมัติ" ก่อนใช้ในพรีเมียร์ลีกซีซั่นหน้า

12 เมษายน 2567
เกาะติดข่าวสาร >> Nation Story
logoline

รู้จักกับเทคโนโลยี "จับล้ำหน้ากึ่งอัตโนมัติ" หรือ SAOT ที่สร้างความฮือฮาตั้งแต่ในศึกฟุตบอลโลก 2022 และกำลังจะถูกนำมาใช้ใน พรีเมียร์ลีก ตั้งแต่ฤดูกาลหน้าเป็นต้นไป

โดย พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประกาศว่า จะมีการนำเทคโนโลยีจับล้ำหน้ากึ่งอัตโนมัติมาใช้เป็นครั้งแรกตั้งแต่ฤดูกาล 2024/25 เป็นต้นไป หลังสโมสรสมาชิกมีมติเป็นเอกฉันท์เห็นชอบในการใช้ระบบนี้มาช่วยตัดสินให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 

"จากการประชุมผู้ถือหุ้นของ พรีเมียร์ลีก ในวันนี้ สโมสรต่างๆ มีมติเป็นเอกฉันท์ในการนำเทคโนโลยีจับล้ำหน้ากึ่งอัตโนมัติมาใช้งาน" 

"ระบบใหม่นี้จะถูกใช้เป็นครั้งแรกใน พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลหน้า และคาดว่าเทคโนโลยีจะพร้อมเปิดตัวหลังจากช่วงพักเบรกทีมชาติในช่วงฤดูใบไม้ร่วง"

ทั้งนี้ พรีเมียร์ลีก เชื่อว่าการใช้ SAOT จะช่วยประหยัดเวลาได้ประมาณ 31 วินาทีต่อการตัดสินใจ 1 ครั้ง
รู้จักเทคโนโลยี \"จับล้ำหน้ากึ่งอัตโนมัติ\" ก่อนใช้ในพรีเมียร์ลีกซีซั่นหน้า
ระบบ "จับล้ำหน้ากึ่งอัตโนมัติ" คืออะไร
ระบบ "จับล้ำหน้ากึ่งอัตโนมัติ" (Semi-automated offside technology-SAOT) เป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) นำมาใช้อย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกในศึก ฟุตบอลโลก 2022 เพื่อใช้ตรวจจับการล้ำหน้าของผู้เล่นขณะแข่งขันให้มีความแม่นยำมากขึ้น 

โดยหลักการก็คือ เทคโนโลยี SAOT มีขึ้นเพื่อให้คำแนะนำเพิ่มเติมแก่ผู้ตัดสินและผู้ช่วยผู้ตัดสิน เพื่อช่วยให้ชี้ขาดเรื่องการล้ำหน้าได้เร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น  หรือจะอธิบายได้อีกแบบก็คือ SAOT ไม่ได้เป็นระบบการตัดสินอัตโนมัติ  แต่เป็นระบบที่ "ช่วยผู้ตัดสิน" ให้ทำงานได้เร็วขึ้นเท่านั้น

การทำงานของระบบดังกล่าว จะมีเซ็นเซอร์อยู่ที่ลูกบอลเพื่อระบุพิกัดตำแหน่ง ทำงานร่วมกับกล้องอีก 12 ตัวในสนาม รวมทั้งจับข้อมูลตำแหน่งผู้เล่นแต่ละคนออกมา 29 จุดของร่างกาย เพื่อดูว่ามีส่วนใดที่ล้ำหน้าหรือไม่ ซึ่งข้อมูลดังหล่าวถูกเก็บที่ระดับ 50 ครั้งต่อวินาที และคำนวณการล้ำหน้าอัตโนมัติ เพื่อแจ้งเตือนไปยังผู้ตัดสินในสนาม

นอกเหนือจากกล้อง 12 ตัวแล้ว "ลูกฟุตบอล" ก็จะต้องมีการใส่เซ็นเซอร์แบบ "Inertial Measurement Unite" (IMU) เข้าไปด้านในแกนกลางของลูกฟุตบอล โดยเซ็นเซอร์ IMU จะตรวจจับเหตุการณ์การล้ำหน้าที่ก้ำกึ่งโดยจะส่งข้อมูลกลับไปยังห้องปฏิบัติการ 500 ครั้งต่อวินาที ทำให้สามารถตรวจจับตำแหน่งการเตะลูกฟุตบอล (การเปิดบอลก่อนล้ำหน้า) ได้อย่างแม่นยำ 

ข้อมูลทั้งภาพจากกล้อง และข้อมูลจากลูกฟุตบอล จะถูกนำไปสู่การประมวลผลโดยระบบปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) ซึ่งจะส่งข้อมูลให้แก่ทีมงานที่อยู่ในห้อง VAR จากนั้นทีมงานผู้ช่วยตัดสินจะทำการตรวจสอบด้วยตัวเองอีกครั้งด้วยการเลือกจุดที่ลูกบอลถูกปล่อยออกจากเท้า แล้วระบบจะสร้างเส้นการล้ำหน้าโดยอัตโนมัติ ทั้งหมดนี้จะใช้เวลาแค่ 2-3 วินาทีเท่านั้น

