ด้าน พาณิภัค กล่าวว่า การได้แชมป์เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ ไฟนอลส์เป็นเรื่องไม่ง่ายเลย เพราะซ้อมน้อย ก่อนเดินทางไปเป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์บี แต่ทุกคนก็ช่วยตนแบบสุดๆ จนได้ไปแข่งขัน และคว้าแชมป์มาได้ ส่วนปีหน้าจะต้องดีกว่าปีนี้ หลังจากปีนี้เจอปัญหาอุปสรรคไม่น้อย ทั้งติดโควิด-19 เป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ บี และประสบอุบัติเหตุทางรถจักรยานยนต์ โดยจะต้องเตรียมร่างกายให้พร้อมที่สุด ก่อนไปแข่งขันโอลิมปิก ซึ่งมีเป้าหมายต้องคว้าเหรียญทองให้ได้
สำหรับ “เทนนิส” พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ คว้าแชมป์ระดับเวิลด์กรังด์ปรีซ์เป็นรายการที่ 12 ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดของโลก โดยตั้งแต่ปี 2017 เป็นต้นมา พาณิภัคลงแข่งขันเวิลด์กรังด์ปรีซ์คว้ามาได้ทั้งหมด 12 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน และ 1 เหรียญทองแดง สูงสุดเป็นอันดับหนึ่ง ส่วนอันดับสองเป็นนักกีฬาจากสหราชอาณาจักร เจด โจนส์ (10 ทอง 7 เงิน 1 ทองแดง)
นอกจากนี้พาณิภัคยังสะสมแชมป์รายการใหญ่ให้กับตัวเองเป็นรายการที่ 51 อีกด้วย ซึ่งตลอดชีวิตการเป็นนักเทควันโด จอมเตะวัย 26 กวาดแชมป์ในทุกระดับที่มีในโลกนี้มาหมดแล้วไม่ว่าจะเป็น โอลิมปิกเกมส์, เอเชียนเกมส์, ซีเกมส์, ชิงแชมป์โลก, ชิงแชมป์เอเชีย, แกรนด์สแลม, เวิลด์กรังด์ปรีซ์, กีฬามหาวิทยาลัยโลก หรือแม้แต่แชมป์เยาวชนยูธโอลิมปิกเกมส์ ฯลฯ