เท่านั้นยังไม่พอ สื่อในฝรั่งเศสยังมีรายงานด้วยว่า ปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ปอล ป็อกบา ถูกกลุ่มคนที่เป็นเพื่อนสนิทในวัยเด็ก พาตัวออกจากแคมป์ทีมชาติไปยังอพาร์ทเมนท์แห่งหนึ่งในกรุงปารีส พร้อมกับเรียกเงินถึง 13 ล้านยูโร โดยอ้างว่าเป็น "ค่าคุ้มครอง" ที่เพื่อนๆคอยช่วยมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา
ดาวเตะยูเวนตุสยังเปิดเผยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยว่า อันธพาลกลุ่มนี้พยายามจะแบล็กเมลเขามาหลายครั้งแล้ว ทั้งในสมัยเล่นให้ แมนฯยูไนเต็ด รวมถึงการบุกเข้าไปในสนามซ้อมของ ยูเวนตุส แต่ที่แย่ไปกว่านั้นก็คือ เจ้าตัวเพิ่งทราบในภายหลังว่า มาธิอัส พี่ชาย ก็มีส่วนร่วมกับแก๊งนี้ด้วย
อนาคตที่ยังต้องสู้ต่อ
สำหรับกรณีการถูกลงโทษแบนคดีใช้สารต้องห้าม แน่นอนว่าโอกาสเดียวที่ ปอล ป็อกบา จะยังอยู่ในเส้นทางของนักเตะอาชีพได้ก็คือจะต้องสู้คดีกันต่อไป โดยล่าสุด เจ้าตัวก็ออกมายืนยันแล้วว่า จะยื่นอุทธรณ์เรื่องนี้ต่อศาลอนุญาโตตุลาการด้านกีฬา (CAS) หรือที่เรียกกันว่า "ศาลกีฬาโลก" อย่างแน่นอน
"ผมเสียใจ ช็อก และใจสลายที่ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมสร้างขึ้นในเส้นทางอาชีพถูกพรากไปจากผม ผมไม่เคยรับสารกระตุ้นที่ผิดกฏ ในฐานะนักกีฬาอาชีพ ผมไม่เคยทำอะไรเพื่อเพิ่มสมรรถภาพของผมด้วยการใช้สารต้องห้าม ไม่เคยไม่เคารพหรือโกงเพื่อนร่วมอาชีพและแฟนบอลของทีมที่ผมเล่นให้หรือทีมคู่แข่ง"
นอกจากคดีความที่ยังต้องสู้แล้ว ปอล ป็อกบา ยังต้องลุ้นกับการพิจารณาจากต้นสังกัดอย่าง ยูเวนตุส อีกด้วย เพราะตามกฎแล้ว สโมสรสามารถยกเลิกสัญญาของป็อกบาได้ทันทีโดยไม่ต้องจ่ายค่าปรับหรือค่าชดเชย หากนักกีฬาคนไหนโดนโทษแบนมากกว่า 6 เดือน
นี่จึงเป็นอนาคตที่แขวนอยู่บนเส้นด้าย สำหรับดาวเตะดีกรีแชมป์โลกผู้นี้ ว่าจะยังรักษาอาชีพของตัวเองไว้ได้หรือไม่