เมื่อผู้ตัดสิน VAR ยืนยันการตัดสินแล้ว ก็จะมีการแจ้งไปยังผู้ตัดสินในสนาม ส่วนข้อมูลที่ใช้ตัดสินก็จะถูกแปลงเป็นภาพ 3D เพื่อแสดงในการถ่ายทอดสดให้ผู้ชมรับรู้ด้วย

รู้จักเทคโนโลยี \"จับล้ำหน้ากึ่งอัตโนมัติ\" ก่อนใช้ในพรีเมียร์ลีกซีซั่นหน้า

ปัจจุบัน SAOT แพร่หลายแค่ไหน?
เนื่องจากเทคโนโลยีนี้เป็นสิ่งที่ริเริ่มโดย ฟีฟ่า และพันธมิตร เป้าหมายหลักจึงอยู่ที่การแข่งขันฟุตบอลโลก แต่ก่อนจะเข้าสู่ศึกฟุตบอลโลก 2022 ที่กาตาร์ ก็ได้มีการทดลองใช้ระบบนี้ในรายการ ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ เมื่อปี 2021 ต่อด้วยศึก อาหรับคัพ 2021 ซึ่งเป็นทัวร์นาเมนต์ของทีมชาติรายการแรกที่ใช้งานระบบนี้

เมื่อฟุตบอลโลกที่กาตาร์ผ่านพ้นไป เทคโนโลยี SAOT ได้รับเสียงชื่นชมจากทุกฝ่ายอย่างมาก ทาง ยูฟ่า จึงนำมาใช้กับการแข่งขันของตัวเอง เริ่มจากศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ตั้งแต่ฤดูกาล 2022/23  

ลา ลีก้า สเปน ก็ได้ประกาศว่าจะใช้เทคโนโลยี SAOT ในลีกของตนเอง ตั้งแต่ฤดูกาล 2024/25 เป็นต้นไป ขณะที่ กัลโช่ เซเรีย อา ของอิตาลี มีการใช้ SAOT มา 18 เดือนแล้ว
รู้จักเทคโนโลยี \"จับล้ำหน้ากึ่งอัตโนมัติ\" ก่อนใช้ในพรีเมียร์ลีกซีซั่นหน้า
ลูกยิงของ "หลุยส์ ดิอาซ" จุดเปลี่ยนที่ทำให้ พรีเมียร์ลีก ต้องยอม
นับตั้งแต่โลกได้รู้จักกับเทคโนโลยี SAOT พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ก็แสดงความไม่เห็นด้วยตั้งแต่แรก เนื่องจากไม่อยากให้มีเทคโนโลยีมาอยู่ในเกมการแข่งขันมากเกินไป อีกทั้งยังมองว่าการจับล้ำหน้าที่เข้มงวดอาจทำให้เกมการแข่งขันต้องหยุดชะงักบ่อยเกินไปด้วย

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ มีการประชุมพิจารณาอย่างจริงจังมาตั้งแต่ซีซั่น 2022/23 แต่ครั้งนั้นสโมสรสมาชิกส่วนใหญ่มีมติยังไม่เห็นด้วย และเพื่อลดกระแสกดดันจากแฟนบอล พรีเมียร์ลีกจึงใช้วิธีเพิ่มกล้องในสนามอีก 4 ตัว เพื่อช่วยให้ทีมงาน VAR เช็กภาพในหลากหลายมุมมากยิ่งขึ้น 

แต่สุดท้ายการตัดสินก็ยังมีปัญหาเหมือนเดิม

เหตุการณ์ที่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในเกมเมื่อวันที่ 20 ก.ย. 2023 ในเกมระหว่าง ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ กับ ลิเวอร์พูล โดยในนาทีที่ 34 เกิดจังหวะปัญหาขึ้นเมื่อ หลุยส์ ดิอาซ แนวรุกหงส์แดง วิ่งหนีกองหลังสเปอร์สเข้าเขตโทษก่อนยิงเสียบตาข่าย แต่ผู้กำกับเส้นยกธงล้ำหน้า อย่างไรก็ตามหากดูจากภาพช้าแล้ว ดิอาซ ยังอยู่ในไลน์ แต่ทีมงาน VAR กลับไม่มีการตีเส้นกำกับแต่อย่างใด

เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้มีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกออนไลน์ สุดท้าย องค์กรผู้ตัดสินฟุตบอลอาชีพของอังกฤษ (PGMOL) ได้ออกแถลงการณ์ขออภัย โดยระบุว่า เป็นความผิดพลาดด้านการสื่อสารระหว่างผู้ตัดสินในสนามกับผู้ตัดสิน VAR

แต่ความผิดพลาดที่เกิดขึ้น (รวมถึงจังหวะอื่นๆในเกมลีกหลังจากนั้น) ได้ทำให้องค์กรผู้ตัดสินถูกวิจารณ์อย่างหนัก จนสุดท้ายก็ต้องยอมใช้เทคโนโลยี SAOT มาช่วยตัดสินในที่สุด

logoline